Transition -9-

posted on 14 Aug 2013 16:38 by himawari-sos-dan in Novel
 
 
 
 
Transition
 
 
 
 
 
9
 
 




      เมื่อก่อนฉันไม่เคยเข้าใจว่าการจะรักใครซักคนมันเป็นยังไง ไม่ว่าจะคบหากับผู้ชายคนไหน ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆก็ไม่เคยที่จะพบคำว่า "ความรัก" ใบแบบที่ฉันต้องการ
ไม่ใช่แค่เงินทอง ไม่ใช่แค่ลมปาก ไม่ใช่ของภายนอก แต่เป็นสิ่งที่ได้รับมาจากใจ ฉันต้องการใครซักคนที่มอบสิ่งนั้นจากหัวใจให้กับฉัน
จนมาถึงตอนนี้...ฉันถึงได้รู้ ว่าคนที่ฉันต้องการมาตลอด คือเธอ.....




      กลางฤดูร้อนเมื่อสองปีที่แล้ว เวลาบ่ายสอง ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน เด็กสาวยืนเดินโซเซเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกที่ราวกับกำลังจะละลายไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลลงมาตามร่างกาย
เสียงเปิดประตูดังขึ้นในบ้านที่ไม่เคยเงียบสงบ ทุกวันไม่เคยสิ้นเสียงพูดคุยและเสียงมากมายจากภายใน หากแต่มันไม่ใช่เสียงที่น่ายินดีหรือมีความสุขแต่อย่างใด
"เอาอีกแล้ว ออกไปเที่ยวเล่นอยู่นั่น ไม่รู้จักอยู่บ้านอ่านหนังสือหนังหาบ้างเลย"
เสียงต่อว่าดังขึ้นทันทีที่เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องครัว ใบหน้านิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินเสียงต่อว่าจากผู้เป็นแม่ที่ยังนั่งอยู่
มือเอื้อมไปเปิดตู้เย็น ไอความเย็นจากภายในแผ่กระจายออกมาจนรู้สึกขนลุก ผู้เป็นแม่ยังคงต่อว่าไม่หยุด แต่เด็กสาวไม่ได้ใส่ใจ ไม่เคยคิดจะใส่ใจ....
เมื่อเห็นคนที่ว่าเมินใส่ตนเอง อารมณ์ก็พุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่อยู่
"บอกอะไรไม่เคยจะฟัง ผลการเรียนก็แย่ เอาแต่ออกไปเที่ยวเร่ร่อน แล้วยังมาทำเมินอีก ฉันไม่เคยเลี้ยงแกให้มาเป็นแบบนี้นะ! นี่!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!"
เสียงทุบโตีะดังขึ้น หากแต่คนฟังเดินขึ้นบันไดเข้าไปในห้องของตนเอง ล็อคกลอน แสร้งทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น แม้คำต่อว่านั้นยังคงดังอยู่ภายในบ้าน
 

      อีกแล้ว ทุกครั้งเลย น่าเบื่อจัง
ทรุดตัวนั่งลงที่ข้างเตียงพลางเงยหน้ามองกระดิ่งลมที่ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งพร้อมกับลมร้อนจากภายนอกที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดไว้
      เกลียดหน้าร้อนจัง....
เปลือกตาค่อยๆปิดลงช้าๆ ปล่อยความรู้สึกให้ไปกับสายลมบางเบา




                             แม้จะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึอะไร แต่หัวใจดวงน้อยๆนี้พร้อมจะแหลกสลายทุกเมื่อ






      เวลาล่วงเลยมาถึงกลางฤดูร้อนของปีที่แล้ว ที่นั่งใต้ร่มของต้นไม้ในสวนสาธารณะมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ ดวงตาสีเขียวอ่อนลืมขึ้นช้าๆ รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นๆที่ข้างแก้ม
กระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบถูกวางทาบหน้าตนเอง ชายหนุ่มข้างๆยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง กระป๋องน้ำอัดลมถูกวางลงบนมือของเธอช้าๆ
แม้จะพึ่งถูกนำออกมาจากร้าน แต่มันกลับมีความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มอยู่ด้วยจนเธอรู้สึกได้
เด็กสาวยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้ดื่ม ดวงตาสีเขียวอ่อนหันไปมองคนข้างๆ และเขาเองก็รู้ได้ว่าเธอมองอยู่จึงหันมามองตอบ
รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง พร้อมด้วยเสียงอบอุ่นที่ออกมาจากปากของเขาช่วยให้จิตใจของเธอกระชุ่มกระชวยขึ้นทันที





                                                                  "มีอะไรเหรอ มิกะ?"










      แค่มีเธออยู่ หัวใจที่เคยแหลกสลายของฉันก็ได้รับการเยียวยา....แค่มีเธออยู่ข้างๆไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ร้อนหรือน่าเสียใจขนาดไหนฉันก็ไม่เคยยอมแพ้
ขอแค่มีเธออยุ่ข้างๆ ฉันก็พร้อมจะสู้ ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีใครเข้ามาฉันก็ไม่เคยสน ขอแค่มีเธอ แค่มีเธอเท่านั้น โคนัทสึ......










      ไซกะและนาจิจ้องมองชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และไม่ขยับไปไหน
เด็กสาวหรี่ตาลง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามากวนใจเริ่มทำให้เธอรู้สึกโมโห สองขาก้าวตรงไปหาชายหนุ่มคนนั้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกของคนข้างหลังที่เดินตามมา
      โคนัทสึหันไปมอง เผยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเคย
"พึ่งเคยเจอกันครั้งแรกสินะ...ไซกะจัง?"
คนถูกถามขมวดคิ้ว
"มิกะเคยเอารูปให้ดูน่ะ ถึงจะไม่ค่อยชัดแต่ก็จำได้ว่าเป็นเธอนะ"
ไซกะไม่ได้สงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้จักเธอ ตอนนี้มีคำถามมากมายที่อยากถาม หากแต่เป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อซักครู่ทั้งนั้น
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากว่าอะไร ชายหนุ่มต่างโรงเรียนก็ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบบางอย่างใกล้ๆกับเธอ ก่อนที่จะเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เด็กสาวผมดำขลับที่ยืนอยู่นิ่งๆ


           "เมื่อถึงเวลา บอกมิกะด้วยนะว่า ฉันขอโทษ"


       โธ่เว้ย...!
มาจนถึงตอนนี้ เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คำพูดด้วยเสียงราบเรียบทว่าแฝงความเจ็บปวดชัดเจน ทั้งเรื่องที่ยัยสามตัวนั่นพูดบางอย่างกับเขา เรื่องโทรศัพท์
แต่โคนัทสึไม่ใช่คนผิด เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ความรู้สึกที่เขามอบให้กับเธอคนนั้นมันชัดเจน อ่อนโยน และสามารถช่วยเยียวยาหัวใจของมิกะรวมถึงช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปได้ด้วย

ทว่า.....

ตอนนี้มันกลับถูกสั่นคลอน โดนคนเหล่านั้น อสรพิษร้ายที่เข้ามาเล่นงานเด็กสาวยามที่หัวใจบอบบาง

      ไซกะไม่รู้ว่าทั้งสองพบเจอกันยังไง และไม่รู้ด้วยว่ารักกันมากขนาดไหน อนาคตมิกะจะเปลี่ยนแฟนไปอีกหรือไม่ แต่เธอมั่นใจได้ว่าสำหรับมิกะ ชายหนุ่มคนนี้สำคัญต่อเธอมาก
กี่ครั้งที่พูดถึงเหล่าคนที่เคยคบมา ไม่เคยมีใครเลยที่ทำให้เด็กสาวคนนั้นยิ้มออกมาหน้าบานได้อย่างเขา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า มิกะรักเขาคนนี้มากขนาดไหน
แล้วทำไม? เกิดอะไรขึ้น? มันจะต้องจบลงด้วยมือของยัยผู้หญิงโสโครกนั่นน่ะหรือ?


      "ไซกะจัง คนนั้นใครเหรอ ดูเขาเศร้าๆยังไงไม่รู้นะ"
เด็กสาวหลุดออกจากห้วงความคิด หันหลังไปมองคนที่ยังยืนอยู่โดยที่เธอเองก็ลืมไปแล้ว นาจิแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาเมื่อรู้ว่าถูกลืมไปชั่วคราว
"ไม่มีอะไร"
เลี่ยงการตอบตรงประเด็นไป ไซกะเดินผ่านนักร้องหนุ่มอย่างไม่สนใจ ตอนนี้เธอใช้ความคิดมากไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วย และนั่นทำให้เธอรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยจนไม่อยากจะคิดหรือตามอะไรอีกแล้ว
ตอนนี้แค่อยากนอน กลับบ้านไปอาบน้ำนอนและลุกขึ้นมาเตรียมสู้ใหม่ดีกว่า
แต่ก่อนที่จะเดินผ่านไปไกลนั้น หนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังจะถูกลืมอีกครั้งคว้าแขนของเธอเอาไว้
"เดี๋ยวก่อน! อย่าพึ่งไปสิ เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ ว่าช่วงนี้หายไปไหน ถ้าไม่ได้โกรธแล้วทำไมถึงไม่มาเจอกันบ้าง นี่เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะไม่เห็นต้องเกรงใจกันเลย มาเล่นด้วยกันเถอะ"
เส้นความอดทนของไซกะขาดผึง สะบัดแขนออกอย่างแรงและต่อว่าออกไปอย่างไม่อดทนอีกแล้ว
"หนวกหูจริง! เรื่องของฉันมันไม่สำคัญหรอกน่า!! ตอนนี้ฉันยังมีให้เรื่องให้คิดอีกเยอะ นายก็น่าจะกลับไปทำงานของนายได้แล้ว คิตามิซาวะ นาจิ!!!!!"
แต่แทนที่เขาจะโกรธหรือต่อว่ากลับ สีหน้าเปล่งประกายด้วยความดีใจจนคนมองนึกหมั่นไส้
แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็ยังสดใส
"ดีใจจัง ไซกะจังคุยกับฉันแล้ว แถมเรียกชื่อด้วย"

             นี่ฉันด่านายอยู่นะ....!!



      "เฮ้อ..."
ถอนหายใจกับความใสซื่อ(?)ของคนตรงหน้าและหันหลังกลับอีกครั้ง แต่คราวนี้นาจิอุ้มเธอเอาไว้จนตัวลอยจากพื้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เป็นการกระทำที่หากนานะและพวกแฟนคลับมาเห็นอาจจะกรี๊ดบ้านแตกด้วยความอิจฉา หรือถ้าเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาเองก็คงจะมีความสุขและนอนตายตาหลับแน่นอน
"ไอ้......! ปล่อยนะโว้ย!!"
"ไม่อ่ะๆๆ!! ไซกะจังเมินกันอีกแล้วอ่ะ อุตส่าห์เจอทั้งที จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง!!!"
นาจิส่งเสียงเหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่ยอมปล่อยมือจากของเล่น
"แก!! อยากให้พวกแฟนคลับมาลากฉันลงไปกระทืบเอารึไง!! ปล่อยโว้ย!!!!!!!"
"ถ้าถึงตอนนั้นนั้นฉันจะปกป้องเธอเอง!!!!!!"
ไซกะนึกอยากกระทืบคนที่อุ้มอยู่นี้แทน.... ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นขนาดไหนก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยลงเสียทีจนเด็กสาวเริ่มโมโห
"อย่าให้ถึงตอนนั้นสิเว้ย!!!!!! แล้วก็ปล่อยได้แล้ว!!!!!!!"
รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันคนข้างหลังที่รัดเธอไว้สุดแรงจนนาจิจำใจต้องปล่อย สีหน้าสลดลงนิดหน่อยราวกับลูกหมา

      "ใจร้าย ฉันแค่อยากสนิทกับไซกะจังเองง่ะ...."
"เออ แต่ฉันไม่อยาก"


                                                          ใจร้าย ตอบแบบไม่คิดเลยด้วย.........


"งั้น...เอางี้นะ..."
นาจิแตะไปทั่วๆตัวเพื่อหาอะไรบางอย่าง สภาพที่เมื่อใครเห็นคงต้องหลุดขำ นักร้องหนุ่มขวัญใจชาวประชาจนทำท่าหาของแบบติ๊งต๊อง น่ารักๆแบบนี้ได้ด้วย
อย่างน้อยก็เว้นไซกะไว้คนหนึ่งที่เริ่มหงุดหงิดกับสภาพน่าสมเพช(ในสายตาเธอ)และเชื่องช้านั่น
"เอ่อ...ไซกะจัง..."
"อะไร?"
"ขอกระดาษกับปากกาได้ไหม....?"
"ห๋า?"
ไซกะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมทำอะไร กลัวว่าหมอนี่คงจะไม่ปล่อยให้กลับบ้านซักที มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างตัว หยิบสมุดจดเล่มเล็กๆออกมาพร้อมกับปากกา
นักร้องหนุ่มยิ้มหน้าบานอีกครั้งพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น เมื่อเสร็จก็ยื่นกลับคืนให้เจ้าของพร้อมบอกขอบคุณ
"มีอะไรโทรมาเลยนะ เบอร์ส่วนตัวของฉัน แค่บอกมาว่ามีอะไรฉันจะรีบมาหาทันทีเลย"
เด็กนักเรียนสาวเลิกคิ้ว โดยไม่ว่าอะไรต่อจนกระทั่งแยกย้ายกันกลับ

      ไซกะไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะเขียนอะไรลงไป เพราะถ้ามันมีอะไรแปลกปลอมอยู่ในสมุดจดล่ะก็ เธอก็คงฉีกมันทิ้งไปเองโดยไม่ต้องมานั่งนึกย้อนเองแหล่ะ













     


      เช้าวันต่อมา นานะพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวอย่างเห็นได้ชัด มิกะมาโรงเรียนท่าทางมืดมนเหมือนกับไม่ใช่ตัวเธอเมื่อก่อน
ทุกทีถึงจะมาแล้วจะต้องเจอกับเรื่องแย่ขนาดไหน เด็กสาวก็ยังยิ้มได้ แต่คราวนี้....มันไม่ใช่
ดวงตาของเธอไม่ฉายแววสนุกสนานหรือพร้อมจะต่อสู้เช่นทุกครั้ง มันดูว่างเปล่า ว่างเปล่าราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆบนโลกใบนี้
ขอบตาบวมขึ้น น่าจะเป็นผลมาจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และคงร้องไห้อย่างหนัก....

นี่เธอไปเจออะไรมานะ...

นานะคิด เมื่อวานตอนเย็นเธอแยกไปหาทาเครุ แต่คนที่ไปกับมิกะคือยูนะ บางทีเธออาจจะรู้อะไรก็ได้
แต่เมื่อจะหันไปถามกลับต้องเปลี่ยนใจ สีหน้าของยูนะเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน.....

      แววตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็น สีหน้าเรียบเฉยหากแต่แฝงไปด้วยความพยาบาท เด็กสาวนิ่วหน้าด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานหลังจากแยกกัน?
ภายในใจเธอคิดถึงคนอยู่เพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคำตอบสำหรับเธอ คนเพียงกลุ่มเดียวที่จะทำให้เพื่อนสาวของเธอทั้งสองเป็นแบบนี้ได้
ลางสังหรณ์ของเธอบอกไว้แบบนั้น.....และมันคงจะเป็นจริงในช่วงเวลาที่เลวร้ายแบบนี้

      ตอนนั้นเอง...ทัตสึบะเดินเข้าไปใกล้มิกะ ก้มลงกระซิบบางอย่างด้วยรอยยิ้ม แม้นานะอยากจะลุกเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวมีแววตื่นตระหนกพร้อมกับพยักหน้าลงน้อยๆทำให้เธอต้องหยุดอยู่กับที่ของตัวเอง
เมื่อทัตสึบะจากไป สีหน้าและแววตาของมิกะก็เริ่มเปลี่ยน
"อะไรกัน....?"
นานะขมวดคิ้ว ยัยนั่นพูดอะไรกับเพื่อนของเธอ....

      ไม่ใช่แค่นานะที่มองอยู่ตลอดเวลา ยูนะที่นั่งอยู่นิ่งๆหากแต่กำคัตเตอร์ในมือแน่น...จนเมื่อเห็นว่าคนที่น่ารังเกียจเดินจากไป เธอถึงค่อยๆคลายออกช้าๆโดยยังไม่ละสายตาจากเด็กสาวที่น่าขยะแขยงนั่น....

















       ทันทีที่เลิกเรียน มิกะออกจากห้องไปพร้อมกับกลุ่มของโมสึมิทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของนานะและยูนะที่กำลังจะเดินเข้าไปหา
"มันต้องมีอะไรแน่ๆ"
เด็กสาวสวมแว่นพูดพลางยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่า เธอคิดจะตามไป คงไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนอยู่กับคนน่าสงสัยแบบนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ฉันอยากไปด้วยนะ แต่เย็นนี้ต้องรีบกลับ..."
นานะไม่สนใจว่ายูนะจะว่าอะไร เธอแค่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจเท่านั้น ยูนะไม่พูดอะไรต่อเธอรีบเดินออกจากห้องไปอย่างเจ็บใจ ถ้าหากไม่ติดเรื่องของที่บ้านล่ะก็...เธออยากจะไปดูด้วยว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไรกับมิกะ
ตอนนี้ได้แค่ฝากให้นานะเป็นคนดูแลเท่านั้น ตอนนี้ทำได้แค่นี้จริงๆ....โดยที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น....

      หากแต่ไม่ได้ไปคนเดียว นานะกึ่งชวนกึ่งบังคับให้ไซกะสะกดรอยตามกลุ่มโมสึมิกับมิกะไปด้วย ถึงจะทำหน้าไม่พอใจ แต่เธอก็ยังยอมไปด้วยอยู่ดี
ความจริงนานะแค่กลัวจนต้องให้มีคนไปเป็นเพื่อนด้วยเท่านั้นเอง
      ทั้งสี่คนหายเข้าไปในอาคารร้างหลังหนึ่งที่อยู่นอกเมือง บริเวณนั้นค่อนข้างเปลี่ยว ไม่ค่อยมีคน
อาคารร้างที่เดิมมีการก่องสร้างจะให้เป็นอาคารของสำนักงานซักอย่าง แต่บริษัทแม่เกิดเจ๊งขึ้นมาทำให้หยุดการก่อสร้างไปและไม่มีใครสนใจจะมาซื้อต่อ
ยิ่งอยู่นอกเมืองในเขตค่อนข้างร้างผู้คนด้วยแล้ว คงไม่มีใครอยากจะมาอยู่ รอบข้างเป็นเพียงที่โล่งๆที่มีการซื้อไว้โดยบริษัทค้าขายที่ดิน แต่ไม่มีการสร้างหรือมีใครสนใจจึงปล่อยเป็นแค่ที่โล่งกว้างธรรมดา
นานๆทีจะมีคนมาวิ่งเล่น ถ่ายรูป หรือทำอะไรบ้าง แต่ก็คงไม่ใช่ในวันนี้...

 

      นานะกระดกแว่นของตัวเองขณะพยายามเพ่งเข้าไปในตัวอาคาร เธอเห็นผู้ชายประมาณห้าคนเข้าไปด้วย
ความรู้สึกหวาดกลัวและเป็นห่วงเพื่อนยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเธอเข้าไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้แน่นอน แม้จะมีไซกะอยู่ด้วย ความร้อนใจทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สองมือกระชากเสื้อของเพื่อนสาวไปมาด้วยความกังวล น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว กลัวว่าเพื่อนของเธอจะเป็นอะไรไป
"ไซกะ ทำไงดีๆ มันต้องเอาไอ้พวกตัวผู้นั่นมาทำอะไรไม่ดีแน่ๆเลย..."
คนที่นิ่งเงียบมานานไม่ได้ใจเย็นอย่างที่เห็น ไซกะเองก็ร้อนใจไม่น้อย เธอไม่สนใจคำพูดของนานะ สมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าควรจะทำยังไงดี
ควรจะเรียกคนมาช่วย ถึงผู้ชายห้าคนเธออาจจะล้มได้ แต่ลางสังหรณ์เธอบอกว่าควรจะตามคนมาช่วยมากกว่า
ใช่แล้ว....
"นานะ..."
คนถูกเรียกสะดุ้ง ตัวสั่นคนไซกะที่จับไหล่อยู่รู้สึกได้ คงจะกลัวมากสินะ
"ไปตามคนมา ใครก็ได้ ให้เร็วที่สุด ฉันจะเข้าไปห้ามพวกนั้นก่อน"
"ใครงั้นเหรอ ฉันควรจะไปตามใครดี ใคร ที่ไหน...."
นานะสับสน ตัวสั่น และลิ้นแทบจะพันกัน ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ความคิดเดียวของเธอตอนนี้คือเห็นภาพของมิกะที่ถูกทำร้ายทางร่างกายจนบอบช้ำ
เพียงแค่คิด หัวใจของเธอเองก็แทบสลายไปเหมือนกัน น้ำตาไหลลงอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นึกโทษทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งอรสพิษร้ายที่เข้ามาขบกัดสร้างรอยแผลและฉีดยาพิษเข้าไปในหัวใจอันบอบบางของมิกะ
ทั้งตัวเธอเองที่ไม่เข้าไปถามให้แน่ชัดและคอยห้ามไว้ก่อน

                                                          ถ้าฉันกล้ามากกว่านี้ล่ะก็....


      ไซกะนิ่งเงียบมองคนตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร เธอเข้าใจและรู้ดี เพียงแต่ไม่สามารถปลอบโยนให้คลายความกังวลได้ เพราะไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าคนที่อยู่ข้างในจะปลอดภัย ไร้บาดแปลทั้งทางกายและทางใจ
แต่หากยังคงช้า มีหวังเรื่องที่น่ากลัวนั้นได้เกิดขึ้นมาจริงๆแน่
เด็กสาวผมดำล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมา เปิดอย่างรวดเร็วหาหน้าหนึ่ง และฉีกออก ยื่นไปให้คนที่เริ่มสะอื้นโดยยังไม่เปลี่ยนสีหน้า
"ถ้าคิดไม่ออก ก็โทรหาคนๆนี้ซะ ให้เร็วที่สุดด้วย...... ไปได้แล้ว!"
ไซกะดันไหล่ของเพื่อนสาวให้ถอยห่างไป และวิ่งเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่หันกลับมามอง
นานะไม่มีแม้แต่เสียงจะตะโกนเรียก มือที่ถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นอย่างห้ามไม่ได้ ดงวตาที่เริ่มมัวเพราะม่านน้ำใสที่เอ่อล้นทำให้เธอมองเห็นไม่ชัดว่าเป็นเบอร์ของใคร
แต่ในตอนนี้ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ขอแค่ให้เพื่อนทั้งสองปลอดภัยก็พอ....

      นานะยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่บดบังการมองเห็น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขตามในกระดาษที่ได้รับมาและกดโทรออก
เธอไม่รู้ว่าเป็นของใคร ไม่รู้ด้วยว่าทำไมไซกะถึงบอกให้ทำ แต่ตอนนี้คิดไม่ออกว่าควรจะขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนี้
ไม่นาน ปลายสายก็ตอบกลับมา เสียงอันคุ้นเคยเพราะฟังอยู่เกือบทุกวัน แม้แต่ตัวจริงก็เคยเจอมาแล้ว เสียงอันอ่อนโยน เพียงแค่ยิน จิตใจที่ว้าวุ่นของเธอก็สงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"นาจิคุง...ฉันนานะค่ะ...ขอโทษค่ะ....มีเรื่องอยากจะให้ช่วย...."











      ทัตสึบะยืนมองคนที่นอนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช ยามนี้เธอสามารถทำอะไรกับผู้หญิงคนที่เธอเกลียดได้แล้วโดยไม่มีใครมาขวาง
ฝ่าเท้าเหยียบย่ำเข้าที่แผ่นอกบางของมิกะ เด็กสาวสะดุ้ง ความอึดอัดเข้าแล่นไปทั่วร่างกาย หายใจไม่ออก ใบหน้าบวมช้ำจากการถูกตบตี ไม่ใช่แค่ทัตสึบะ อามาอิ แต่มีเด็กสาวอีกคนที่เธอรู้จักดีรวมอยู่ด้วย
มานากะ โทกิโกะ.....

      โทกิโกะและมิกะเคยเป็นเพื่อนกันอยู่ในช่วงหนึ่งก่อนที่จู่ๆโทกิโกะจะเปลี่ยนไป....ความจริงก็เมื่อปีที่แล้วนี่เอง
ทัตสึบะออกแรงกดฝ่าเท้าลงไปที่หน้าอกจนมิกะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
หัวใจของเธอสลายไปแล้ว ตอนนี้ถ้าหากร่างกายจะต้องพังทลายลงไปด้วยก็คงไม่เป็นไร มิกะนอนนิ่งๆปล่อยให้คนตรงหน้าทำอะไรก็ได้ตามใจ
เธอจะไม่ขัดขืน ไม่ห้าม ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะคำด่าทอ ทำร้ายร่างกาย จะแบบไหนเธอก็พร้อมจะรับเอาไว้ทั้งหมด....
ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ เธออยากให้เรื่องนี้รีบๆจบไปเสีย ให้มันจบลงไปที่ตัวเธอ พวกนานะไม่เกี่ยวข้องด้วย ไม่อยากให้กลุ่มเพื่อนที่รักเป็นกังวล บุคคลที่เยียวยาหัวใจของเธอหายไปแล้ว
หายไปเพราะคนกลุ่มนี้......หากมันคิดจะทำลายคนที่เธอให้ควมเชื่อใจมากที่สุดทุกคน นานะ ยูนะและไซกะอาจจะเป็นอันตรายไปด้วย
ไม่ต้องการอย่างนั้น ตอนนี้เธอเหลือแค่เพื่อนๆเท่านั้น หากพวกนี้ระบายความโกรธ ความหมั่นไส้ และอารมณ์ทุกสิ่งลงที่เธอและจบมันไป เท่านี้ก็พอ....


      มิกะยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเพื่อนที่พึ่งเจอกันได้แค่ปีเดียวกลับทำให้เธอรักได้มากขนาดนี้ รวมถึงชายหนุ่มคนนั้นด้วย เจอได้ไม่ถึงปี แต่กลับเป็นคนที่เธอรักมาก รักมากที่สุด
คนเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ ช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบบาง ถึงตอนนี้จะไม่มีแล้วก็ตาม....


      "ยิ้มอะไรไม่ทราบ"
โทกิโกะย่อตัวจิกเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและดึงขึ้นมาให้เผชิญหน้ากับเธอ โทกิโกะยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าบวมช้ำนั้นอีกทีจนมิกะล้มลงไปอีกครั้ง
เสียงหอบหายใจดังขึ้นไปทั่ว ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เด็กสาว ชายหนุ่มห้าคนยิ้มอย่างอารมณ์ดีเช่นเดียวกับโมสึมิ
"เธอรู้ไหม ทำไมฉันถึงเกลียดเธอขึ้นมา...."
โทกิโกะเอ่ย ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนที่ตัวเองทำร้ายไป
"เธอ...แย่งแฟนฉัน....แย่งหมอนั่นไปจากฉัน!!! ยั่วเขาให้เป็นของเธอ ยัยผู้หญิงสำส่อน!!!!!!!"
ดวงตาสีเขียวอ่อนเบิกกว้าง นึกย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว สวนหลังโรงเรียนเธอนั่งอยู่กับแฟนของโทกิโกะ แต่ชายหนุ่มคนนั้นเป็นแค่เพื่อนสมัยประถมของเธอเท่านั้น.....ตอนนั้นเขาเองก็แค่มาปรึกษาเรื่องของโทกิโกะด้วย....
แล้วเธอไปแย่งมาตอนไหน....
มิกะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงคนนั้น เอ่ยความในใจออกไป ความจริงแล้วเธอคนนั้นอาจจะแค่เข้าใจผิดก็ได้
"ฉันไม่ได้ทำนะ...ตอนนั้นเขาแค่มาปรึกษาฉันเรื่องของเธอ เธอก็รู้ว่าฉันมีแฟนแล้ว"
แม้จะส่งเสียงออกไปลำบาก แต่ก็ยังพยายามที่จะพูดให้เข้าใจ เรื่องมันแค่นี้เองเหรอ? แค่นี้เองเหรอถึงทำให้เธอต้องถูกกลั่นแกล้งจนมาถึงตอนนี้?
ทว่าหล่อนไม่ยอมฟัง ยกฝ่าเท้าเตะเข้าช่วงท้องของมิกะจนเด็กสาวย่อตัวด้วยความจุก
"หุบปาก!! ทัตสึบะบอกว่าเธอไปยั่วเขา!! กลับบ้านด้วยกัน ไปไหนต่อไหนด้วยกัน!! แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าแย่งแล้วเรียกว่าอะไร!!!!!!! แล้วเป็นยังไงล่ะ ความรู้สึกที่ถูกแฟนที่รักบอกเลิกน่ะ....แยกแฟนคนอื่นก็สมควรโดนแบบนี้แล้ว!!!!!!!"
โทกิโกะยกเท้าขึ้นหมายจะกระทืบลงไปที่ใบหน้าของมิกะ เด็กสาวหลับตาลงด้วยความกลัว

      และมันก็หยุดลง โทกิโกะมองคนที่นอนอยู่ด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะเอ่ยคำพูดกับชายหนุ่มที่อยู่ด้วย ทำให้มิกะหันไปมองด้วยความตกใจ
"พวกนาย....ข่มขืนยัยนี่ซะ"
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมๆกับคำพูดว่า รอมานานแล้ว
มิกะใช้แรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดค่อยๆขยับหนี แต่ชายคนหนึ่งนัางลงคร่อมบนตัวเธอ อีกคนรวบมือของเธอและยกขึ้นเหนือหัวก่อนจะจับไว้แน่นไม่ได้ขยับ
"ไม่นะ! ไม่!....อย่า!!!!!"
เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาดังขึ้น ทว่าคนที่ยืนมองกลับยิ้มและหัวเราะสะใจ
แม้ว่ามิกะจะมีเคยทำตัวเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น แต่เธอไม่เคยจะทำเรื่องแบบนี้เลยซักนิด เมื่อคนที่เคยคบด้วยทำท่าว่าต้องการร่างกายของเธอ เธอจะเลิกและหายหน้าไปทันที
แต่คนที่อยากจะทำด้วยอย่าโคนัทสึ...กลับไม่เคยแตะต้องเลยแม้แต่น้อย บอกแค่ว่า "รอเราโตขึ้นก่อนนะ ตอนนั้นเธอกับฉันจะเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นอน"
ถึงตอนนั้นคำพูดนั้นอาจจะไม่มีวันเป็นจริงแล้วก็ตาม...........

      "จะร้องทำไม ในเมื่อเธอน่าจะเชี่ยวชาญอยู่แล้วนี่ ให้พวกนี้เห็นลีลาของเธอหน่อยสิ......"
โทคิโกะหัวเราะสะใจคลอไปกับเสียงพูดเยาะเย้ยจากอามาอิและทัตสึบะ

     ตอนแรกคิดแค่ยอมโดนทำร้ายให้จบๆเรื่องไป....แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ไม่ใช่แล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดถูกพรากไปแล้วอย่างหนึ่ง แล้วอีกอย่างก็กำลังจะหายไปเช่นกัน ไม่เอาอีกแล้ว พอซักที
ใครก็ได้ ขอร้องล่ะ.....ใครก็ได้......


                                                               ช่วยฉันที........
 

ตอนนั้นเอง.....


      ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกปามาจากทางประตูโดนเข้าที่หน้าของโทกิโกะอย่างจัง เลือดสีแดงกระเด็นออกมาจากหน้าผากที่แตกของเธอ
เจ้าตัวย่อตัวกับพื้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ทุกสายตาหันไปทางประตู
ไซกะยืนนิ่งพร้อมกับถือก้อนหินไว้ในมืออีกก้อน ก่อนจะปาเข้าไปมั่วๆ อามาอิและทัตสึบะส่งเสียงกรี๊ดออกมา พวกผู้ชายก็ทำสีหน้าตกใจไม่ต่างกัน
ดวงตาสีนิลมองไปรอบๆ กลุ่มชายหนุ่มนั้นไม่ใช่คนจากโรงเรียนและไม่ใช่คนรู้จัก คงเป็นพวกที่ทัตสึบะเรียกมา
ก้มลงสบตาเข้ากับมิกะที่มีสีหน้าตกใจ
"ทำไม...ไซกะ...."
"แก!!!!!!"
โทกิโกะลุกขึ้นและตรงไปทางผู้มาเยือน กระชากคอเสื้อขึ้น ง้างมือขึ้นหมายจะตบเข้าที่ใบหน้า ทว่าไซกะไวกว่า เธอคว้าคอเสื้อของโทกิโกะและเหวี่ยงไปที่ผนังของอาคารร้างอย่างแรง
แผ่นหลังนั้นชนเข้าอย่างจังจนเธอต้องร้องออกมาอีกครั้งและล้มลงนอนตัวงอ
กระดุมคอเสื้อของไซกะหลุดออกตามแรงดึงของโทกิโกะ เนคไทคลายตัว แต่เธอไม่ได้สนใจ หันไปมองเพื่อนสาวที่อยู่ในสภาพไม่น่าดูก่อนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปที่ทัตสึบะและโมสึมิ
ดวงตาสีนิลฉายแววไม่พอใจและพร้อมจะทำร้ายคนได้อีกครั้ง

     คราวนี้ทั้งสามไม่ยอมอีกต่อไป โมสึมิตะโกนบอกให้พวกผู้ชายที่เหลืออยู่จับตัวเอาไว้
"อย่า!!"
มิกะร้องเสียงแหลมเมื่อเห็นกลุ่มผู้ชายสามคนดึงไซกะเอาไว้และกดลงกับพื้น ทั้งแขนและขาถูกพันธนาการไว้ด้วยมือสกปรกของคนกลุ่มนั้นเหมือนกันกับเธอ

     "อยากหาเรื่องเองนะ โทโมฮาระซัง...."
โมสึมิเดินเข้ามาหา ก้มหน้าลงมองไซกะให้ชัดๆ สีหน้าเคียดแค้นออกมาจนน่ากลัว เธอไม่ทนแล้ว ผู้หญิงคนนี้มาขัดขวางแผนการของเธอทุกอย่าง
แม้จะยังสงสัยอยู่ว่ามาที่ได้ยังไง แล้วยังยอมให้จับง่ายๆอีก แต่นั่นไม่สำคัญ
ไม่จำเป็นต้องกลัว ถ้าให้ร่างกายที่ชอบหาเรื่องนั้นเสียความบริสุทธิ์ไปด้วยคงจะดี อยากให้แววตาหยิ่งยโสนั้นกลายเป็นดวงตาที่มีความเศร้าหมองและนึกเสียใจที่เข้ามาขัดขวางเอง
"คราวนี้อย่ามาโทษฉันล่ะ"
ไซกะไม่มีท่าทีหวาดกลัว นั่นทำให้โมสึมิเริ่มรู้สึกระแวง แต่ก็จุดเพลิงโทสะให้มากขึ้นกว่าเดิม
"พวกเธอเนี่ย เอาคนมาทำร้ายแบบนี้เพราะแค่เรื่องผู้ชายเองเหรอ....ที่ทำร้ายยัยนั่นมาก่อนๆก็แค่เรื่องนี้งั้นเหรอ....หรือว่าแค่หมั่นไส้"
"เรื่องของยัยพวกนี้ฉันไม่เกี่ยว ฉันแค่รังเกียจยัยผู้หญิงโสโครกพรรค์นี้เท่านั้น"
"หืม.....แต่คนที่โสโครกน่ะ มันเธอมากกว่า"


     เพี๊ยะ!

      โมสึมิย่อตัวลง ฝ่ามือยกขึ้นตบหน้าของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าอย่างแรง มิกะตาเบิกกว้างตอนนี้เธอโกรธ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
 น่าแปลกที่เพื่อนสาวไม่ยอมขัดขืน รู้ดีว่าไซกะแรงเยอะขนาดไหน แต่ทำไมคราวนี้กลับยอมให้ถูกจับง่ายๆ ไม่ขัดขืน ไม่อาละวาดอย่างที่เคยเป็น นิ่งเกินไปจนเริ่มกังวล
"ไซกะ....."
เสียงพึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม ถ้าเธอมีแรงมากกว่านี้อีกนิด คงจะสลัดตัวออกและช่วยเพื่อนออกไปแล้ว แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น
     มิกะร้องไห้ให้กับความอ่อนแอของตัวเอง......





      ดวงตาสีดำหันไปมองคนที่อยู่ข้างๆ แววตานิ่งเฉย ไร้ความรู้สึก แม้อยากจะสลัดตัวออก ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าลงมือกับพวกนี้ไป มิกะอาจจะโดนหนักกว่าเดิมในเมื่อยังอยู่ในอุ้งมือของพวกนั้น
ตอนนี้เธอทำได้แค่ขอให้นานะตามพวกนั้นหรือใครก็ได้มาให้เร็วที่สุด
     ไซกะเดาะลิ้นเบาๆ เธอก็รำคาญใช่น้อยที่โดนจับอยู่แบบนี้ อยากสะบัดให้หลุดแล้วลุกขึ้นมาตบหน้ายัยพวกนั้นซะหน่อย
แต่ก็ยังกลัวว่ามิกะจะเป็นอันตรายอยู่ดีจึงทำได้แค่นอนนิ่งๆรอเวลาเท่านั้น ถ้าหากช้าเกินไป คงต้องลงมือแล้ว......
 

   ต้องยื้อเวลาเอาไว้สินะ....


     "ยอมรับความจริงไม่ได้เหรอ? อาคาฮิโตะ โมสึมิ.....ว่าตัวเองโสโครกกว่า"
คนถูกว่าตบเข้าที่แก้มของคนพูดอีกครั้ง
"หุบปาก...."
"จริงด้วยสิ....เธอก็แค่หมั่นไส้มิกะ แต่ไม่ยอมลงมือเอง ใช้ให้คนอื่นทำแทน....ไม่อยากมือสกปรกขนาดนั้น? ทั้งๆที่ข้างนอกและข้างในของเธอมันก็เหม็นเน่าไปหมดแล้วแท้ๆ"
"ฉันบอกให้หุบปากไง!!!"
คราวนี้โมสึมิใช้แรงทั้งหมดฟาดเข้าที่หน้าของไซกะ ทว่าคนโดนเล่นงานกลับไม่สะทกสะท้าน....
"คนอย่างเธอน่ะ.......รีบๆไปตายซะ!!!!!!!!!!"
โมสึมิตบเข้าที่ใบหน้านั้นอีกครั้งจนเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกของคนโดนทำร้าย
คำพูดสาปแช่งและด่าทอยังคงดังก้องไปทั่วห้อง จากผู้ร้ายที่นิ่งเฉยและสั่งการอยู่เบื้องหลัง...กลับสติแตกเอาง่ายๆกับคำพูดของคนที่เธออยากจะกำจัดออกไปให้ไวที่สุด
 
 
แม้จะบอกว่าควรจะยื้อเวลาเอาไว้


ทว่าข้างใน.....กลับส่งเสียงออกมาว่า 'ไม่ต้องแล้ว.....'
 
 


                        ราวกับสติที่หลุดลอยไป เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของไซกะดังก้องทั่วอาคาร
 
 
 
ทุกคนในที่นั้นต่างตื่นตกใจ โมสึมิยืนขึ้นพร้อมก้าวถอยไปโดยยังไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เสียงหัวเราะสะกดให้ทุกคนหยุดนิ่ง


    มีเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นที่ยังมีสติ....



     "แย่หน่อยนะ....อาคาฮิโตะ โมสึมิ.....เธอทำร้าย 'เด็กคนนี้' ได้ แต่ 'ฉัน' ไม่ปล่อยไว้แน่....ผู้หญิงที่น่าจะรีบไปตายน่ะ มันเธอต่างหาก.....!!!!"
โมสึมิแทบจะพุ่งเข้าไปอีกครั้ง แขนทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการเอาไว้ทำท่าจะยกขึ้นสะบัดมือน่ารังเกียจนั้นออกไป แต่เสียงตะโกนของใครคนหนึ่งทำให้ตัวร้ายทั้งหมดหันไปมอง
"คุณตำรวจคะ!!!!!!!! ทางนี้ค่ะ!!!!!!!!"


      ชายคนหนึ่งในกลุ่มตัวร้ายร้องขึ้นก่อนจะรีบปล่อยมือจากแขนของเด็กสาวและรีบวิ่งออกไปด้วยความกลัว
สุดท้ายก็มีบทแค่ตัวประกอบเท่านั้น.....
"แย่ล่ะ เราเองก็ต้องหนีแล้ว!"
ทัตสึบะประคองโทกิโกะที่ยังหมดสติโดยมีอามาอิช่วย ก่อนจะหายไปจากประตู

      มิกะลุกขึ้นมา หมายจะเข้าไปหาเพื่อนสาว แต่ด้วยความที่โล่งใจบวกกับสภาพร่างหายของตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ สติจึงค่อยๆหายไปก่อนจะล้มลง
นานะรีบวิ่งเข้ามาประคองเด็กสาวตัวเล็กกว่าที่หายใจอ่อนๆจนน่าตกใจ รอยถูกตบ ถูกข่วนจนเป็นแผลน่าหวาดกลัวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็น
"นานะซัง...รีบพาไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ!"
ทาเครุแนะนำ แต่เขาไม่สามารถอุ้มไปได้ มิวะที่อยู่ข้างๆจึงอาสาที่จะอุ้มออกไปเอง


      ย้อนไปเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ หลังจากที่ไซกะหายเข้าไปข้างในอาคาร นานะที่สับสนทำอะไรไม่ถูกยืนมองกระดาษที่เด็กสาวให้มา คลี่ออกพบเบอร์โทรศัพท์ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร
ในตอนนั้นเธอคิดไม่ออกซักนิดว่าควรจะทำยังไงดี ควรจะตามใครมา ในเมื่อมีเบอร์แปลกๆอยู่ตรงหน้า แถมไซกะยังเป็นคนให้มาอีก สถานการณ์แบบนี้จึงไม่มีทางเลือก
นานะกดหมายเลขตามในกระดาษด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนจะกดโทรออก
"ฮัลโหล? ไซกะจัง? ในที่สุดก็โทรมานะ"
น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น น้ำตาของเด็กสาวไหลออกมาด้วยความโล่งใจ
"นาจิ...คุง?"
"เอ๋? นานะเหรอ? โดนไซกะจังแกล้งรึเปล่าเนี่ยฉัน"
น้ำเสียงที่เฮฮานั้นทำให้จิตใจของเธอสงบลง ยกมือขึ้นปาดน้ำตาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
"นาจิคุง...ฉันนานะค่ะ...ขอโทษค่ะ....มีเรื่องอยากจะให้ช่วย...."
ไม่นานรถสีดำคันใหญ่ก็มาถึงพร้อมกับสมาชิกวงออซ สึบาสะ และทาเครุ




      อาจจะดูเป็นเรื่องตลกที่เหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้แต่กลับเรียกกลุ่มนักร้องขวัญใจประชามาช่วย แต่ในเมื่อนั่นตอนนั้นสับสนและคิดอะไรไม่ออก มันก็เป็นทางเลือกที่มีอยู่
นานะถอนหายใจพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ทั้งโล่งใจและนึกตลก ดวงตาสีน้ำตาลมองแผ่นหลังของมือกลองที่อุ้มเพื่อนของตัวเองออกไปช้าๆโดยมีชิกิคอยดูแลอยู่ข้างๆ

          
            จริงสิ ไซกะ


"ไซกะ เป็นยังไงบ้าง"
ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้เพื่อนสาว ดวงตาสีดำยังคงไร้อารมณ์
มือเล็กขยับขึ้นเช็ดเลือดกำเดาของตัวเองช้าๆโดยไม่พูดอะไรออกมา นาจิและนัทซึโนะมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วง นานะค่อยๆยื่นมือไปหมายจะลูบแผ่นหลังบอบบางนั้น
แต่เมื่อคิดถึงเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของคนๆนี้ทำให้มือชะงัก
ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนย่อมต้องกลัวอยู่แล้ว ตอนนั้นไซกะคลั่งไปแล้ว? หรือว่าโกรธจนควบคุมไม่อยู่? ถ้าเลวร้ายสุดคือเผลอลงมืออะไรทำรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตกับพวกนั้นไปแล้ว
ตอนนั้นเธอไม่รู้เลย ได้แต่คิดไปเองต่างๆนาๆ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อไปช่วยให้ทัน
"ไซกะจัง ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"
นัทซึโนะถามด้วยความเป็นห่วง แต่คนถูกถามกลับไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้าและเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลออกมา จากช้าๆเพิ่มความเร็วขึ้นจนน่าตกใจ


        แบบนั้นจะยิ่งทำให้ไหลมากกว่าเดิมสิ


      "นี่ ไซกะจัง!"
มือเบสของวงเอื้อมไปหมายจะหยุดมือนั้น ทว่าสึบาสะกลับคว้ามันไว้ก่อน ดึงออกมาจนเห็นเลือดที่ติดอยู่ที่มือ
"รีบพาเด็กคนนั้นไปโรงพยาบาลเถอะ"
สึบาสะว่า พร้อมกับอุ้มไซกะขึ้นมา เด็กสาวตาเบิกกว้าง พยายามจะร้องให้ปล่อย แต่ชายหนุ่มบีบไหล่เธออย่างแรงเป็นเชิงว่าให้เงียบ
เด็กสาวจึงได้แต่ก้มหน้าลง พร้อมกับพึมพำบางอย่างที่มีแค่เธอกับเขาที่ได้ยิน






                                                                      "มาช้าชะมัด....."



Comment

Comment:

Tweet