Transition -9-

posted on 14 Aug 2013 16:38 by himawari-sos-dan in Novel
 
 
 
 
Transition
 
 
 
 
 
9
 
 




      เมื่อก่อนฉันไม่เคยเข้าใจว่าการจะรักใครซักคนมันเป็นยังไง ไม่ว่าจะคบหากับผู้ชายคนไหน ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆก็ไม่เคยที่จะพบคำว่า "ความรัก" ใบแบบที่ฉันต้องการ
ไม่ใช่แค่เงินทอง ไม่ใช่แค่ลมปาก ไม่ใช่ของภายนอก แต่เป็นสิ่งที่ได้รับมาจากใจ ฉันต้องการใครซักคนที่มอบสิ่งนั้นจากหัวใจให้กับฉัน
จนมาถึงตอนนี้...ฉันถึงได้รู้ ว่าคนที่ฉันต้องการมาตลอด คือเธอ.....




      กลางฤดูร้อนเมื่อสองปีที่แล้ว เวลาบ่ายสอง ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน เด็กสาวยืนเดินโซเซเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกที่ราวกับกำลังจะละลายไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลลงมาตามร่างกาย
เสียงเปิดประตูดังขึ้นในบ้านที่ไม่เคยเงียบสงบ ทุกวันไม่เคยสิ้นเสียงพูดคุยและเสียงมากมายจากภายใน หากแต่มันไม่ใช่เสียงที่น่ายินดีหรือมีความสุขแต่อย่างใด
"เอาอีกแล้ว ออกไปเที่ยวเล่นอยู่นั่น ไม่รู้จักอยู่บ้านอ่านหนังสือหนังหาบ้างเลย"
เสียงต่อว่าดังขึ้นทันทีที่เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องครัว ใบหน้านิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินเสียงต่อว่าจากผู้เป็นแม่ที่ยังนั่งอยู่
มือเอื้อมไปเปิดตู้เย็น ไอความเย็นจากภายในแผ่กระจายออกมาจนรู้สึกขนลุก ผู้เป็นแม่ยังคงต่อว่าไม่หยุด แต่เด็กสาวไม่ได้ใส่ใจ ไม่เคยคิดจะใส่ใจ....
เมื่อเห็นคนที่ว่าเมินใส่ตนเอง อารมณ์ก็พุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่อยู่
"บอกอะไรไม่เคยจะฟัง ผลการเรียนก็แย่ เอาแต่ออกไปเที่ยวเร่ร่อน แล้วยังมาทำเมินอีก ฉันไม่เคยเลี้ยงแกให้มาเป็นแบบนี้นะ! นี่!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!"
เสียงทุบโตีะดังขึ้น หากแต่คนฟังเดินขึ้นบันไดเข้าไปในห้องของตนเอง ล็อคกลอน แสร้งทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น แม้คำต่อว่านั้นยังคงดังอยู่ภายในบ้าน
 

      อีกแล้ว ทุกครั้งเลย น่าเบื่อจัง
ทรุดตัวนั่งลงที่ข้างเตียงพลางเงยหน้ามองกระดิ่งลมที่ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งพร้อมกับลมร้อนจากภายนอกที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดไว้
      เกลียดหน้าร้อนจัง....
เปลือกตาค่อยๆปิดลงช้าๆ ปล่อยความรู้สึกให้ไปกับสายลมบางเบา




                             แม้จะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึอะไร แต่หัวใจดวงน้อยๆนี้พร้อมจะแหลกสลายทุกเมื่อ






      เวลาล่วงเลยมาถึงกลางฤดูร้อนของปีที่แล้ว ที่นั่งใต้ร่มของต้นไม้ในสวนสาธารณะมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ ดวงตาสีเขียวอ่อนลืมขึ้นช้าๆ รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นๆที่ข้างแก้ม
กระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบถูกวางทาบหน้าตนเอง ชายหนุ่มข้างๆยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง กระป๋องน้ำอัดลมถูกวางลงบนมือของเธอช้าๆ
แม้จะพึ่งถูกนำออกมาจากร้าน แต่มันกลับมีความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มอยู่ด้วยจนเธอรู้สึกได้
เด็กสาวยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้ดื่ม ดวงตาสีเขียวอ่อนหันไปมองคนข้างๆ และเขาเองก็รู้ได้ว่าเธอมองอยู่จึงหันมามองตอบ
รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง พร้อมด้วยเสียงอบอุ่นที่ออกมาจากปากของเขาช่วยให้จิตใจของเธอกระชุ่มกระชวยขึ้นทันที





                                                                  "มีอะไรเหรอ มิกะ?"










      แค่มีเธออยู่ หัวใจที่เคยแหลกสลายของฉันก็ได้รับการเยียวยา....แค่มีเธออยู่ข้างๆไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ร้อนหรือน่าเสียใจขนาดไหนฉันก็ไม่เคยยอมแพ้
ขอแค่มีเธออยุ่ข้างๆ ฉันก็พร้อมจะสู้ ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีใครเข้ามาฉันก็ไม่เคยสน ขอแค่มีเธอ แค่มีเธอเท่านั้น โคนัทสึ......










      ไซกะและนาจิจ้องมองชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และไม่ขยับไปไหน
เด็กสาวหรี่ตาลง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามากวนใจเริ่มทำให้เธอรู้สึกโมโห สองขาก้าวตรงไปหาชายหนุ่มคนนั้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกของคนข้างหลังที่เดินตามมา
      โคนัทสึหันไปมอง เผยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเคย
"พึ่งเคยเจอกันครั้งแรกสินะ...ไซกะจัง?"
คนถูกถามขมวดคิ้ว
"มิกะเคยเอารูปให้ดูน่ะ ถึงจะไม่ค่อยชัดแต่ก็จำได้ว่าเป็นเธอนะ"
ไซกะไม่ได้สงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้จักเธอ ตอนนี้มีคำถามมากมายที่อยากถาม หากแต่เป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อซักครู่ทั้งนั้น
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากว่าอะไร ชายหนุ่มต่างโรงเรียนก็ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบบางอย่างใกล้ๆกับเธอ ก่อนที่จะเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เด็กสาวผมดำขลับที่ยืนอยู่นิ่งๆ


           "เมื่อถึงเวลา บอกมิกะด้วยนะว่า ฉันขอโทษ"


       โธ่เว้ย...!
มาจนถึงตอนนี้ เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คำพูดด้วยเสียงราบเรียบทว่าแฝงความเจ็บปวดชัดเจน ทั้งเรื่องที่ยัยสามตัวนั่นพูดบางอย่างกับเขา เรื่องโทรศัพท์
แต่โคนัทสึไม่ใช่คนผิด เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ความรู้สึกที่เขามอบให้กับเธอคนนั้นมันชัดเจน อ่อนโยน และสามารถช่วยเยียวยาหัวใจของมิกะรวมถึงช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปได้ด้วย

ทว่า.....

ตอนนี้มันกลับถูกสั่นคลอน โดนคนเหล่านั้น อสรพิษร้ายที่เข้ามาเล่นงานเด็กสาวยามที่หัวใจบอบบาง

      ไซกะไม่รู้ว่าทั้งสองพบเจอกันยังไง และไม่รู้ด้วยว่ารักกันมากขนาดไหน อนาคตมิกะจะเปลี่ยนแฟนไปอีกหรือไม่ แต่เธอมั่นใจได้ว่าสำหรับมิกะ ชายหนุ่มคนนี้สำคัญต่อเธอมาก
กี่ครั้งที่พูดถึงเหล่าคนที่เคยคบมา ไม่เคยมีใครเลยที่ทำให้เด็กสาวคนนั้นยิ้มออกมาหน้าบานได้อย่างเขา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า มิกะรักเขาคนนี้มากขนาดไหน
แล้วทำไม? เกิดอะไรขึ้น? มันจะต้องจบลงด้วยมือของยัยผู้หญิงโสโครกนั่นน่ะหรือ?


      "ไซกะจัง คนนั้นใครเหรอ ดูเขาเศร้าๆยังไงไม่รู้นะ"
เด็กสาวหลุดออกจากห้วงความคิด หันหลังไปมองคนที่ยังยืนอยู่โดยที่เธอเองก็ลืมไปแล้ว นาจิแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาเมื่อรู้ว่าถูกลืมไปชั่วคราว
"ไม่มีอะไร"
เลี่ยงการตอบตรงประเด็นไป ไซกะเดินผ่านนักร้องหนุ่มอย่างไม่สนใจ ตอนนี้เธอใช้ความคิดมากไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วย และนั่นทำให้เธอรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยจนไม่อยากจะคิดหรือตามอะไรอีกแล้ว
ตอนนี้แค่อยากนอน กลับบ้านไปอาบน้ำนอนและลุกขึ้นมาเตรียมสู้ใหม่ดีกว่า
แต่ก่อนที่จะเดินผ่านไปไกลนั้น หนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังจะถูกลืมอีกครั้งคว้าแขนของเธอเอาไว้
"เดี๋ยวก่อน! อย่าพึ่งไปสิ เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ ว่าช่วงนี้หายไปไหน ถ้าไม่ได้โกรธแล้วทำไมถึงไม่มาเจอกันบ้าง นี่เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะไม่เห็นต้องเกรงใจกันเลย มาเล่นด้วยกันเถอะ"
เส้นความอดทนของไซกะขาดผึง สะบัดแขนออกอย่างแรงและต่อว่าออกไปอย่างไม่อดทนอีกแล้ว
"หนวกหูจริง! เรื่องของฉันมันไม่สำคัญหรอกน่า!! ตอนนี้ฉันยังมีให้เรื่องให้คิดอีกเยอะ นายก็น่าจะกลับไปทำงานของนายได้แล้ว คิตามิซาวะ นาจิ!!!!!"
แต่แทนที่เขาจะโกรธหรือต่อว่ากลับ สีหน้าเปล่งประกายด้วยความดีใจจนคนมองนึกหมั่นไส้
แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็ยังสดใส
"ดีใจจัง ไซกะจังคุยกับฉันแล้ว แถมเรียกชื่อด้วย"

             นี่ฉันด่านายอยู่นะ....!!



      "เฮ้อ..."
ถอนหายใจกับความใสซื่อ(?)ของคนตรงหน้าและหันหลังกลับอีกครั้ง แต่คราวนี้นาจิอุ้มเธอเอาไว้จนตัวลอยจากพื้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เป็นการกระทำที่หากนานะและพวกแฟนคลับมาเห็นอาจจะกรี๊ดบ้านแตกด้วยความอิจฉา หรือถ้าเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาเองก็คงจะมีความสุขและนอนตายตาหลับแน่นอน
"ไอ้......! ปล่อยนะโว้ย!!"
"ไม่อ่ะๆๆ!! ไซกะจังเมินกันอีกแล้วอ่ะ อุตส่าห์เจอทั้งที จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง!!!"
นาจิส่งเสียงเหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่ยอมปล่อยมือจากของเล่น
"แก!! อยากให้พวกแฟนคลับมาลากฉันลงไปกระทืบเอารึไง!! ปล่อยโว้ย!!!!!!!"
"ถ้าถึงตอนนั้นนั้นฉันจะปกป้องเธอเอง!!!!!!"
ไซกะนึกอยากกระทืบคนที่อุ้มอยู่นี้แทน.... ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นขนาดไหนก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยลงเสียทีจนเด็กสาวเริ่มโมโห
"อย่าให้ถึงตอนนั้นสิเว้ย!!!!!! แล้วก็ปล่อยได้แล้ว!!!!!!!"
รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันคนข้างหลังที่รัดเธอไว้สุดแรงจนนาจิจำใจต้องปล่อย สีหน้าสลดลงนิดหน่อยราวกับลูกหมา

      "ใจร้าย ฉันแค่อยากสนิทกับไซกะจังเองง่ะ...."
"เออ แต่ฉันไม่อยาก"


                                                          ใจร้าย ตอบแบบไม่คิดเลยด้วย.........


"งั้น...เอางี้นะ..."
นาจิแตะไปทั่วๆตัวเพื่อหาอะไรบางอย่าง สภาพที่เมื่อใครเห็นคงต้องหลุดขำ นักร้องหนุ่มขวัญใจชาวประชาจนทำท่าหาของแบบติ๊งต๊อง น่ารักๆแบบนี้ได้ด้วย
อย่างน้อยก็เว้นไซกะไว้คนหนึ่งที่เริ่มหงุดหงิดกับสภาพน่าสมเพช(ในสายตาเธอ)และเชื่องช้านั่น
"เอ่อ...ไซกะจัง..."
"อะไร?"
"ขอกระดาษกับปากกาได้ไหม....?"
"ห๋า?"
ไซกะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมทำอะไร กลัวว่าหมอนี่คงจะไม่ปล่อยให้กลับบ้านซักที มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างตัว หยิบสมุดจดเล่มเล็กๆออกมาพร้อมกับปากกา
นักร้องหนุ่มยิ้มหน้าบานอีกครั้งพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น เมื่อเสร็จก็ยื่นกลับคืนให้เจ้าของพร้อมบอกขอบคุณ
"มีอะไรโทรมาเลยนะ เบอร์ส่วนตัวของฉัน แค่บอกมาว่ามีอะไรฉันจะรีบมาหาทันทีเลย"
เด็กนักเรียนสาวเลิกคิ้ว โดยไม่ว่าอะไรต่อจนกระทั่งแยกย้ายกันกลับ

      ไซกะไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะเขียนอะไรลงไป เพราะถ้ามันมีอะไรแปลกปลอมอยู่ในสมุดจดล่ะก็ เธอก็คงฉีกมันทิ้งไปเองโดยไม่ต้องมานั่งนึกย้อนเองแหล่ะ













     


      เช้าวันต่อมา นานะพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวอย่างเห็นได้ชัด มิกะมาโรงเรียนท่าทางมืดมนเหมือนกับไม่ใช่ตัวเธอเมื่อก่อน
ทุกทีถึงจะมาแล้วจะต้องเจอกับเรื่องแย่ขนาดไหน เด็กสาวก็ยังยิ้มได้ แต่คราวนี้....มันไม่ใช่
ดวงตาของเธอไม่ฉายแววสนุกสนานหรือพร้อมจะต่อสู้เช่นทุกครั้ง มันดูว่างเปล่า ว่างเปล่าราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆบนโลกใบนี้
ขอบตาบวมขึ้น น่าจะเป็นผลมาจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และคงร้องไห้อย่างหนัก....

นี่เธอไปเจออะไรมานะ...

นานะคิด เมื่อวานตอนเย็นเธอแยกไปหาทาเครุ แต่คนที่ไปกับมิกะคือยูนะ บางทีเธออาจจะรู้อะไรก็ได้
แต่เมื่อจะหันไปถามกลับต้องเปลี่ยนใจ สีหน้าของยูนะเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน.....

      แววตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็น สีหน้าเรียบเฉยหากแต่แฝงไปด้วยความพยาบาท เด็กสาวนิ่วหน้าด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานหลังจากแยกกัน?
ภายในใจเธอคิดถึงคนอยู่เพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคำตอบสำหรับเธอ คนเพียงกลุ่มเดียวที่จะทำให้เพื่อนสาวของเธอทั้งสองเป็นแบบนี้ได้
ลางสังหรณ์ของเธอบอกไว้แบบนั้น.....และมันคงจะเป็นจริงในช่วงเวลาที่เลวร้ายแบบนี้

      ตอนนั้นเอง...ทัตสึบะเดินเข้าไปใกล้มิกะ ก้มลงกระซิบบางอย่างด้วยรอยยิ้ม แม้นานะอยากจะลุกเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวมีแววตื่นตระหนกพร้อมกับพยักหน้าลงน้อยๆทำให้เธอต้องหยุดอยู่กับที่ของตัวเอง
เมื่อทัตสึบะจากไป สีหน้าและแววตาของมิกะก็เริ่มเปลี่ยน
"อะไรกัน....?"
นานะขมวดคิ้ว ยัยนั่นพูดอะไรกับเพื่อนของเธอ....

      ไม่ใช่แค่นานะที่มองอยู่ตลอดเวลา ยูนะที่นั่งอยู่นิ่งๆหากแต่กำคัตเตอร์ในมือแน่น...จนเมื่อเห็นว่าคนที่น่ารังเกียจเดินจากไป เธอถึงค่อยๆคลายออกช้าๆโดยยังไม่ละสายตาจากเด็กสาวที่น่าขยะแขยงนั่