Transition -8-

posted on 14 Jun 2013 23:48 by himawari-sos-dan in Novel
Transition
 
 
-8-
 
 
      หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวันคริสต์มาสมาเวลาก็ผ่านไปจนขึ้นปีใหม่ ดอกซากุระผลิบานเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น
ภาคการศึกษาใหม่ การเรียนใหม่ ชั้นปีใหม่ แต่สำหรับนานะแล้วมันไม่ได้แปลกใหม่ขึ้นมาเลย แม้ว่าตอนนี้จะขึ้นช่วงกลางของชั้นมัธยมปลาย มันก็แค่การเลื่อนขึ้นชั้นปี
ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเหมือนเมื่อตอนปีหนึ่งเลยซักนิด
    
      แต่ที่เปลี่ยนไป คงเป็นความสัมพันธ์ของเธอกับเหล่ารุ่นพี่ที่เคยเจอเมื่อปีที่แล้ว
หลังเลิกเรียน นานะและทาเครุมักจะเล่นบาสด้วยกันที่สนามของมหา'ลัยอาโอบะ มีหลายครั้งที่สมาชิกจากวงออซมาเล่นด้วย
     ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ....
    วันนี้เองก็เช่นกัน เพียงแต่สมาชิกที่มาเพิ่มคือ สองที่น้อง คิริคาวะ เรนะ และ คิริคาวะ ซายะ ส่วนสมาชิกของออซวันนี้คือ นาจิ ชิกิและนัทซึโนะ
    นานะนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน เหงื่อไหลออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย สภาพของคนที่ผ่านการเล่นกีฬามาอย่างหนักเช่นเดียวกับทาเครุที่นั่งหอบอยู่ข้างๆ
ตอนนี้ในสนาม นาจิ และซายะกำลังเล่นกันอยู่ ในขณะที่นานะและทาเครุหมดแรงจนฝืนเล่นไม่ไหว
"นี่จ๊ะ"
เรนะยื่นผ้าขนหนูให้ทั้งสอง
"มาเล่นกันทุกวันเลยเหรอ?"
สาวรุ่นพี่ถามพร้อมกับยื่นขวดน้ำดื่มให้นานะตามด้วยทาเครุ เด็กสาวรับไว้อย่างยินดีพร้อมบอกขอบคุณ เธอเปิดฝาขวดไปด้วยพลางตอบคำถาม
"ค่ะ...ช่วงก่อนหน้านี้ก็มาทุกวัน วันไหนไม่ว่างกันหรือเหนื่อยๆก็จะพักบ้าง"
"เอ๋ แล้วไซกะจังล่ะ? ช่วงนี้ไม่เห็นเลยนะ"
เรนะทำท่าหันไปมองที่อื่นก่อนกลับมามองทาเครุที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อตรงหน้าผาก
คนถูกถามชั่งใจอยู่ซักพัก เธอแค่คิดหาคำพูดที่สุภาพและน่าจะฟังแล้วเข้าท่าในการตอบคำถาม
"ฉันคิดว่าเขาติดกิจกรรมชมรมค่ะ เลยไม่ค่อยจะได้มา"

      โม้ไปงั้นแหล่ะ....

ความจริงคือหลังจากเรื่องของ ฮารุยามะ ริน แล้ว ไซกะแทบจะไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับเธออีกเลย ช่วงปีใหม่ก็ปิดตัวอยู่แต่บ้าน โทรศัพท์ไม่เปิด
โทรหาที่บ้านก็บอกแค่ว่าไซกะไม่อยู่ และคนที่รับส่วนใหญ่เป็นพี่ชายของเธอ ถึงนานะไม่เคยเจอพี่ชายของไซกะตรงๆ แต่เธอก็รู้ได้ว่าเขากำลังโกหกอยู่
คนอย่างไซกะที่ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ออกบ้านไปไหนถ้าไม่จำเป็น ไม่มีทางที่จะ ไม่ว่าง แทบทุกครั้งที่เธอโทรไปหา
     หรือบางที คนที่โกหกอาจจะเป็นไซกะเองก็ได้
หลังจากเลิกเรียนก็เดินออกจากห้องไปซะเฉยๆ ไม่ฟังคำเรียกของใคร แม้นานะจะเดินตามออกไปก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแล้วหันมามอง
และนั่นมักจะเป็นทุกครั้งที่นานะบอกว่าจะไปที่อาโอบะ

    หรือไม่อยากจะเจอยัยรินนั่นอีก

     นานะยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลตรงลำคอพร้อมเหม่อมองไปข้างหน้า ทาเครุหันมามองใบหน้าด้านข้างของรุ่นน้องที่นั่งอยู่ด้วยกัน
เขารู้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็คิดอยู่เช่นกัน....
         ไซกะซัง...










      ตึกเรียนเงียบและโล่งไร้ผู้คน เสียงฝีเท้าเบาๆดังมาจากชั้นบน แม้จะเบา แต่ก็สามารถได้ยินชัดเจนเพราะตอนนี้ไม่มีเสียงอื่นใดหลงเหลืออยู่ในตึกแล้วอีกแล้ว
เวลาห้าโมงเย็นเกือบหกโมง นักเรียนทั้งหลายกลับบ้านกันเกือบหมด มีบ้างที่ยังทำกิจกรรมชมรมกันอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกชมรมกีฬา
วันนี้ไม่มีการประชุมกรรมการนักเรียน พวกคุณครูต่างยุ่งกับงานของตัวอยู่ในห้องพักครู มีบางส่วนเริ่มกลับกันไปแล้ว
      ไซกะเดินลงบันไดมาจากชั้นบนอย่างเชื่องช้า เธอไม่รีบ ไม่จำเป็นต้องรีบแม้จะอยู่เป็นคนสุดท้ายของชมรมก็ตาม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ผมดำยาวประบ่าสั่นตามการเคลื่อนไหวอย่างบางเบา
เด็กสาวเดินลงมาจนถึงชั้นสองซึ่งเป็นชั้นห้องเรียนของตนเอง ตั้งใจจะเข้าไปเอาของที่ลืมไว้ แต่เสียงปิดประตูห้องทำให้เธอต้องชะงักและเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ ไซกะย่อตัวเพื่อหลบเจ้าของฝีเท้านั้นโดยทันที
เธอไม่เห็นหน้าของคนๆนั้น แต่แน่ใจได้ว่าออกมาจากห้องเรียนของตนเองแน่นอน
      ห้องเรียนของพวกไซกะอยู่ถัดจากห้องที่ติดบันได เสียงดังมาจากตรงนั้นและมันทำให้เด็กสาวแน่ใจ
         คงมีใครลืมของมั้ง
คิดในแง่ดี ลุกขึ้นและเดินไปที่หน้าห้อง ยื่นมือไปเปิดประตูออกช้าๆและให้เบาที่สุด
ทันทีที่เปิดออก กลิ่นเหม็นของอะไรบางอย่างก็โชยออกมาจากข้างใน

        กลิ่นสี?

      ห้องเรียนยามเย็นที่เริ่มมืดนั้นดูน่ากลัว แต่ไม่ได้ทำให้เด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องนี้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย สายตาสาดส่องไปทั่วๆให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปที่โต๊ะตนเอง
"...!?"
สายตาสะดุดเข้ากับสิ่งของที่วางกระจายอยู่บนโต๊ะของมิกะซึ่งอยู่ข้างๆ

      หน้าสมุดที่ถูกฉีกออก แผ่นกระดาษกระจัดกระจายไปรอบๆ ความมืดของห้องทำให้ไซกะมองไม่เห็นชัดๆว่ามีอะไรเขียนอยู่บ้าง แต่ก็พอจะอ่านออก มันเป็นคำด่า คำสาปแช่ง ที่ใช้ปากกาหมึกสีดำเขียนไว้เต็มหน้ากระดาษ
มือเล็กๆยื่นไปหยิบ พบว่ามันเปียกอะไรบางอย่าง ไซกะเดาะลิ้นไม่พอใจและค่อยรวบรวมกระดาษขึ้นมาทีละแผ่น เมื่อถึงแผ่นสุดท้าย...คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็น
กลิ่นเหม็นสีเข้ามาปะทะจนเธอต้องก้าวถอยไปเล็กน้อย ใบหน้าฉายแววงุนงงและหงุดหงิด

      บนโต๊ะนั้นว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดวางไว้ มีเพียงเส้นสีที่ลากผ่าน....
      แม้จะค่อนข้างมืด แต่ก็มองเห็นได้ว่ามันเป็นสีแดง เส้นสีนั้นลากผ่านเป็นคำ...หากแต่เป็นคำสาปแช่ง


                 "ไปตายซะ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
................




      เช้าวันต่อมา เสียงเอะอะดังขึ้นทันทีที่นานะเปิดประตูเข้ามาในห้องเรียน เสียงซุบซิบและคนที่มุงกันอยู่หน้าห้องเป็นสิ่งที่บอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
นานะไม่ได้สนใจว่าใครพูดอะไรออกมา เธอเห็นเพื่อนชายที่สนิทกันเดินแหวกทางออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดขี้ริ้วที่เปื้อนสีและถังน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำสีแดง ใบหน้าบ่งบอกถึงความโกรธเคือง แม้เพียงเล็กน้อย....
"นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
อิโนะ มิคาวะ หันมามองพร้อมทำหน้ายุ่งกว่าเดิม
"ใครไม่รู้ไปเขียนโต๊ะของมิกะเอาไว้น่ะสิ พอมาถึงมันก็เขียนไว้อยู่แล้ว สีก็แห้งติดอีก เช็ดไม่ค่อยออกด้วย"
มิคาวะไม่พูดอะไรต่อ เดินออกจากห้องไปเพื่อไปเปลี่ยนน้ำ

                 โต๊ะของมิกะเหรอ?
     นานะขยับแว่นพร้อมแหวกกลุ่มเพื่อนๆที่มุงกันอยู่และเดินไปที่โต๊ะของมิกะหลังห้อง เจ้าของโต๊ะยืนหันหลังกำลังเช็ดโต๊ะของตัวเองอย่างเชื่องช้า ยูนะยืนอยู่ตรงข้ามกับมิกะ ก้มหน้าก้มตาเช็ดอย่างแรงเหมือนกัน
นานะเดินอ้อมตัวมิกะมาดูสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ ดวงตาเบิกกว้าง ความโกรธแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว เด็กสาววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะไซกะข้างๆพร้อมกับหันไปถามกลุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องทั้งหมดอย่างเดือดดาล
"ใครเป็นคนทำ!!!!!!!"
เมื่อเห็นคนที่อารมณ์ดีมาตลอดอย่างนานะขึ้นเสียงพร้อมกับสีหน้าที่พร้อมจะด่าได้ทุกเมื่อนั้น ทุกคนเริ่มเหงื่อตกและไม่มีใครพูดอะไร จนเด็กสาวที่นึกเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันถามว่าใครเป็นคนทำไงเล่า!!!!!!!!!"
แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา จนมีหน่วยกล้าตายคนหนึ่งเดินออกมา มามิยะ ไอ เด็กสาวผมหยักศกทำสีหน้าให้ปกติที่สุดและเข้าไป