Transition -7-

posted on 09 Mar 2013 01:25 by himawari-sos-dan in Novel
Transition
 
 
 
 
-7-
 






      กำหนดการของวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะหิมะที่ตกลงมาเมื่อสองวันก่อน ทำให้ในสถานที่ในการจัดรายการจากสวนสาธารณะต้องเปลี่ยนไป และเดิมทีก็เป็นความต้องการของพวกนาจิอยู่แล้ว
ถึงจะเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันไปสักหน่อย ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำงานมากนัก ทันทีที่รู้ว่าสถานที่เป้าหมายแรกใช้ไม่ได้ เจ้าของร้านกาแฟที่ผู้กำกับรู้จักจึงบอกให้ผู้กำกับใช้ร้านของเขาได้
นับว่าเป็นวิธีการที่ฉลาด เจ้าของร้านถือโอกาสนี้ใช้โฆษณาร้านของตนไปด้วยและให้สถานที่ถ่ายทำ ถือว่าได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย


      ร้านกาแฟขนาดใหญ่และค่อนข้างมีชื่อเสียง ภายในค่อนข้างกว้าง สามารถรองรับคนได้หลายคน การตกแต่งเป็นไปตามรสนิยมของเจ้าของร้านที่ชื่นชอบความทันสมัย โคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ และรูปภาพประดับฝาผนัง
ก็เป็นของสมัยใหม่ ถึงอย่างนั้นบางอย่างก็มีความคลาสสิคหรือความเก่าแก่ผสมอยู่ด้วย อย่างที่นั่งทางด้านในที่ติดกับเคาท์เตอร์ เป็นไม้ทั้งหมด แต่ทางด้านนอก กลับเป็นแนวสมัยใหม่
เพลงที่บรรเลงคลอเบาๆในร้านก็เป็นเพลงบรรเลงคลาสสิค บางอย่างอาจดูไม่เข้ากัน แต่นั่นก็ดึงดูดให้คนเข้าร้านเขาทั้งเพื่อชื่นชมกับบรรยากาศแปลกใหม่และรสชาติของอาหาร


      ไซกะนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ในร้านขณะรอคนที่ตนเองเรียกว่า 'เพื่อนสนิท' แต่ตอนนี้อยากจะเลิกคบเต็มที
     ยูนะถอนหายใจหลังจากได้ยินเสียงเดาะลิ้นของคนข้างๆเป็นครั้งที่สิบได้ แต่เธอก็เข้าใจอาการของเพื่อนในตอนนี้
เมื่อคืนก่อน นานะโทรหาไซกะและบอกว่ามีเรื่องที่พูดออกทางโทรศัพท์ไม่ให้ อยากนัดเจอ ตอนนั้นยูนะรู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร
หลังจากวันที่คาเฟ่หน้าอาโอบะ ยูนะขอให้เธอปิดเป็นความลับกับไซกะจนกว่าจะถึงวันจริง แน่นอนว่าทุกคนคิดว่า ไซกะไม่ยอมแน่ถ้ารู้เข้าว่าจะนัดไปที่ไหนและทำอะไร จึงต้องปิดไว้ และใช้วิธีการของนานะแทน
 

      ผลของการหลอกก็คืออารมณ์ของไซกะที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อนั่นเอง เด็กสาวแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาจนคนรอบข้างต่างมองอย่างหวาดๆ รวมถึงทาเครุที่นั่งตรงข้ามด้วย
ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ไหลออกมาทั้งๆที่อากาศภายในร้านไม่ร้อนซักนิด แต่เขากลับรู้สึกถึงไอความร้อนและความเย็นที่แผ่ออกมาจากคนข้างหน้าจนทั้งสั่นและเหงื่อออกพร้อมกัน
 

     ภายในร้านเริ่มคึกคักขึ้นมาบ้างแล้ว ทีมงานเตรียมสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหลายเรียบร้อย ดาราหนุ่มและสาวคู่หนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นพิธีกร เดินมาจากหลังร้านที่ตอนนี้กลายเป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว
ไซกะหันไปมองพร้อมกับทาเครุและยูนะ ดูท่าอีกไม่กี่นานคงจะได้เริ่มการถ่ายทำแล้ว
"ขอโทษที่มาช้า"
ในที่สุด คนที่รอคอยทั้งสองคนก็มาถึง ทาเครุหันไปมองพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย
"กว่าจะมาได้นะ นัดเองแท้ๆ"
ยูนะพูดพร้อมกับทำหน้าบึ้งเล็กน้อย ขยับตัวชิดกับไซกะ เว้นที่ไว้ให้มิกะ ส่วนนานะนั่งติดกับทาเครุ
"เอาน่า แต่ก็ทันไม่ใช่เหรอ"
คนนัดยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อหันไปเจอสายตาอาฆาตของเพื่อนสาว
ไซกะส่งสายตาที่สามารถฆ่าคนได้ไปให้โดยไม่ปริปาก นานะต้องรีบเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อย่างอื่น หลีกเลี่ยงสายตาอาฆาตนั้น
"อ๊า! อากาศหนาวพร้อมกับหิมะตกแบบนี้ จะดื่มน้ำเย็นไม่ได้นะ ไซกะ"
แก้วชาเย็นที่วางอยู่ข้างๆไซกะกลายเป็นเป้าหนีของนานะไปทันที จริงอยู่ที่อากาศหนาวและหิมะตก แต่ถึงอย่างนั้นสาวผู้เย็นชาเสมอก็ไม่สะทกสะท้านเมื่อต้องดื่มเครื่องดื่มที่ใส่น้ำแข็ง
ไม่ใช่นานะ พนักงานของร้านเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเด็กสาวเอ่ยปากสั่งชาเย็น
"........"
ไซกะยังคงเงียบ ส่วนนานะได้แต่เกาแก้มพลางหัวเราะ แหะๆ โดยไม่มีคำขอโทษแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้สาวผู้เย็นชาโกรธมากขึ้น
ความเงียบปกคลุมไปทั้งโต๊ะ ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกผิดกันหมด อย่างน้อยก็ยกเว้นนานะที่ทำไปเพื่อความสนุก แต่ทั้งยูนะ มิกะ และทาเครุ แม้จะไม่ใช่คนทำตามแผนทั้งหมด แต่ก็รู้สึกผิดที่ไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
นานะรู้เรื่องนี้ดีว่าทุกคนคิดอย่างไร แต่เธอเองก็ได้แต่เถียงอยู่ในใจ 'ก็ถ้าบอกไปตรงๆก็ไม่ยอมมาไม่ใช่รึไง'
 
 
 
      "จะเริ่มถ่ายแล้วนะครับ!"
ตากล้องผู้ทำลายความเงียบของพวกนานะตะโกนบอกพิธีกรชายหญิง ทั้งสองพยักหน้า ปัดเสื้อผ้าและจัดให้เข้าที่ หยิบบทที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ยืนหันหน้าไปทางกล้องและยิ้มให้อย่างมืออาชีพ
เสียงนับถอยหลังเริ่มขึ้น การถ่ายเริ่มขึ้นแล้ว
สิ้นเสียงตากล้อง เสียงร้องของสาวๆในร้านที่ทั้งยืนและทั้งที่นั่งอยู่ก็ดังขึ้นอัติโนมัติและพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา แม้แต่มิกะและนานะที่นั่งอยู่ก็ร่วมด้วยเช่นกัน
"เริ่มแล้วนะครับ"
ทาเครุยิ้มน้อยๆและหันไปหาไซกะ เด็กสาวย่อตัวลงก้มดูดหลอดจากแก้วโดยไม่มองไปที่จุดความสนใจของทุกคน ยกสองมือขึ้นเท้าคาง หันหน้าเข้าหากระจกของร้าน มองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย
 

      ความโกรธในจิตใจเริ่มหายไปเมื่อมองดูหิมะสีขาวที่อยู่บนพื้นถนนและตามอาคารบ้านเรือน ผู้คนเดินสัญจรไปมา บ้างหันมามองข้างในร้านแล้วเดินจากไป บ้างเดินผ่านโดยไม่สนใจ
ถึงจะเป็นวันที่หิมะตก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นวันคริสต์มาส ทั้งสายไฟและสายรุ้ง ต้นคริสต์มาส เสียงเพลง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันนี้ และจะมีไปตลอดจนหมดช่วงปีใหม่หรือต้นเดือนมกราคม
      เมื่อคิดได้ว่าวันแบบนี้ควรจะมีความสุขและสนุกไปกับมัน ไซกะก็เผยยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง...








      ประตูที่เชื่อมทางไปสู่ข้างหลังร้าน ห้องแต่งตัวและเตรียมตัวชั่วคราวของกองถ่ายรายการบันเทิง นาจิที่ยืนชะโงกหน้าออกมาดู แม้เพียงน้อยนิดผ่านช่องว่างของประตูเพื่อไม่ให้กลุ่มคนดูเห็นพวกเขา
แต่ก็ทำให้เขาสามารถเห็นทางหน้าร้านได้
"คนเยอะจังแฮะ"
เขาพูด แต่ยังคงกวาดสายตาไปทั่วๆเท่าที่ทำได้ ตอนนี้พิธีกรทั้งคู่กำลังสัมภาษณ์เจ้าของร้านกาแฟที่เอื้อสถานที่ถ่ายทำอยู่ และเหลือเวลาอีกประมาณสิบห้านาทีจะถึงตาของพวกเขาหรือแขกรับเชิญ
และในที่สุด สายตาก็หยุดไปที่เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่เป็นเป้าหมายของเขานั่นเอง
"พวกนานะจังมาด้วย ดีแล้วที่ชวนมา"
นาจิพูดและยิ้มให้กับตัวเอง
"ชวนเองแท้ๆ เขาก็มาสิครับ แฟนคลับคุณขนาดนั้น"
ชิกิยืนอยู่ข้างหลังนักร้องนำของวง พูดด้วยเสียงเรียบๆ ไม่สนใจกับอาการตื่นเต้นนิดหน่อยของนาจิ
นักร้องนำหันมาทำหน้ามุ่ยในเพื่อนพลางบ่นไปด้วยเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะให้ชิกิได้ยิน "ก็เพราะชวนแล้วมาถึงได้ดีใจไงเล่า"
"อีกห้านาทีจะถึงคิวของเราแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะครับ"
ชิกิทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปที่ห้องเตรียมตัว ทิ้งให้นาจิยืนทำหน้าบึ้งเป็นเด็กๆไว้

      ในบรรดาสมาชิกทั้งหมดของออซ(ไม่รวมสึบาสะ) ชิกิถือว่าเป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่องมากที่สุด ทั้งเรื่องงาน เรียน และอื่นๆ เมื่อทำงาน เขาจะกลายเป็นเหมือนบอสใหญ่แทนมิวะที่เป็นหัวหน้าวง
บางครั้งที่มิวะและนาจิทำงานอย่างไม่จริงจัง ชิกิก็จะเป็นคนที่คอยเตือนเสมอ แต่โดยปกติแล้วจะด่าซะมากกว่า







      "ต่อไป ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย...แขกรับเชิญของเรานั่นเอง!!"
พิธีกรชายพูดจบ เสียงกรี๊ดของสาวๆยิ่งดังสนั่น บ่งบอกว่านี่เป็นเป้าหมายของพวกเธอที่มาในวันนี้อยู่ที่แขกรับเชิญนั่นเอง
"งั้นก็พบกับพวกเขาได้เลย ฮารุยามะ ริน และ คิราฮาระ อายาเนะ!!"
เศษเสี้ยวของผู้ชมที่เป็นผู้ชายช่วยกันส่งเสียงให้กับสองดาราสาว แต่ไม่ได้มีแค่ผู้ชายอย่างเดียว ผู้หญิงบางกลุ่มที่ชื่นชอบก็ยังมีอยู่เช่นกัน
แต่บางกลุ่มกลับทำหน้าราวกับว่าเห็นของน่ารังเกียจเมื่อ ฮารุยามะ ริน เดินออกมา
 

      ฮารุยามะ ริน เป็นนางแบบสาวและนักแสดง เธอเป็นคนสวยแบบที่ชายหนุ่มต้องการ ผิวขาวเนียน แก้มและริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมลึกน่าหลงใหล ผมสีเหลืองอ่อนดัดเป็นลอน
รูปร่างภายนอกสมเป็นนางแบบ หน้าอกไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เอวคอด สะโพกผาย แขนและขาเรียวเล็ก ชุดเดรสสชมพูอ่อนที่เธอใส่อยู่ยิ่งเสริมความน่ารักให้กับตัวของนางแบบคนนี้
"ยี๋ ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจ!!"
"ไปไกลๆไป๊ ชิ่ว!!"
หนึ่งในเสียงตอบรับของริน และนั่นทำให้ไซกะต้องหันหน้าจากภายนอกกลับมาดูที่คนถูกว่า ครั้งแรกที่เห็นเธอยอมรับว่า รินเป็นผู้หญิงที่สวยมากจริงๆ แต่เป็นความสวยที่แตกต่างจากอายาเนะ
 
 
 
 
      คิราฮาระ อายาเนะ ไม่ใช่นางแบบ เธอเป็นนักร้องขวัญใจวัยรุ่นคนหนึ่งที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นเหมือนพวกไซกะ แต่ความน่ารักของอายาเนะเป็นความน่ารักเหมือนสาววัยรุ่นทั่วไป
ผิวขาวธรรมชาติ ใบหน้าถูกแต่งแบบอ่อนๆ ปลายผมยาวสีดำดัดเป็นลอน แต่มันถูกปล่อยตามธรรมชาติ ไม่มีการตกแต่งใดๆ แม้แต่ชุดที่ใส่ อายาเนะใส่เสื้อมีฮู้ดสีขาวแขนยาวและมีเสื้อคลุมแขนสั้นอีกชั้นสีฟ้าและกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน
เหมือนชุดออกไปข้างนอกธรรมดา เรียกได้ว่า รูปแบบของอายาเนะคือ ความเป็นธรรมชาติ  และนั่นเป็นสิ่งที่ไซกะเห็นแตกต่างจากริน
"มีคนไม่ชอบรินอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"
นานะว่า สายตายังจับจ้องอยู่ที่สองดาราสาว แต่คำพูดของพิธีกรต่อมาทำให้เธอต้องเปลี่ยนเป้าสายตา
"และสุดท้าย คนที่สาวๆรอคอยมากที่สุด ออซ!!!!"
หนุ่มๆที่ถูกเรียกเดินออกมา เรียงจาก นาจิ นักร้องนำ นัตสึโนะ มือเบส ชิกิ มือคีย์บอร์ด และมิวะ มือกลองและหัวหน้าวง
เสียงกรี๊ดดังสลั่นลั่นร้าน จนไซกะต้องเลื่อนสองมือที่เท้าคางอยู่ขึ้นไปปิดหู จนกระทั่งเสียงค่อยๆเงียบไป
"มาแล้วๆๆๆ"
"มิวะคุงงงงง"
"อร๊าง~"
นั่นคือ ยูนะ มิกะ และนานะ ตามลำดับ ไซกะผละออกจากหลอด มองไปยังกลุ่มเป้าหมายของเสียงกรี๊ดเมื่อครู่ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันกลับไปมองข้างนอกอีกครั้ง
ส่วนทาเครุมีอยู่เพียงคนเดียวที่ทำให้เขาจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
 
 
      พิธีกรทั้งสองหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อกลุ่มชายหนุ่มเดินมานั่ง พวกเขานั่งกันอยู่เป็นครึ่งวงกลม เยื้องกับโต๊ะของพวกนานะ แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย นาจิหันมาทางพวกนานะ แล้วโบกมือเป็นเชิงทักทาย
ทำให้สาวๆที่อยู่ในบริเวณกรีดร้องกันยกใหญ่
"นาจิคุงงงงงงงงง!!!!"
นานะที่เทบจะละลายอยู่แล้วร้องออกมาอย่างลืมตัว หน้าร้อนฉ่าและแดงก่ำ มิกะกับยูนะเองก็ไม่ต่างกับนานะ แม้จะไม่ได้คลั่งที่ตัวนาจิ แต่ถ้ามีคนหน้าตาดีโบกมือมาให้ในบริเวณที่อยู่ มันย่อมต้องดีใจอยู่แล้ว
และดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้าง หรือเพราะความเป็นส่วนตัวของทาเครุกับทุกคนในออซก็ไม่รู้ได้ นัทซึโนะและมิวะ หันมาทางพวกเธอ ยิ้มและโบกมือให้เช่นกัน
"มองมาทางนี้ด้วยล่ะ!!"
"จ..จริงด้วย"
คราวนี้ไม่ใช่แค่มิกะและยูนะที่กำลังจะละลายไปตามนานะ สาวๆคนอื่นๆที่ทนรับออร่าไม่ไหวต่างพากันล้มพับไปตามๆกัน
"งี่เง่า"
ไซกะขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาเบาๆ เธอเป็นคนเดียวในโต๊ะ หรือจะเรียกว่าในบรรดาสาวๆก็ได้ที่ไม่สะทกสะท้าน
 
 
 
      กลับไปที่เหล่าคนหน้าตาดี อายาเนะหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะแซวหนุ่มๆ
"โปรยสเน่ห์มากมันไม่ดีนะคะ"
คำหยอกล้อของเธอเรียกเสียงหัวเราะของทุกๆคนในร้านได้ ออซทุกคนที่โดนหยอกจึงหันไปเถียงกับนักร้องสาวเป็นการเรียกสีสัน



    "ต่อไปคือช่วงตอบคำถามของเหล่านักแสดงนะครับโดยที่ผมกับคุณอายะจะอ่านคำถาม แล้วทุกคนต้องตอบคำถามนั้น และจะมีคำถามจากเหล่าแฟนๆอีกนิดหน่อย เตรียมตัวกันรึยังครับ"
พิธีกรชายผู้อารมณ์ดีอธิบายพร้อมกับยิ้มอย่างสนุกสนาน จนถึงตอนนี้ไซกะพึ่งรู้ว่าพิธีกรสาวชื่อ อายะ
 
 
      สามสาวได้ยินอย่างนั้น จึงรีบลุก และวิ่งไปให้อยู่ใกล้เวทีชั่วคราวมากที่สุด แต่ละคนมีกล้องในมือเป็นของตนเอง นานะเป็นคนอัดวีดีโอ มิกะและยูนะเป็นฝ่ายถ่ายภาพนิ่ง
ทั้งสามต้องแหวกฝูงชนที่มารุมกันอยู่ข้างหน้าเพื่อให้ได้เข้าใกล้มากที่สุด ต่างพากันนึกเสียดายที่ไม่มาอยู่รอก่อน สุดท้ายถึงจะไม่ได้เห็นภาพชัดๆ แต่ก็นับว่าดีที่กล้องในปัจจุบันมีคุณที่ดีเยี่ยม แม้ว่าจะซูมใกล้ขนาดไหนก็ยังเห็นได้ชัดเจน
นั่นจึงไม่ค่อยเป็นปัญหาของพวกเธอ คนอื่นๆต่างพากันขยับเข้าใกล้ ชูมือขึ้นถ่ายรูปเช่นกัน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ตอนนี้คงเหมือนสนามรบขนาดย่อมที่มีรูปถ่ายของคนดังเป็นรางวัล
"เดี๋ยวจบเขาก็ให้ถ่ายน่า"
ไซกะคิดอย่างเหนื่อยอ่อน เธอกับทาเครุนั่งกันอยู่สองคน ปล่อยให้เหล่าแฟนๆทำหน้าที่ของพวกเขาไป ระยะห่างจากโต๊ะของพวกเธอกับเวทีชั่วคราวนั้นห่างกันไม่มาก และเสียงจากไมค์โครโฟนนั้นก็ดังพอจะให้ได้ยินกันทั่ว
หากไม่ติดว่าบางคนอย่างเช่นนานะอยากจะถ่ายเก็บไว้ดูส่วนตัวแบบคมชัดกว่าในโทรทัศน์ ทุกคนคงจะนั่งหรือยืนฟังกันได้สบาย
แต่หากมันเป็นความชอบ การเบียดกับผู้คน ต่อสู้เพื่อให้ได้มันมาก็ไม่มีปัญหา
 
 

      "เริ่มที่ข้อแรกเลยนะคะ คำถามแรกคือ ทุกคนมีสัตว์เลี้ยงกันไหม แล้วชอบสัตว์อะไรบ้าง เริ่มจากมิวะคุงเลยค่ะ"
"นั่นสินะ...ที่บ้านผมไม่เลี้ยงอะไรหรอกครับ แต่ผมชอบแมวนะ ตอนร้องเหมียวๆน่ารักดี"
มิวะส่งเสียงร้องเหมือนแมวไปด้วย เรียกเสียงกรีดร้องจากแฟนๆของเขาในทันที
"สมเป็นมิวะคุง ต่อไป ชิกิคุง"
"ผมเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่งครับ ชื่อ มิเกะ"
"พันธุ์อะไรหรือครับ?"
"Scottish Fold ครับ"
"โห อย่างนี้มิวะคุงก็ไปเล่นที่บ้านของชิกิคุงบ่อยสินะเนี่ย"
อายะแซวด้วยท่าทางเขินๆ นานะแอบคิดในใจแวบหนึ่งว่า นี่มันวายสินะ นี่มันวายจริงๆสินะ!!
"แล้วนัทซึโนะคุงล่ะคะ"
"เหมือนมิวะครับ ไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย ส่วนชอบ ผมชอบปลากับพวกสัตว์น้ำน่ะครับ"
"สมเป็นนัทซึโนะซัง ต่อไป คนสุดท้ายของออซ นาจิคุง"
"อืม~~ บ้านผมเลี้ยงสุนัขไว้น่ะ ตัวเล็กๆ ซนๆ ชื่อ 'คาร์ล' พันธุ์   Great Pyrenees   "
นานะตาเป็นประกาย บ้านเธอก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน แบบนี้เรียกว่าความชอบที่เหมือนกันสินะ หรือเธอหลงตัวเองเกินไป แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้หัวข้อในการสนทนากับนาจิแล้วอย่างหนึ่ง
 
 
 
      "ฉันเลี้ยงนกแก้วไว้ตัวหนึ่ง ชื่อว่า 'เรย์โกะ' "
อายาเนะผู้ร่างเริงตอบทันทีเมื่อพิธีกรทั้งสองมองมาทางเธอ
"นกแก้วเหรอคะ คงเหมือนมีเพื่อนที่พูดได้ทุกเวลาสินะคะ"
พิธีกรสาวอายะถามพลางหัวเราะเล็กน้อย
"ช่าย~ ตอนมันเช้าๆที่ฉันยังไม่ตื่นนอน เรย์โกะจะชอบพูด 'สวัสดีตอนเช้า~'  เสียงแหลมๆของเรย์โกะทำให้ฉันตื่นทันทีเลยล่ะ ไม่ต้องนาฬิกาปลุกเลย มันปลุกฉันตลอดเลยล่ะค่ะ"
และแน่นอนว่าคำตอบของเธอก็เรียกเสียงหัวเราะจากแฟนๆได้อีกเช่นกัน
ความจริงแล้ว ไซกะพอจะรู้จักอายาเนะมาบ้าง เพราะเธอร้องเพลงประกอบอนิเมหลายเรื่อง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ไซกะรู้จักและแอบชื่นชอบ แต่ไม่ถึงขนาดว่า คลั่งใคล้ เหมือนคนอื่นๆ
นอกจากนี้ยังรู้สึกได้อีกว่า อายาเนะเป็นผู้เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้
มาถึงคนสุดท้ายของคำถามแรก คราวนี้นานะเป็นคนสังเกตุเห็น ว่าผู้หญิงบางกลุ่มสะบัดหน้าหนีไม่มองไปทางหญิงสาวคนนั้นเลย แต่ในขณะที่บางคนยังมองอยู่ เพียงแต่ทำหน้าเหยเก ราวกับเห็นกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ทั้งๆที่สิ่งนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรเลย
"ฉันไม่ได้เลี้ยงหรอกค่ะ ทุกคนในบ้านค่อนข้างยุ่งๆ กลัวว่าจะไม่สามารถดูแลได้หากเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้"
"งั้นหรือครับ น่าเสียดายนะ แล้วรินซังชอบสัตว์แบบไหนหรือครับ"
"นกค่ะ ฉันชอบนก ตรงที่มี 'ปีก' และบินได้"
ชอบเพราะมี 'ปีก' หรือชอบคนที่ชื่อเป็น 'ปีก' กันแน่ ความคิดแรกของออซทุกคนหลังจากได้ยินคำตอบจากริน

 
 
      คำถามข้อที่สอง ถามถึงสีที่ทุกคนชอบ คำถามที่สามถามถึงงานอดิเรก โดยรวมแล้วเป็นเหมือนคำถามความชอบและเรื่องส่วนตัวทั่วไป
ทาเครุที่ไม่กล้าเข้าไปใกล้รีบจดทุกสิ่งที่ได้ยินไว้ในสมุดบันทึกของตัวเองอย่างเร่งรีบ ไซกะที่เห็นเข้ารู้สึกแปลกใจขึ้นมา
"จะจดไปทำไม"
"ผมอยากรู้ทุกเรื่องของเขาน่ะครับ"
"ถามเอาไม่ง่ายกว่ารึไง รู้จักกันเป็นส่วนตัวอยู่แล้วนี่"
ชายหนุ่มหยุดเขียนไปครุ่หนึ่ง ตอบโดบไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
"ผมคงไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวของเขาหรอกครับ...."
สีหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ แต่แววตาหลังกรอบแว่นนั้นฉายแววปวดร้าว
ไซกะอ่านออกในทันทีว่าเขาเจ็บปวดขนาดไหนที่ถึงจะรู้จักกัน แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจ นั่นคือ ทำไม? เพราะทาเครุไม่มีความกล้าถึงไม่สามารถพูดคุยกันได้
เพราะนัทซึโนะอยู่สูงเกินไป หรือเพราะเรื่องอื่น แต่คำตอบนั้นถูกเฉลยมานานแล้ว ทาเครุขอให้เธอสอนให้เขามีความกล้า ขอให้สอนให้เขาเข้มแข็งขึ้น และนั่นคงเป็นคำตอบอยู่แล้วว่าทำไม
"ตอนงานวัดเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นผมได้คุยกับเขา...เยอะที่สุดที่ผมเคยได้รับแล้วล่ะครับ"
 
 
      ทาเครุหลับตาลง ย้อนนึกถึงวันงานเทศกาล หลังจากไซกะหายตัวไป เขาอยู่กับกลุ่มออซ นานะ สึบาสะ และซายะ แต่เขาเป็นเหมือนสิ่งไร้ตัวตนภายในกลุ่ม
นานะคุยกับซายะอย่างสนุกสนาน สึบาสะ นาจิ ชิกิ มิวะ และคนที่เขาชื่นชอบมากที่สุด นัทซึโนะ ทุกคนที่สนิทกันอยู่แล้วจึงเล่นกันได้อย่างสนิทสนม แต่เขาไม่ใช่ เขาเป็นแค่คนรู้จักของสึบาสะ ที่บังเอิญได้รู้จักกับคนอื่นๆเท่านั้น
ตอนนี้ไซกะไม่ได้อยู่กับเขา คนที่เคยคิดว่าจะมอบความกล้าให้เขาได้ คนที่คิดว่าจะอยู่เคียงข้างเขาได้ทุกเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มองไม่เห็นตัวตนของเขาอีกคน
และตอนนั้นเอง ที่นัทซึโนะเดินมาอยู่ข้างๆ และยิ้มให้เหมือนทุกที ทาเครุสะดุ้งอย่างเห็นได้ชัด ค่อยๆหันไปมองช้าๆ
"คนเยอะจังเลยเนอะ"
ชายหนุ่มพูดขึ้น
"น...นั่นสินะครับ"
"ครั้งแรกสินะที่เราได้มาเที่ยวด้วยกัน"
"นั่นสินะครับ!"
เพราะความตื่นเต้นนั้นทำให้ทาเครุไม่สามารถควบคุมระดับเสียงของตนเองได้ ทั้งสั่น ทั้งเสียงดังกว่าทุกที และทั้งท่าทางที่ตื่นเต้นจนมองเห็นได้ชัด
นัทซึโนะยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะออกมาจนคนข้างๆตกใจอีกครั้ง
เราพูดอะไรผิดเหรอ เราทำอะไรผิดรึเปล่านะ ซากาโมโต้ซังหัวเราะเยาะเรารึเปล่า ความคิดของทาเครุหลั่งใหลออกมาพร้อมกัน พยายามหาสาเหตุของการกระทำของคนที่ตนแอบชอบ
คนที่หัวเราะอยู่รู้สึกถึงสายตาที่หม่นหมองลงของทาเครุ จึงหยุดและอธิบาย
"ขอโทษนะ เห็นเธอดูตื่นเต้นแล้วอดขำไม่ได้ ไม่ต้องตื่นเต้นตอนอยู่กับฉันก็ได้นะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่ สนิทกันไว้ดีกว่า"
ราวกับแสงสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าของทาเครุ รอยยิ้มของนัทซึโนะทำให้หัวใจของเขาพองโต ความรู้สึกชอบที่มีให้นั้นเข้มข้นกว่าเดิม หัวใจของที่พองโตนั้นกำลังบอกว่าชอบคนๆนี้จริงๆ
เขาอยากจะปกป้องรอยยิ้มดั่งแสงสว่างนั้นของนัทซึโนะให้ได้....
   

      ไซกะนั่งมองชายร่างเล็กที่เล่าความทรงจำดีๆของเขาให้ฟังด้วยรอยยิ้ม น่าแปลกที่เธอกลับเข้าใจความรู้สึกของเขา ดวงตาของทาเครุส่องประกายเมื่อพูดถึงคนๆนั้น นายคงชอบมากจริงๆสินะ เด็กสาวคิด
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมนายถึงไว้ใจให้ฉันกับนานะช่วยนายให้แข็งแกร่งขึ้น? ทั้งๆที่ถ้านายเป็นแบบนี้ฉันคิดว่าซากาโมโต้ นัทซึโนะก็ชอบนายได้อยู่ดี"
ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง แค่เป็นตัวของเขาแบบตอนนี้ แค่นี้เขาก็สามารถอยู่กับคนที่เขารักได้
ทาเครุเงียบไปซักพักก่อนค่อยๆเงยหน้ามองออกไปข้างนอกโดยยังไร้คำตอบ เนิ่นนานที่เขามองหิมะสีขาวภายนอกจนไซกะคิดว่าคงจะไม่ได้คำตอบแล้ว ขณะกำลังตัดใจ เขาก็พูดออกมา
"ถ้าผมแข็งแกร่งขึ้น ผมจะสามารถปกป้องรอยยิ้มนั้นได้ ปกป้องเขาจากคนๆนั้น ปกป้องเขาจากอันตรายทุกอย่าง...."
เขาเงียบไปอีกแล้วพูดต่อ
"ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก ชายคนนั้น คนที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นกับซากาโมโต้ซัง...."
มือข้างหนึ่งที่ถือปากกาอยู่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือด ไซกะที่มองอยู่ตลอดตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไป แววตาแข็งกร้าวและดุดัน

 
หือ? จะเปลี่ยนก็คงจะทำได้นี่หน่า

 
แต่จู่ๆ ไซกะกลับนึกถึงสิ่งที่ชายคนหนึ่งบอกไว้เมื่อนานมาแล้ว [ถ้ายุ่งกับมิยาฮาระคุงมากเกินไป ระวังจะลำบากเอานะครับ] เมื่อนึกขึ้นได้ มือข้างที่เคยโดนสัมผัสเริ่มร้อนผ่าว
หรือบางที นั่นอาจจะเกี่ยวข้องกับ 'เรื่องแบบนั้น' ที่ทาเครุพูดถึง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น คำพูดควรจะเป็น ถ้ายุ่งกับซากาโมโต้ ไม่ใช่ มิยาฮาระ และคนที่ควรจะบอกไม่น่าจะเป็นเธอที่เป็นคนนอก ต้องบอกทาเครุถึงจะถูก
ที่สำคัญกว่านั้น ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร แม้จะจำใบหน้าไม่ได้แล้ว แต่น้ำเสียง ท่าทางการพูดและคำพูดนั้นยังฝังอยู่ในหัว เขาเป็นคนรู้จักของทาเครุหรือ? แล้วเขารู้ได้อย่างไรเรื่องที่พวกเธอรู้จักกัน
การพูดออกมาแบบนั้นได้แสดงว่าเขาต้องเห็นอะไรมามากพอสมควร
"ฮึ๊ย..."
ความคิดที่น่าปวดหัวทำให้ไซกะขมวดคิ้วอย่างนึกโมโห ทาเครุที่กลับมาโหมดเดิมมองอย่างตกใจ มือที่เคยกำแน่นคลายออกและยื่นออกไปหาเด็กสาวอย่างเป็นห่วง
"ขอโทษครับ ผมพูดเรื่องของตัวเองมากไปหน่อย"
ไซกะยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม "ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันถามนายเอง นายพูดมานั่นแหล่ะถูกแล้ว"
"ก็ใช่... แต่จู่ๆคุณก็ดูโมโหขึ้นมา..."
ไม่ทันที่ชายหนุ่มร่างเล็กจะพูดจบ เสียงของพิธีกรก็เรียกความสนใจของทั้งสองให้หันไปมองอีกครั้ง
"คำถามที่สี่ ลักษณะคนที่ชอบ....สาวๆหนุ่มๆคงชอบคำถามนี้กันนะคะ"
"งั้นให้สาวๆตอบก่อนเลย รินซังครับ"
รินผู้อ่อนหวานเอียงคอเล็กน้อย ใช้นิ้วมือข้างหนึ่งแตะที่แก้มเป็นเชิงใช้ความคิด ท่าทางน่ารักๆนี้คงทำให้สาวๆบางส่วนหมั่นไส้เอาได้ แต่ส่วนใหญ่ที่คิดอย่างนั้นคือกลุ่มที่ไม่ชอบในตัวของนางแบบคนนี้อยู่แล้ว
"คนที่เย็นชาหน่อยๆ แต่จริงๆแล้วใจดี เก่งหลายๆด้าน อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยล่ะมั้งคะ"
เธอเผยยิ้มอ่อนหวานออกมา หนุ่มๆโห่ร้องทันที ไม่แน่ใจว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ ขณะเดียวกันคำตอบนั้นทำให้ไซกะอดขำไม่ได้
 
 
 
 
 
       "เย็นชาหน่อยๆแต่ใจดี อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยเรอะ จะไปมีคนแบบนั้นอยู่ได้ยังไงกัน ตลกชะมัด"
เด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย ทาเครุเองก็พึ่งจะเคยเห็นเธอหัวเราะครั้งแรกจึงอดที่จะยิ้มไม่ได้
"ผมคิดว่าเขาหมายถึงอิชิดะซังนะครับ...ทุกคนเองก็รู้ดีว่าเธอชอบอิชิดะซัง..."
"อิชิดะ? อ๋อ คนเงียบๆที่อยู่กับคิตามิซาวะ นาจิ สินะ..."
เอนตัวพิงพนักพิงก่อนถอนหายใจ ชื่อนั้นอยู่ในหัวก็จริง เพียงแต่เธอจำใบหน้าเขาไม่ได้ซะแล้ว ไซกะจึงได้แต่มองทาเครุที่เริ่มตั้งใจฟังบทสัมภาษณ์พร้อมกับการตั้งท่าเตรียมจดสิ่งที่ได้ยินลงไปอีกครั้ง
 
 
     มือของใครบางคนแตะเข้าที่บ่าของเด็กสาวเบาๆ คนโดนแตะหันไปมองช้าๆ คิ้วขมวดหากันด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหน้าตาจัดว่าดีแต่เธอกลับไม่รู้จัก อย่างน้อยก็มีความรู้สึกคุ้นๆอยู่บ้างเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองทาเครุที่กำลังจดจ่ออยู่ที่กระดาษ จากนั้นปล่อยมือที่วางบนบ่าของไซกะออก
"ใคร?"
ทาเครุได้ยินเสียงไซกะ ด้วยความสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นมอง
"อิชิดะซัง? มาด้วยเหรอครับ?"
"เอ๋?"
ไซกะหันไปมองทาเครุทีหนึ่ง ก่อนหันกลับไปมอง อิชิดะ สึบาสะ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ตอนนี้เขาเดินมานั่งอยู่ข้างๆเธอซะแล้ว
"จบช่วงสัมภาษณ์ก็เป็นช่วงสุดท้ายของพวกนั้นแล้ว ฉันเลยออกมาก่อน"
สึบาสะตอบคำถามของทาเครุ และหันไปมองไซกะที่นั่งชิดกระจกมากขึ้นจนราวกับจะทะลุออกไป สายตาของเด็กสาวกำลังพิจารณาชายหนุ่มที่มาใหม่ ก่อนจะค่อยๆจำได้ทีละนิดว่าเคยเจอมาก่อน ถึงแม้จะผ่านไปนานมากแล้วก็ตามที
"....."
พอนึกได้แบบนั้น เด็กสาวก็ค่อยๆโล่งใจทีละนิด อ้าปากเตรียมจะต่อว่าที่มาโดนตัวเมื่อสักครู่ แต่จู่ๆคำพูดก็ถูกกลืนลงคอไป ไซกะหันหน้าไปมองภายนอกกระจกอีกครั้ง
และตอนนั้นเองที่สึบาสะเปลี่ยนความสนใจในตัวของเด็กสาวไปที่ทาเครุทันที
"พวกคาวามิยะล่ะ?"
"เอ่อ...ไปแถวๆหน้าเวทีน่ะครับ"
"นายไม่ไปด้วยรึ...สนใจอยู่นี่"
สึบาสะชี้ไปที่สมุดในมือของทาเครุ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ นั่งอยู่ตรงนี้ผมก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจนเหมือนกัน!!"
ทาเครุโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธไปมาอย่างแรง ใบหน้าแดงเล็กน้อย สึบาสะมองออกทันทีว่าเขาคงเขินอายเกินไปจึงไม่ถามอะไรต่อ
 
 
 
      พิธีกรเริ่มเปลี่ยนคำถามไปอีกครั้ง แต่การถามในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในหัวของไซกะเลย เธอเพ่งมองออกไปข้างนอกด้วยความไร้อารมณ์อีกเช่นเคย ความคิดหยุดนิ่งและไร้การรับรู้ใดๆ
ทาเครุก็ยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ส่วนสึบาสะแค่นั่งอ่านหนังสือเล่มเล็กๆในมือโดยไมสนใจเสียงภายนอก
ทางพวกนานะก็ยังสนุกกับการบันทึกสิ่งที่ชอบอยู่อย่างมาความสุข ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปในทางที่นิ่งสงบแต่ในขณะเดียวกัน...สิ่งที่จะทำให้ความสงบนี้สั่นไหวกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว    










      "เฮ้อ สนุกจังเลย"
นานะเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยใบหน้าชื่นมื่นที่เต็มไปด้วยความสุข สองมือโอบกอดกล้องวิดีโอของตนอย่างรักใคร่ ในนั้นคงเต็มไปด้วยภาพความทรงจำที่สวยงามที่ถุดถ่ายไว้แน่นอน
 
 
      ทาเครุและสึบาสะมองคนที่เดินมาถึง แต่เมื่อเห็นมาคนเดียวทาเครุจึงถามขึ้น
"พวกเพื่อนๆล่ะครับ"
"ขอลายเซ็นต์ต่อน่ะ ได้แล้วก็ยังอยากได้อีกนะ มิกะนี่โลภจริงๆ....อ้าว อิชิดะซัง มาตั้งแต่เมื่อไรคะ?"
นานะหันไปมองชายหนุ่มที่มาใหม่พร้อมกล่าวทักทาย สึบาสะทักตอบก่อนหันไปมองทางเวทีที่คนยังคงหนาแน่นเพราะถึงช่วงการแจกลายเซ็นต์ ถ่ายรุปและจับมือกับเหล่าคนดัง
"เดี๋ยวจะกลับกันเลยไหมครับ?"
"อืม...คงอีกซักพักล่ะนะ"
เด็กสาวตอบขณะที่เก็บกล้องวิดีโอลงในกระเป๋าสะพายจากนั้นหันไปมองไซกะที่ยังเหม่ออยู่ข้างนอก
"นาจิบอกว่าหลังเลิกงานจะมาคุยด้วย"
เสียงของสึบาสะดังขึ้น ไม่ใช่แค่นานะที่มองที่เขา ไซกะและทาเครุเองก็เช่นกัน สองคนตรงข้ามกับสึบาสะพนักหน้าและยิ้มออกมาโดยที่ใบหน้ามีสีแดงเรื่อเหมือนกัน
ตรงข้ามกับไซกะที่แสดงความไม่พอใจออกมาทางใบหน้า ถึงอย่างนั้นก็ทำได้แค่ถอนหายใจและหันกลับไปมองกระจกเหมือนเดิมเท่านั้น
 

       ไม่นาน ยูนะและมิกะก็เดินกลับมาที่โต๊ะ อาการของทั้งสองไม่ต่างอะไรกับนานะตอนที่กลับมาใหม่ๆ มิกะเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และส่งเสียงร้องแปลกๆออกมาเมื่อยื่นกล้องคืนให้กับนานะพร้อมกำชับว่า
"อย่าลืมเอามาแบ่งกันด้วยนะ!!"
ส่วนยูนะมองไปที่ไซกะ ก่อนจะเปลี่ยนมามองสึบาสะ เธอส่งเสียง "อ้าว?" ออกมาโดยที่ยังมองเขาอยู่
"คือ อิชิดะ สึบาสะซัง...เพื่อนของทาเครุจัง"
นานะอธิบายเมื่อเห็นสายตาของยูนะมีแววสงสัยเล็กน้อย เพื่อนสาวส่งเสียง อือ ในลำคอเป็นคำตอบ แวบหนึ่งในความคิดของยูนะมีบางอย่างผุดขึ้นมาแต่ก็หายไปทันทีที่มิกะส่งเสียงร้อง
"นึกขึ้นได้ว่านัดกับโคนัทสึไว้!! ฉันต้องไปแล้ว...."
เด็กสาวรีบวิ่งตัวปลิวออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน แต่ซักพักก็วิ่งกลับมาหยิบกระเป๋าที่อยู่ข้างๆนานะและวิ่งออกไปอีกครั้ง
ยูนะมองหน้าเด็กสาวใส่แว่นอย่างปลงๆ
"ฉันเองก็ต้องไปแล้ว"
ยูนะบอกลาและเดินจากไปโดยหันไปมองสึบาสะกับไซกะอีกครั้งก่อนออกจากร้าน

     ขณะนั่งรอกลุ่มคนที่นัดไว้ นานะเรียกสีสันโดยการเล่าเรื่องตลกของตัวเองและคนรู้จักให้ฟัง ทาเครุหัวเราะ ส่วนไซกะได้แต่นั่งดูดชาเย็นแก้วใหม่พร้อมฟังไปด้วย สึบาสะเองก็ยังคงนั่งอ่านหนังสือต่อไป
ตอนนี้ในร้านเริ่มสงบแล้ว ทีมงานเก็บของต่างๆ ลูกค้าบางส่วนยังคงนั่งเป็นกลุ่มๆ กระจายตามนร้าน ลูกค้าทั่วไปเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ สถานการณ์เป็นปกติ
สักพักหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาท่ามกลางเสียงหัวเราะของนานะและทาเครุ ทุกสายตามองไปที่เธอ แต่ทั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะมีแค่นานะคนเดียวที่แอบตกใจ
"อ้าว สึบาสะคุง มิยาฮาระซัง มาด้วยเหรอเนี่ย"
เสียงหวานใสของรินดังขึ้น ตอนนี้เธอยังแต่งหน้าอยู่ แต่ชุดที่ใส่กลับเป็นชุดเดรสสีชมพูอ่อนถูกทับด้วยเสื้อโค้ทสีขาว ผมยาวสีเหลืองเหลืองอ่อนสั่นไหวตามการเคลื่อนไหวของริน
หญิงสาวมองไปที่ทาเครุและนานะ ก่อนจะมองไปที่สึบาสะและไซกะ
"ขอนั่งด้วยได้ไหมจ็ะ?"
รินถามนานะพร้อมยิ้มให้อย่างมืออาชีพ นานะเผลอหน้าแดงแวบหนึ่งก่อนขยับให้เธอนั่งลงที่ข้างๆ ทาเครุขยับไปจนติดหน้าต่าง และตอนนั้นเองที่เขาเห็นสึบาสะมองรินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ฉันไม่เห็นสึบาสะคุงอยู่กับนาจิคุงเลยแปลกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมาด้วย"
 
      "แค่มาช่วยเรื่องเตรียมตัว ออกมาก่อนที่เธอจะมา"
รินพยักหน้าโดยที่ยังยิ้มอยู่ ใบหน้ายิ้มแย้มขณะที่มองชายหนุ่มนั้น นานะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป จึงหันไปกระซิบกับทาเครุ
"นี่ๆ ทาเครุจัง สองคนนั้นเขารู้จักกันเหรอ"
"อา ครับ อยู่อาโอบะเหมือนกัน เจอกันก็บ่อย..."
ไซกะมองการกระทำของทุกคนอยู่เงียบๆ เพราะทาเครุบอกว่าคนที่รินชอบคือสึบาสะเธอจึงไม่แปลกใจที่รินจะยิ้มออกมาอย่างมีธรรมชาติ
นานะเองก็คงจะสงสัยอะไรอยู่บ้าง จากท่าทางของริน แต่จากที่ดู ไซกะคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดอะไรกับนางแบบสาวเลย ท่าทางการพูดคุยที่นิ่งเกินกว่าจะเรียกว่าสนใจ ลักษณะการวางตัวที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
หรือบางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็ได้
 
 
 
 
     รินยังคงเปิดบทสนทนากับสึบาสะต่อไป ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนสามคน แม้นานะจะกระซิบกระซาบกับทาเครุและไซกะเป็นบางที
สำหรับไซกะ เธอคิดว่ารินค่อนข้างเสียมารยาท เพราะเธอขอนั่งด้วยก็จริง แต่กลับสนใจแต่สึบาสะคนเดียว เธอเรียกทาเครุ แต่ไม่สนใจเขา ถึงกับสึบาสะจะเป็นคนที่ชอบ แต่ก็ยังไม่ควรอยู่ดี
ถึงอย่างนั้นไซกะคงพูดออกไปไม่ได้ ไม่สิ มันไม่ดีเลยต่างหากถ้าจะพูดออกไป





      กลุ่มออซเดินออกมาจากประตูเชื่อมพร้อมกับเสียงพูดคุย นาจิที่นำออกมาเห็นสึบาสะนั่งอยู่และกำลังจะยกมือขึ้นเรียก แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเห็นรินที่อยู่ตรงข้าม
เมื่อนาจิหยุดเดิน ทุกคนก็หยุดเช่นกัน มิวะหันไปมองคนนำที่เริ่มหน้าเสีย เขาไม่ถามอะไรแต่มองตามไป เมื่อพบคำตอบก็มีอาการเหมือนกัน
"มีอะไรเหรอ?"
นัทซึโนะถามขึ้นอย่างสงสัย มิวะและนาจิไม่ตอบ ทั้งสองย่อตัวลงด้านหลังกระถางต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะพวกนานะ สามารถมองเห็นได้ง่าย และแหวกใบไม้นั้นให้อีกสองคนที่สงสัยได้เห็น
"ฮารุยามะ....ทำไม?"
"แย่แล้วสินะครับ"
เมื่อคำตอบกระจ่าง ทั้งสี่ถอนหายใจพร้อมกันพร้อมกับเริ่มคิดหาทางทำอะไรซักอย่าง
 
 
      เพราะอยู่มหาลัยเดียวกัน เจอกันบ่อยๆ และบางทีก็ไปไหนมาไหนด้วยกันรวมถึงทำงานร่วมกัน ออซทุกคนและสึบาสะจึงรู้นิสัยจริงๆของริน และเห็นเธอเป็นตัวอันตราย
โดยปกติจะพยายามเลี่ยงงานที่ต้องทำร่วมกันกับรินเสมอ งานนี้ถ้าผู้จัดการไม่บังคับพวกเขาก็คงไม่อยากทำ นาจิยกโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าเพื่อนของตนก็อยู่ตรงนั้น
"ต้องโทรบอกสึบาสะ...แค่นานะจังกับทาเครุคุงอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ไซกะจังอยู่ด้วย...."
'ตายแน่ๆ' ทุกคนคิดแบบนั้นทันทีเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะตามมา




     เสียงโทรศัพท์ของสึบาสะดังขึ้น บทสนทนากับรินหยุดลงกะทันหัน เมื่อกดรับ ปลายสายก็พูดอย่างตื่นๆ
(สึบาสะ ทำไมฮารุยามะถึงอยู่ด้วยล่ะ!)
"ไม่รู้"
(ทำไงดีอ่ะ)
"ไม่รู้สิ"
(นายอยู่ใกล้ไซกะด้วย แบบนี้แย่แน่ๆ)
"...."
(รู้แล้ว! ถ้าออกมาก็คงดี งั้นนายออกมาหาพวกฉัน พวกฉันอยู่หลังกระถางต้นไม้ตรง....)
"เข้าใจแล้ว"
ยังไม่ทันที่นาจิจะพูดต่อ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของสึบาสะ ชายหนุ่มกดวางสาย เก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงและสะพานกระเป่าข้างตัวขึ้นมา
 

     ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นนั่นเอง เสียงคำถามของรินก็ดังขึ้น
"จะไปไหนเหรอ?"
"....พวกนาจิมีปัญหานิดหน่อย"
รินพยักหน้ารับรู้และพุดอะไรอีกนิดหน่อย แต่คำพูดนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของสึบาสะ ชายหนุ่มหันไปหาไซกะ ขยับเข้าไปใกล้แลกระซิบข้างหูเบาๆท่ามกลางสายตาของทุกคน
"ระวังตัวด้วยล่ะ"
ไซกะที่ไม่รู้เรื่องและไม่ทันตั้งตัวนั่งนิ่งอยู่ซักพักก่อนหันไปหาคนข้างๆที่กำลังเดินออกไปแล้ว พอรู้สึกตัว ก็นึกไปถึงลมหายใจอุ่นๆและริมฝีปากที่สัมผัสโดนหูเล็กน้อย
เธอไม่เขินอายเหมือนคนอื่นๆ ตรงข้าม กลับรู้สึกโกรธมากกว่า
นานะแอบตกใจ แต่รินและทาเครุนั่งเงียบ  ส่วนออซที่มองเหตุการณ์อยู่ต่างค้างไปหมดแล้ว
 

      เมื่อสึบาสะมาถึง นาจิแทบอยากจะเข้าไปกระชาก แต่ติดที่ไม่ทำอะไรเสียงดังมากไม่ได้
"ออกมาก็จริง แต่ไม่ใช่ให้ทำอะไรล่อเป้าแบบนั้น!!!!"
สึบาสะไม่ตอบ เดินอ้อมไปอยู่ข้างหลังนัทซึโนะและย่อตัวหลบเหมือนคนอื่นๆ ตอนนี้ทุกคนใจเสียกันหมดแล้ว รวมถึงทาเครุด้วย
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งโต๊ะ ไซกะยังนั่งโมโหอยู่คนเดียวจนลืมสิ่งที่สึบาสะพูดไปแล้ว 'แทบจะไม่เคยคุยเลยแท้ๆ ความประทับใจแรกของนายเป็นแบบนี้รึไง!!'
นานะนั่งมองไซกะพร้อมอมยิ้มนิดหน่อยกับความคิด(เข้าใจผิด)ของตัวเอง 'เขินมากเลยสินะ ไซกะ...'
ส่วนทาเครุนั่งหน้าซีด 'ตายแน่ๆเลยครับ คุณไซกะตายแน่เลยครับ!!'

      และแล้วเสียงหนึ่งก็ทำลายความเงียบขึ้นมา
"เธอน่ะ..."
รินเปลี่ยนท่าทาง ยกขาขึ้นนั่งไขว้ห้าง มือเท้าคางมองหน้าไซกะ แววตาดุดันขึ้นทันทีจนนานะสังเกตได้
"รู้ไหม ว่าฉันถูกทุกคนมองว่าเป็นแฟนกับสึบาสะคุง"
ไซกะขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอโมโหอยู่แล้ว จะมีอะไรมาทำให้มันพลุ้งพล่านมากขึ้นอีกงั้นหรือ
"จะไปรู้ได้ไงเล่า"
"งั้นก็ดี...ตอนนี้รู้แล้ว เลิกยุ่งกับเขาซะ"
"หา?"
รินตบโต๊ะดังปังจนอีกสองคนตกใจ แต่นานะดูจะมึนงงมากกว่าทาเครุ เธอไม่เคยเห็นด้านนี้ของริน แม้แต่ในละครที่เธอคนนี้เล่นก็ไม่เคยมีบทแบบนี้ด้วย
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้อะไรนะ ที่เขาทำแบบนั้นกับเธอก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอกับเขาสนิทกัน เลิกยุ่งกับเขาซะ!!!!"
รินตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่น่ากลัวจนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นใบหน้าของนางแบบสาวน่ารักที่ทุกคนชอบ
ตอนนี้ไซกะยิ่งโกรธ เธอพึ่งจะเคยรู้จักกับสึบาสะยังไม่ถึงปี แม้แต่จะคุยกันก็ยังไม่เคย เขามานั่งข้างๆเพื่อรอเพื่อนๆมาเท่านั้น เพราะพวกนั้นบอกจะมาหา ไม่ได้หมายความว่าจะสนิทกัน
"ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร แต่ฉันพึ่งจะรู้จักหมอนั่น...."
"แล้วที่เขาทำกับเธอไปคืออะไร!! คนที่จะเข้าใกล้เขาได้ขนาดนั้นก็มีแค่คนที่สนิทเขาเท่านั้น แม้แต่ฉันเขาก็ยังไม่เคย...."
"เหอะ...แล้วบอกว่า 'ทุกคนมองว่าเธอเป็นแฟนกับเขา' งั้นเหรอ นั่นมันก็แค่ความคิดของเธอเองคนเดียวสินะ"
ตอนนี้ทั้งสองเริ่มเปิดศึกน้ำลาย นานะกับทาเครุพยายามจะห้าม แต่ดูเหมือนความน่ากลัวของทั้งสองจะมากเกินไป
 
 
 
 
 
      ความคิดของไซกะเริ่มหาย ความรู้สึกโกรธที่มีอยู่เริ่มที่จะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง โดนคนที่พึ่งรู้จักทำบ้าๆแบบนั้นใส่ แล้วยังจะมาโดนใครก็ไม่รู้ที่อ้างว่าเป็นแฟนของคนที่พึ่งรู้จักด่า นี่มันอะไรกัน!!
"เธอมันก็แย่เด็ก เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอก ออกห่างจากเขาซะ ไม่งั้นฉันจะรุนแรงกับเธอแล้วนะ..."
"ก็บอกแล้วไง ว่าพึ่งรู้จัก หมอนั่นมันทำเอง ฉันไม่รู้เรื่อง"
"ยังจะมาทำตีหน้าเซ่ออีกเหรอ!! สึบาสะคุงน่ะ เป็นของฉัน ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจ!!!!!"
รินตะโกนออกมาพร้อมกับคำด่า ตอนนี้ความคิดเดียวของไซกะคือ ไม่อดทนแล้ว เธอก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่กำลังสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะบางอย่างมันกำลังจะออกมาต่างหาก
ตอนนี้คำด่าทอของรินไม่ได้อยู่ในหูของไซกะเลยแม้แต่น้อย
"เข้าใจไหม สึบาสะคุงน่ะของฉัน อย่าคิดว่าแค่เขาทำแบบนั้นเพราะเขาสนใจเธอ เธอมันไม่มีอะไรเด่นเลยนี่ สีดำ สีดำ แล้วก็สีดำ สีดำทั้งตัวแบบนี้ ไม่เหมาะกับสึบาสะคุงหรอก เทียบชั้นไม่ได้กับคนอย่างฉันเลยด้วย...."
 
ไม่ต้องอดทนแล้ว...
 
 
 
เสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของไซกะ
 
 
 
ปล่อยมันออกมาเลยสิ
 

 
     และบางทีเธออาจจะเลือกที่จะทำตาม....
"อย่างนั้นเหรอ....เพราะเธอไม่มีปัญญาทำให้เธอเป็นคนรักของเขาจริงๆงั้นสินะ ถึงได้เที่ยวพูดว่า ทุกคนบอกว่าเขาเป็นแฟนของฉันๆ น่ะ"
"!!"
รินสะดุ้งทันทีเมื่อไซกะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเด็กสาวฉายแววดุดัน
"ฉันว่านะ ทางที่ดี เธอน่าจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นมากกว่า ดีกว่าเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่าคนนั้นคนนี้เป็นของเธอ...หรือว่า...อยู่วงการบันเทิงมากไปเลยต้องฝึกการตีสองหน้าให้เก่งงั้นเหรอ?"
"หุบปาก!!!"
รินยืนและขึ้นหยิบแก้วชาของนานะจากนั้นสาดไปที่ตัวไซกะอย่างแรง น้ำชาที่โดนตัวของเด็กสาวสามารถลวกผิวภายใต้เสื้อผ้าสองชั้นของเธอได้ นานะเริ่มทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนและต่อว่าริน
"แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยนะ!! แบบนั้นมันเป็นอันตรายได้เลยนะ!!"
ทาเครุเอื้อมมือไปหาไซกะที่ยังนั่งก้มหน้ามองเสื้อที่เปื้อนชาร้อน ชายหนุ่มไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของคนๆนี้ แต่เขาเองก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าเมื่อโดนน้ำร้อนแล้วจะรู้สึกอย่างไร
"ไซกะซัง เอาน้ำแข็งประกบก่อนเถอะครับ มันร้อนมากเลยนี่หน่า เดี๋ยวจะลวกเอานะครับ!"
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ
 


      ออซที่มองอยู่เริ่มใจไม่ดี นาจิวิ่งออกมาคนแรกเพื่อเข้าไปห้าม นานะเองก็ยังตั้งท่าจะด่าคนข้างๆอยู่ แต่รินไม่สนใจ เธอต่อว่าไซกะต่อไปโดยไม่ใส่ใจนาจิที่วิ่งเข้ามาห้าม และยังมองไม่เห็นสึบาสะที่อยู่ใกล้ๆด้วย
มิวะวิ่งเข้ามาหานาจิที่อยู่ข้างๆริน พยายามห้ามเพื่อนร่วมงานอารมณ์รุนแรงคนนี้ แต่ไม่เป็นผล นัทซึโนะและชิกิพยายามจะช่วยไซกะ แต่เธอยังคงนั่งนิ่ง
"เป็นไงบ้างล่ะ!! เจ็บแสบดีไหม!! ถ้ายังยุ่งกับเขาอีกล่ะก็ เธอจะโดนหนักกว่านี้แน่!!!!"
 
 
 
      เส้นความอดทนขาดผึง ไซกะยืนขึ้นบ้างและหยิบแก้วชาเย็นที่ยังเหลืออยู่สาดใส่หน้าของรินอย่างรวดเร็วและรุนแรงท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน น้ำเย็นจากแก้วกระเด็นไปโดนนานะและนาจิที่อยู่สองข้างของริน และมิวะที่อยู่ข้างๆนาจิก็โดนเล็กน้อย
แม้เป็นเพียงแต่หยดน้ำเล็กๆในร้านที่เปิดฮีทเตอร์ แต่ก็ทำให้คนที่โดนรู้สึกเย็นขึ้นมาบ้าง ส่วนคนที่โดนเต็มๆก็คงไม่ต้องพูดถึง
รินตัวสั่น มองหยดน้ำจากหน้าที่ไหลลงมาสู่ฝ่ามือ พรอ้มกับเครื่องสำอางที่หลุดลอกออกมา
"เป็นไงบ้างล่ะ...เย็นดีใช่ไหมล่ะ...."
ไซกะลดมือที่ถือแก้วลงถือไว้ข้างตัว ใบหน้าแสดงแต่ความดุดัน ทว่าน้ำเสียงกลับนิ่งและเย็นเยือกราวกับน้ำแข็ง
 
 
"เครื่องสำอาง...มันหลุดออกมาแล้วนะ....ใช่ มันก็คงเหมือนกับภาพใบหน้าแสนดีจอมปลอมของเธอที่หลุดออกมา....ฉันไม่รู้ว่าเธอแค่ขู่หรือจะเอาจริง แต่มันไม่งี่เง่าไปหน่อยรึไง แค่ผู้ชายคนเดียวถึงกับต้องถอดหน้ากากเผยความชั่วร้ายออกมา"
 
 
       ไซกะวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง และน้ำเสียงที่ออกมาคราวนี้เริ่มดุดัน
 
 
      "ถ้าเธอคิดว่าแค่ขู่คนอื่นๆว่าอย่ามายุ่งๆแล้วมันจะทำให้เธอสมหวังล่ะก็ คิดผิดแล้ว!!! เธอมันก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงที่มีอยู่เกลื่อนกลาดตามในเมืองที่คิดทึกทักไปเองว่าเขาเป็นแฟนแล้วก็ได้แต่ขู่คนอื่นว่า 'อย่ามายุ่ง นี่ของฉัน'
แล้วก็ไอ้หน้ากากสองหน้าน่ะ ถ้าอยากทำต่อไปก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่เธอทำแบบนี้ในที่แบบนี้มันก็เท่ากับทำร้ายตัวเองชัดๆ แบบนั้นใครกันแน่ที่น่ารังเกียจมากกว่า!!!!"
ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนได้แต่มองดูอย่างนิ่งๆ ไซกะหยิบเสื้อโค้ทของตัวเองขึ้นมาสวม สะพายกระเป๋าและเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของคนอื่นๆ








     ประตูไม้สีน้ำตาลถูกเปิดออกต่อหน้าเด็กสาวที่ยืนอยู่ แต่คนที่ออกมากลับไม่ใช่คนในครอบครัว ไซกะยืนนิ่งมองคนๆนั้นอย่างตกใจ
"นาย ที่เจอเมื่อตอนนั้น...."
ไซกะบอก จู่ๆเธอกลับจำขึ้นมาได้ ซาคาอิ ยูสะ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และถอยหลบให้ไซกะเข้ามาในบ้าน เด็กสาวเดินเข้าไป หันหลังไปมองยูสะอย่างแปลกใจ
"ไปเที่ยวมาหรือครับ"

      ยูสะปิดประตูบ้านลงอย่างเบาๆ และยืนอยู่ตรงนั้นโดยที่หันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้าน
เธอไม่ตอบ แต่หันไปมองทางอื่น ยูสะมองเห็นความฉุนเฉียวของเด็กสาวอยู่เล็กน้อย และมือของไซกะที่กุมแถวๆหน้าท้อง และมือข้างนั้นก็มีรอยแดงๆเหมือนน้ำร้อนลวกอยู่
"ดูท่า...คงไม่ใช่การไปเที่ยวธรรมดาสินะครับ"
"หุบปาก...แล้วนายมาทำอะไรที่นี่"
ยูสะถอนหายใจโดยที่ยังยิ้ม
"มาทำงานครับ กับพี่คุณ แต่ตอนนี้เขาหลับไปแล้ว ผมเลยจะกลับก่อน...แต่ดูท่าอีกสักพักคงจะดี ไปทำแผลเถอะครับ ถึงน่าจะเย็นแล้ว แต่ก็ยังแสบๆอยู่บ้างใช่ไหมล่ะ"
ไซกะขมวดคิ้ว ทำไมคนๆนี้ถึงพูดแบบนั้น ทั้งๆที่ตอนเจอกันครั้งแรกยังพูดอะไรก็ไม่รู้ที่ดูอันตรายสุดๆ แต่ตอนนี้กลับดูเป็นห่วง แต่ก็จริงอย่างที่เขาว่า เธอยังแสบๆอยู่บ้าง
อีกอย่างถ้าเขาเป็นเพื่อนของพี่ ก็คงไม่เป็นอันตราย ไซกะคิด


      "ไปมีเรื่องกับใครมาหรือครับ ในวันศักดิ์สิทธิ์แบบนี้"
"เปล่าซักหน่อย"
ยูสะกำลังพันผ้าพันแผลให้ไซกะอยู่ในห้องนั่งเล่น ความจริงมีแถวๆหน้าท้องอีก แต่เธอไม่บอกเขาแน่นอน ยังไงก็คงจัดการเองได้
"ผมนึกว่าคุณจะเป็นพวกหาเรื่องเขาไปเรื่อยๆซะอีก"
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาน้อยๆ ต่างจากที่เธอคิดไว้ว่าคนๆนี้จะต้องเป็นคนอันตรายที่เข้าใกล้ไม่ได้ และจะต้องน่ากลัวมากแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับตรงกันข้ามหมดเลย
ความรูัสึกในตอนนี้ของไซกะคือปลอดภัยมากกว่า
"นี่ ที่นายพูดตอนเจอกันครั้งแรกน่ะ..."
"ผมก็หมายความถึงที่พูดนั่นแหล่ะครับ แต่ไม่ใช่ในความหมายร้ายๆหรอกนะ"
ยูสะเงยหน้าจากมือของไซกะขึ้นมาและยิ้มให้ ฝ่ามือของเขาอุ่น ต่างจากไซกะที่เย็น ไออุ่นของเขาทำให้ไซกะรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ อาจเพราะเป็นบ้านของตัวเองด้วยก็ได้
แต่จะให้ไว้ใจทันทีคงไม่ดีแน่
 
 
 
 
     "งั้นผมไปก่อนนะครับ"
ที่หน้าบ้าน ยูสะจับลูกบิดพร้อมบิดออก ไซกะก็เรียกเขาเอาไว้ก่อน
"นาย ชื่อ..."
"ยูสะ ครับ ซาคาอิ ยูสะ"
"งั้น ซาคาอิ..."
"เรียก ยูสะ ก็ได้ครับ รู้สึกเป็นกันเองมากกว่า"
"งั้นก็ ยูสะ....คือ...ขอบใจ"
ไซกะยกมือที่มีผ้าพันแผลขึ้นมาพร้อมบอกขอบใจ คนมองยิ้มให้และเดินออกไป ไซกะมองประตูที่ค่อยๆปิดลงช้าๆโดยลืมความโกรธของวันนี้ไปแล้ว....



Comment

Comment:

Tweet