Transition -5-

posted on 01 Oct 2011 19:36 by himawari-sos-dan in Novel

Transition


-5-


      หลังจากที่พวกไซกะได้เจอกับทาเครุและออซก็ผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มโดยไม่มีอะไรคืบหน้า นานะที่เริ่มโวยวายเพราะช่วงเดือนกว่าๆนี้มีแต่งานจนไม่ได้ไปเที่ยวเล่น
ทำให้ไซกะหัวเสียด้วยความรู้สึกรำคาญหรืออะไรก็แล้วแต่ ส่งผลให้ช่วงนี้เธอดูหงุดหงิดบ่อยกว่าปกติ จนสุดท้ายต้องพาทาเครุมาจนได้
"ทีนี้จะได้เลิกโวยวายสักที"  ไซกะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ขณะนั่งอยู่ที่คาเฟ่แถวมหาลัยอาโอบะที่มาประจำ
มิยาฮาระ ทาเครุ นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ หันหน้ามองไซกะและนานะสลับกัน ในหัวคิดบางอย่างที่วุ่นวายไปหมด


 

 

คุณนานะโกรธเราเหรอ? คุณไซกะโมโหอะไรมาเหรอครับ?


 

 

     "ทาเครุจัง!"
นานะทุบโต๊ะดังปึ้ง พร้อมทำหน้าทะมึงทึงใส่จนทาเครุต้องสะดุ้งอย่าหวาดกลัว
"เราเล่นกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะได้เอาจริงสักที! ไม่อย่างงั้นเธอก็จะเป็นคนฝ่ายรับแบบนี้ตลอดไป!!"
"ค...ครับ!!"
"ที่ฉันเรียกเธอมาในวันนี้เพราะจะเริ่มสอนอย่างจริงๆแล้วยังไงล่ะ!"
นานะกำหมัดขึ้นและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนท่าที่มั่นใจว่าจะชนะในการแข่งขัน
นั่นฉันเป็นคนพามาเฟ้ย ไซกะกระตุกคิ้วอย่างหงุดหงิด ต้องไปตามถึงบ้านแล้ว(ใช้กำลัง)พามาเพราะใครบางคนที่ทำหน้าไม่รับแขกและโวยวายว่า 'ฉันอยากเจอทาเครุจัง! อยากไปเที่ยวกับทาเครุจัง!'  
อยู่ตลอดช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอ นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับยูนะและมิกะ ทั้งสองยังไม่รู้ความลับเรื่องนี้ ซึ่งแน่อยู่แล้วว่านานะพูดเรื่องนี้กับไซกะคนเดียว

 

      "ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนสภาพภายนอกก่อน แต่จะเริ่มยังไงดี"
ยกมือขึ้นแตะคางพลางใช้ความคิด คนที่ดูจริงจังก็คงจะเป็นแค่เด็กสาวสวมแว่นนี้คนเดียว ทาเครุยังคงมึนๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ผมหน้ายาวเกินไปรึเปล่า ดูบังหน้าตาไปหมด ลักษณะการแต่งตัวก็ดูเชยๆไปหน่อยด้วย"
ถูกที่เธอพูด ครั้งแรกที่ไซกะรู้สึกดีกับนานะ ทาเครุที่ผมม้ายาวจนเกือบปิดใบหน้า และยังใส่แว่นอีก การแต่งตัวก็ค่อนข้างเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตธรรมดาไม่ฉูดฉาด กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบเก่าๆ
รูปร่างก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย ไม่เตี้ยเกินไป ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป แต่งนิดแต่งหน่อยน่าจะดูดี ยิ่งนานะที่ถนัดในการจับคนอื่นแต่งตัวอยู่แล้วจึงไม่ใช่ปัญหา(ยูนะเป็นเหยื่อรายแรกในการพิสูจน์ฝีมือ)
นานะเพ่งดูแล้วดูอีก ส่วนทาเครุที่เริ่มอายเพราะถูกจ้องได้แต่หลบตามองไปทางอื่น
"งั้นก่อนอื่นต้องไปจัดการเรื่องผมก่อน"
"ผม...หรือครับ"
ชายหนุ่มจับที่ผมของตัวเองอย่างหวาดๆ ไม่ใช่เพราะกลัวที่จะต้องสุญเสียผมไป แต่กลัวว่าจะโดนอะไรมากกว่า

 


      ถึงจะเป็นแค่การทำผมธรรมดาๆทั่วไป แต่มือของทาเครุกลับสั่นไม่หยุด ช่างทำผมบรรจงหวีผมอย่างช้าๆ ในขณะที่นานะบอกกับช่างว่าจะให้ทำผมทรงไหน
"ตัดผมหน้าให้สั้นหน่อย แล้วก็ปัดผมไปทางนี้"
นานะยกมือปัดผมไปทางด้านขวาเล็กน้อย ช่างสาวพยักหน้า เผยรอยยิ้มเป็นมิตร ค่อยๆง้างกรรไกร และเริ่มทำงาน
ชายหนุ่มหลับตาทันทีที่กรรไกรเริ่มตัดผมออก  เศษผมที่ร่วงลงบนตักของเขา เหมือนชีวิตเก่าๆค่อยๆหายไป ทาเครุหวังว่าจะได้เจอเรื่องดีๆต่อจากนี้
การตัดผมหรือการเปลี่ยนทรงผมเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ ใครสักคนเคยพูดไว้ ถ้าอย่างนั้น จะเริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่ควรจะเป็น
ถึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบเจอกับคนใหม่ๆ ได้ใกล้ชิดกับคนที่อยากเข้าใกล้มาตลอด จากนี้นอกจากจะพึ่งพาไซกะกับนานะแล้ว ต้องลุกขึ้นและเดินไปด้วยตนเองให้ได้
ทาเครุคิดเช่นนั้น
"หวาว ดูดีสุดๆเลย ทาเครุจัง!"
ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าราวกับไม่ใช่ตัวตนของเขาคนเดิม ผมม้าที่ปัดไปทางขวาเล็กน้อยและสั้นลง ไม่ปิดใบหน้าและดวงตานั้นอีกแล้ว
การมองเห็นดูชัดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ตัดผมออกไปนี่ ก็ต้องชัดขึ้นสิ ผมม้านายมันเกะกะ ตัดออกไปก็ดี"
ไซกะพูดราวกับรู้ว่าทาเครุคิดอะไรอยู่  ถึงจะไม่ได้ยิ้มหรือทำท่าชื่นชมอะไรมากมาย ทาเครุก็รู้ดีว่าเด็กสาวกำลังชมเขาอยู่
"ต่อไป...ก็เรื่องเสื้อผ้า"


     
      ดูเหมือนทาเครุจะกลายเป็นของเล่นของนานะไปชั่วคราว นานะที่สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบให้เขาลองใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตผูกเนคไทแบบพนักงานบริษัท
เสื้อยืด กางเกงขาสามส่วน(ที่ไซกะเห็นแล้วหลุดขำครั้งแรก) เสื้อสไตล์ฮิปฮอป หรือสไตล์ต่างๆที่ชายหนุ่มไม่เคยใส่มาก่อน
นานะใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาตัวที่เข้ากันกับทาเครุได้ แม้จะลองมาหลายชุดแล้ว แต่ที่ดูเหมือนจะเข้ากันมากที่สุดนั้นยังไม่มี จนสุดท้ายต้องกลับมาที่รูปแบบธรรมดา

 

      ทาเครุเปิดผ่าม่านห้องลองเสื้อออก เขาสวมเสื้อกั๊กสีดำ มีแถบตรงหน้าอกสองแถบเป็นสีขาว ข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าผ้าใบ
นานะที่เป็นผู้เลือกให้ยังมองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มผู้จืดชืดคนเก่าหายไป ตรงหน้ามีเพียงชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนอื่นเท่านั้น ทาเครุที่เปลี่ยนแนวการแต่งตัว(ถึงจะยังคงความเรียบๆเอาไว้)
ทำให้เขาดูดีในสายตาของคนอื่นๆ แม้จะยังใส่แว่นอยู่ก็ตาม
“นี่ ทาเครุจัง เธอสายตาสั้นเหรอ?”
นานะถาม ทาเครุเงียบไปสักครู่ก่อนตอบ
“เปล่าหรอกครับ...แต่ใส่แล้วให้ความรู้สึกว่ามีความมั่นใจ...”
"งั้นถอดออกได้ไหม?"
"เอ่อ...ครับ"


     ทาเครุค่อยๆถอดแว่นตาออก นานะที่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องลุ้นเหมือนส่งชิ้นส่วนไปชิงโชคกับรายการโทรทัศน์ จ้องมองด้วยใบหน้ากึ่งเครียดกึ่งยิ้ม
ทันทีที่แว่นออกจากใบหน้าไป เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่แม้จริงของชายหนุ่ม แม้จะไม่ถึงขั้นว่าหล่อเหลาจนมองเพียงครั้งเดียวก็หลงใหล แต่ต้องยอมรับว่าหากมองดีๆ
ใบหน้าที่เคยจืดชืดภายใต้แว่นนั้นกลับดูดีผิดคาด
"ทาเครุจัง...เธอไม่ต้องใส่แว่นเลยจะดูดีกว่านะ"
ชายหนุ่มไม่ตอบ มองแว่นในมือตนเอง ครุ่นคิดอะไรหลายๆอย่าง ทาเครุไม่ได้ใส่เพราะสายตาสั้น แต่เพื่อปกปิดใบหน้านั้นต่างหาก
ส่วนมากอยู่ที่บ้านเขาก็ถอด และมักใช้ตอนอ่านหนังสือเป็นประจำ ถ้าอย่างนั้นถึงจะถอดออกก็คงไม่เป็นไร ไหนๆก็คิดจะเปลี่ยนตนเองอยู่แล้ว
จากนั้นนานะก็เลือกเสื้อผ้าให้อีกหลายชุดเพื่อเป็นแนว พร้อมกำชับให้เลือกใส่แต่ชุดทำนองนี้เท่านั้น
ถึงจะไม่ฉูดฉาดมากเกินไป แต่สำหรับคนอย่างชายหนุ่มถือว่าใส่แล้วดูดี

 

      ขณะที่นานะและทาเครุกำลังเลือกซื้อเสื้อผ้า ไซกะเดินวนเวียนอยู่ในร้านโดยไม่สนใจเสื้อผ้าหรือผู้คน ดูสิ่งของรอบข้างอย่างผ่านๆตา
เดิมไซกะไม่เคยสนใจเรื่องการแต่งตัวอยู่แล้ว เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นธรรมดา นั่นคือสิ่งที่เป็นเธอ ถึงนานะและยูนะจะเคยบอกให้เปลี่ยนบ้าง
แต่มีหรือคนอย่างไซกะจะยอม การแต่งกายแบบนั้น ใบหน้าบึ้งตึงที่ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็น ผมและดวงตาสีดำสนิท บางคนที่ผ่านไปมาจึงมองว่า เท่ห์ ในฐานะของผู้ชาย
ยิ่งชอบการเตะต่อย ยิ่งทำให้เหมือนผู้ชายเข้าไปใหญ่ นั่นแค่ภายนอก น้อยคนที่จะรู้จักเด็กสาวจากข้างใน

 

      มือหนาของชายหนุ่มแตะบ่าของไซกะเบาๆ ทาเครุที่โดนนานะเล่นจนหนำใจแล้วเดินออกมาพร้อมถุงใส่เสื้อผ้าเก่าของตน ใบหน้าไร้แว่นดูสดใสยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นไซกะก็ไม่คิดจะตื่นเต้นไปกับความเปลี่ยนแปลงนี้เลยแม้แต่น้อย
"เสร็จแล้วใช่ไหม"
น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย ทาเครุพยักหน้าเป็นคำตอบ
นานะเดินมาอย่างอารมณ์ดี พูดเตือนเรื่องการแต่งกายให้กับทาเครุนิดหน่อยก่อนเดินออกจากร้าน
"ต่อไปทำอะไรอีกดี"


     กำลังสนุกอยู่สินะ ไซกะนึกพลางถอนหายใจ
รูปลักษณ์ภายนอกบางส่วนเปลี่ยนไปแล้ว เหนืออีกเพียงแค่ส่วนสูงเท่านั้นที่อีกไม่เท่าไรก็เลยนัทซึโนะแล้ว
ไซกะทำท่าครุ่นคิดพลางมองหน้าทาเครุอย่างเงียบๆ และตัดสินใจพูดออกมา
"ทาเครุ หลังเรียนเสร็จนายว่างไหม"
"ครับ บางวันก็ว่างครับ"
"เล่นบาสเป็นไหม?"
ทาเครุเอียงคอสงสัยเล็กน้อย
"ครับ ก็พอได้..."
นานะที่รู้แล้วว่าเพื่อนสาวต้องการจะพูดถึงอะไร
"งั้น วันที่ว่าง ทาเครุจังก็มาเล่นบาสกับฉันก็แล้วกัน"
"ต้องกินนมเสริมด้วย..."
ทั้งสองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ โดยที่ทาเครุไม่มีสิทธิ์เถียงได้เลย  เรียกว่าไม่อยากเถียงมากกว่า
ทาเครุมองหน้านานะและไซกะสลับกันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนสงสัย ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรอีก แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมรับ
เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจที่จะให้สองคนนี้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาเอง
"งั้นวันนี้พอแค่นี้ กลับกันเถอะ"
นานะเดินนำออกจากร้าน ตามด้วยทาเครุและไซกะที่เดินตามหลัง มือแตะกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างแผ่วเบา

 

      หลังจากที่นานะแยกตัวไปอีกทาง เหลือเพียงทาเครุและไซกะ ทั้งสองไม่พูดอะไรกันมาตั้งแต่ออกจากห้าง ถึงจะรู้สึกอึดอัด แต่ทาเครุก็ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นอยู่ดี
ความคิดต่างๆแล่นไปมาในหัว พยายามจะหาเรื่องพูดคุยเพื่อลบความเงียบนี้
"เอ่อ...."
ไซกะยังคงเดินอย่างช้าๆและมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจชายหนุ่ม
พูดอะไรสักอย่างเถอะครับ.... ทาเครุคิด และดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะส่งไปถึงเด็กสาว
"ทาเครุ"
"ค..ครับ!"
เผลอตอบด้วยความตกใจ ตอนนั้นเอง ไซกะหยุดเดิน ยกมือขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกง ดึงถุงสีฟ้าเล็กๆออกมาและยื่นไปข้างหน้า
"ฉันให้"
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับมาอย่างสงสัย เมื่อเปิดดู ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ
สร้อยคอสีเงินถูกดึงออกมาจากข้างในถุง ตัวจี้เป็นวงกลมทำจากอลูมิเนียมสีเงิน ตรงกลางกลวง มีขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักปานกลาง
ไซกะแอบซื้อมาจากร้านตอนที่นานะและทาเครุกำลังเลือกเสื้อผ้ากันอยู่
ถึงจะบ่นหรือทำหน้าไม่พอใจไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ใจร้ายไปทั้งหมด จี้ห้อยคอนี้เหมือนของขวัญที่เธออยากให้มอบให้กับผู้ที่เป็นศิษย์

 

      ทาเครุยิ้มออกมาเหมือนเด็กๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขาไม่เคยได้ของขวัญจากใครมาก่อน หรือแม้แต่การที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนในวันหยุดก็ไม่เคย
ดังนั้นการที่ไซกะและนานะพาเขาออกมาข้างนอก ทำให้เขาดีใจมาก
"ขอบคุณครับ...."
ชายหนุ่มสวมสร้อยทันที และช้อนมือของเด็กสาวขึ้นมา เกาะกุมไว้แน่น ใบหน้าหวานฉายแววจริงจัง
"ผมจะรักษามันอย่างดี และสัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ดังนั้น คุณไซกะ...."
ทาเครุเว้นวรรค ดึงมือของเด็กสาวที่กอบกุมไว้แนบอก
"ช่วยอยู่ข้างๆผมด้วยนะครับ"
"....."
ครั้งนี้ทำให้ไซกะตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะชักมือออกจากแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่มีท่าทีเขินอาย
"เหมือนโดนนายสารภาพรักยังไงไม่รู้....แค่ให้สร้อยเองย่ะ"
เสียงหัวเราะแหะๆดังมากทาเครุ ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน คนพูดเขินแทนในขณะที่คนฟังยังคงเฉย
เดินนำไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ไซกะไม่ได้เขิน และไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แค่ให้สร้อยก็ดีใจขนาดนี้แล้วงั้นรึ เด็กจริงๆ
ริมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย ทาเครุที่เดินตามหลังมองไม่เห็นรอยยิ้มนั้น

 


      หลังจากแยกกันแล้ว ไซกะเดินกลับบ้านเพียงลำพังอย่างเงียบๆ จู่ๆเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางแยกข้างหน้า
ชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาใกล้ ไซกะเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินผ่านอย่างเงียบๆ แต่จู่ๆ ชายหนุ่มกลับจับมือของเธอไว้ พร้อมกระซิบคำพูดอย่างแผ่วเบา
"ไซกะ....สินะครับ"
เหยียดยิ้มและบีบมือเด็กสาวแรงขึ้นจนเธอแทบจะหันไปหา แต่สิ่งที่ได้ยินต่อไปทำให้ต้องหยุดนิ่ง
"ถ้ายุ่งกับมิยาฮาระคุงมากเกินไป ระวังจะลำบากเอานะครับ"
ชายหนุ่มปล่อยมือนั้นให้เป็นอิสระและเดินจากไป ไซกะที่รีบหันไปหาทันทีที่ถูกปล่อยมือ เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาเท่านั้น
คิ้วขมวดเข้าหากัน กำมือข้างที่โดนจับแน่น มองชายหนุ่มจนลับตาไป
      สายลมพัดเอื่อยๆ ซาคาอิ ยููสะเหยียดยิ้มอย่างคนมีชัย กำมือข้างที่สัมผัสเด็กสาวเมื่อครู่แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

Comment

Comment:

Tweet