Transition -4-

posted on 15 Jul 2011 19:36 by himawari-sos-dan in Novel

Transition

-4-


      วันต่อมาฝนตกลงมาตามคาด  คาวามิยะ นานะ  นั่งมองเม็ดฝนที่ตกกระทบกระจกของร้านกาแฟที่มาประจำ ถอนหายใจอย่างเนื่อยๆ มือข้างหนึ่งคนแก้วช็อกโกแลตร้อนที่พึ่งจิบไปได้เพียงเล็กน้อย
ทาเครุที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็มีอาการเช่นเดียวกัน เฮ้อ เสียงถอนหายใจรอบที่สามดังขึ้นพร้อมกัน
ในร้านค่อนข้างจะเสียงดัง ผู้คนที่เสร็จจากงานหรือเด็กที่เลิกเรียนแล้วจะแวะกันมาเป็นประจำ แต่บางคนก็เพียงแค่นั่งรอฝนซาลงเท่านั้น
"ในตกแบบนี้จะไปทำอะไรก็ไม่ได้"
นานะพูดออกมาแต่สายตายังคงมองที่กระจกซึ่งชายหนุ่มก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน


 
      วันนี้ไซกะไม่ได้มาด้วยเพราะต้องอยู่ซ้อมชมรมต่อ นานะที่เสร็จจากงานของกรรมการนักเรียนแล้วได้โทรชวนให้ทาเครุออกมาเที่ยวหลังเลิกเรียนกัน แต่ฝนดันตกซะก่อน
ทำให้พวกเขาต้องมาติดแหงกอยู่ที่ร้านกาแฟแทน ในครั้งแรกนานะนึกฉุน ว่าทำไมมาตกเอาตอนนี้  แต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ทั้งสองจึงได้แต่มานั่งมองสายฝนกันสองคน
ไม่มีใครพูดอะไรเป็นเวลานาน จนเหมือนว่าทาเครุจะนึกอะไรบางอย่างออก
"จริงสิ คุณนานะ"
"หืม"
"วันพรุ่งนี้ไปงานที่ศาลเจ้ากันไหมครับ"
"ถ้าฝนหยุดตกล่ะก็นะ"
แล้วก็เข้าสู่ความเงียบต่อ งานที่ศาลเจ้าประจำเมืองที่จัดขึ้นในเดือนนี้ทุกปีถึงนานะจะมองว่าเหมือนเดิมทุกๆปี แต่พอถึงวันงานทีไรเธอก็ต้องไปเที่ยวทุกที
ซึ่งไซกะยังแอบคิด ว่าบ่นไปทำไมในเมื่อก็ไปทุกที แต่ก็ได้คำตอบมาว่า เผื่อปีนี้จะเปลี่ยนไปบ้าง
ตอนนั้นเองที่นานะเกิดความคิดบางอย่าง เธอหันไปหาทาเครุอย่างรวดเร็ว
"ทำไมไม่ชวนพวกนาจิคุงไปด้วยล่ะ"


      ทาเครุยกมือขึ้นโบกไปมาเชิงปฏิเสธ ใบหน้ามีสีแดงเรื่อนิดๆ
"ไม่ไหวหรอกครับ"
 แค่จะเดินเข้าไปคุยผมยังไม่กล้าเลย ชายหนุ่มคิด แต่ดูเหมือนว่านานะจะตัดสินใจไปแล้ว จึงเผยแสยะยิ้มออกมาทำให้คนข้างหน้าตกใจเล่น นานะลุกขึ้นเอื้อมมือไปแตะบ่าทาเครุอย่างแรง
ชายหนุ่มสะดุ้งตัวเล็กน้อยแต่ก็รวบรวมความกล้าเงยหน้ามองนานะที่ยังคงแสยะยิ้ม
"ชวนพวกเขามาซะ ทาเครุจัง!"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุดัน ทาเครุเริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว แต่จู่ๆสายตาของเขาก็มองเลยตัวของนานะออกไป ข้างหลังของหญิงสาวมีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมา
เหมือนจะเป็นคนรู้จักด้วย ส่วนนานะก็ได้แต่พูดจาหว่านล้อมที่ไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย
"ขอร้องล่ะทาเครุจัง! นี่เพื่อช่วยเธอด้วยนะ! เธอต้องไปชวนพวกเขามาสิถ้าเป็นเธอต้องทำได้อยู่แล้ว!!"
"ค..คุณนานะ...ครับ..."
พยายามเรียกยังไงนานะก็ไม่ได้ฟังเลยสักนิด มองดีๆกลุ่มชายนั้นก็มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว
"อ้าว นานจังกับทาเครุคุงนี่หน่า"
เสียงคุ้นหูดังขึ้นเรียกให้เด็กสาวต้องค่อยๆหันไปมองอย่างหวาดๆ  คิตามิซาวะ นาจิ นักร้องนำวงออซยืนโบกมือให้กับเธอและทาเครุ แต่วันนี้กลับมาแค่สามคนเท่านั้นอีกสองคนคือ
ซากาโมโต้ นัทซึโนะ และอิชิดะ สึบาสะ


      ถึงนานะอยากจะชวนพวกเขาไปในงานพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเจออย่างกะทันหันแบบนี้ รีบปล่อยมือออกจากบ่าของทาเครุและยืนตัวตรงเหมือนเสาธงหันหน้าไปมองนาจิ
อากาศภายในร้านค่อนข้างเย็น แต่ตอนนี้เด็กสาวรู้สึกร้อนโดยเฉพาะใบหน้า
"ขอนั่งด้วยได้ไหม?"
คราวนี้นัทซึโนะเป็นฝ่ายถาม ไม่ต้องรอให้นานะเป็นฝ่ายตอบ ทาเครุก็พูดออกมาด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจแทนว่า เชิญครับ

 

      ตอนนี้ทั้งสองคนต่างนั่งนิ่ง ไม่กล้าขยับตัวหรือทำอะไร ทั้งดีใจทั้งกลุ้มใจ ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี ส่วนความคิดเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านั้นกลับหายไปหมด
สามหนุ่มก็คุยกันแบบไม่สนใจนานะและทาเครุที่นั่งหน้าแดง(และกังวล)อยู่ข้างหน้า
"เอาไงดีล่ะ ทาเครุจัง"
นานะพูดกึ่งกระซิบในขณะที่ยังนั่งก้มหน้า
"ผมอยากเดินออกไปแล้ว...."
ทาเครุที่ตอบไม่ตรงคำถามเพราะเขาเริ่มกัวลเกี่ยวกับสายตาของคนในร้านที่มองมาที่โต๊ะพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่ส่วนใหญ่เป็นสายตาของผู้หญิง แม้แต่พนักงานของร้านก็ยังมอง
แน่ล่ะ หนุ่มหล่อที่เป็นถึงนักร้องดังมานั่งทั้งที(มีหนึ่งคนไม่ได้เป็น) เป็นใครก็ต้องมอง รอบข้างมีเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมากลบเสียงสายฝนที่อยู่ข้างนอกจนหมด


      "นานะจัง เมื่อตะกี้ได้ยินพูดถึงงานที่ศาลเจ้าใช่ไหม"
ดูเหมือนว่านาจิจะเริ่มสังเกตเห็นทั้งสองแล้ว หลังพูดจบ คนถูกสาวถึงกับสะดุ้ง พอถึงเวลาจริงๆแม้แต่นานะผู้กล้าหาญก็ยังไม่สามารถพูดออกไปได้
ทำไมเวลาแบบนี้ไซกะไม่อยู่นะ คิดอย่างเจ็บใจ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เธอคิดขึ้นเอง ถึงไซกะจะอยู่ก็คงไม่ช่วยหรอก เหลือบตาไปดูทาเครุที่อยู่ด้านข้างเพื่อขอความช่วยเหลือ
แน่นอนว่าพึ่งพาไม่ได้เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกลายเป็นหินไปเสียแล้ว....
"อ...อื้ม...แบบว่าจะชวนทาเครุจังไป...ด้วยกัน...."
พูดออกไปเลยเซ่! ว่าอยากชวนพวกเขาไปด้วยน่ะ ความคิดในใจไม่ได้กระตุ้นให้ตัดสินใจพูดออกไปและนั่นทำให้นานะยิ่งเกร็งกว่าเดิม
"งั้นพวกฉันไปด้วยได้ไหม"
"อ...อา...."
ในใจบอกว่า ได้สิ! ดีเลย กำลังจะชวนพอดี แน่นอนว่าไม่ได้พูดออกไปแต่กลับตอบรับแบบไม่เป็นคำแทน
"งั้นชวนพวกเรนะไปด้วยกันดีกว่า..."
นาจิที่ถือว่าคำว่า อา ของนานะเป็นคำตอบก็พูดขึ้นมากับนัทซึโนะและสึบาสะ
"ต้องบอกมิวะกับชิกิอีกสินะ"
"งั้น นานะจัง ทาเครุคุง พวกฉันขอพาเพื่อนไปด้วยนะ"
รอยยิ้มราวกับเทพบุตรจากนักแสดงที่ชอบ ช่างส่องประกายเจิดจ้าจนสามารถหลอมให้นานะละลายได้ อา...นาจิคุงช่างเจิดจ้าดั่งแสงอาทิตย์....
"งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่หน้าศาลเจ้านะ ทาเครุคุง"
คำพูดธรรมดาแต่ประกอบด้วยรอยยิ้มของนัทซึโนะเรียกให้ทาเครุเคลิ้มและเผลอตอบรับไปอย่างลืมตัว
"ครับ!!"
จากความกังวล ตื่นเต้น กลายเป็นความดีใจอย่างสุดขีดของนานะและทาเครุ ทั้งสองคิดในใจอย่างตื่นเต้นว่า อดใจรอพรุ่งนี้ไม่ได้แล้ว!! ขอให้ฝนหยุดตกด้วยเถอะ!!!

 

 

 


      "แล้วทำไมฉันต้องมาด้วย"
เสียงบ่นอย่างหงุดหงิดของไซกะดังขึ้นที่หน้าศาลเจ้าของวันต่อมา วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดมีฮู้ดสีดำสนิทและกางเกงยีนส์ ยิ่งเพิ่มความเป็นผู้ชายในตัวเข้าไปอีก
จนครั้งที่ทาเครุเห็นถึงกับบอกว่า คุณเป็นผู้หญิงแน่เหรอครับ? แน่นอนว่าโดนไซกะซัดไปเรียบร้อย
เดิมทีไซกะไม่ใช่คนชอบเที่ยว แต่โดนแรงบังคับของนานะเข้าบ่อยๆจนเกิดความรำคาญ ถึงกับตะโกนใส่โทรศัพท์ไปว่า  เข้าใจแล้วๆ!! ไปก็ไป!!!
แต่คนนัดยังคงไม่มาถึง
"ทำไมยัยนั่นต้องให้ฉันมาเที่ยวเล่นแบบนี้ด้วย"
"คุณไซกะเกลียดคนเยอะๆเหรอครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว มันน่ารำคาญจะตาย"
"เป็นพวกไม่ชอบที่อยู่กับคนหมู่มากสินะครับ...แต่ครั้งนี้ก็มีคนมาเยอะซะด้วยสิ"
"หา? ยัยนั่นไปชวนใครมาอีกล่ะ"
"ออซครับ พวกคุณนาจิกับเพื่อนเขาอีกสองคน"
ไซกะถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด ให้ตายสิ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกจะได้ไม่มา!!


      "ขอโทษที่ให้รอ"
เสียงของคนนัดก็มาถึงพอดี ไซกะหันไปหาพร้อมกับอ้าปากจะต่อว่า แต่คำด่านั้นกลับเข้าคอไป เมื่อเห็นว่านานะไม่ได้มาคนเดียว แต่กลุ่มออซนั้นมากันทุกคนพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง
ที่ท่าทางจะเป็นสาวซ่า แต่ก็ดูไม่มีพิษมีภัย เสื้อแขนยาวกับกางเกงขาสามส่วนสไตล์สาวทอมบอย ผมยาวถึงกลางหลังแบบไม่มัดรวบ คิริคาวะ  ซายะ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน(แต่ดูเหมือนทาเครุจะไม่รู้จัก)
น้องสาวของคิริคาวะ  เรนะ แต่ดูเหมือนว่าคนพี่จะไม่อยู่

 

      โชคดีที่วันนี้ฝนไม่ตก ผู้คนที่มางานจึงค่อนข้างมาก และนั่นสร้างความรำคาญให้กับคนที่ไม่ชอบอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆอย่างไซกะ ยิ่งด้วยกลุ่มที่เธอมาด้วยก็เยอะอยู่เช่นกัน
ไซกะได้แต่เดินอยู่ท้ายของกลุ่มเสมอ ส่วนพวกนานะก็ดูจะสนุกสนานกันทีโดยเฉพาะซายะ ที่มักจะสร้างสีสันให้กับกลุ่ม แน่นอนว่าทุกคนคงลืมเรนะไปแล้ว....

      เด็กสาวถอนหายใจและเดินแยกจากไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น และเธอเองก็ดูไม่ใส่ใจกับมันสักเท่าไร ร้านรวงต่างดูคึกคักเพราะผู้คนที่มาเดินเที่ยวทำให้เทศกาลดูมีชีวิตชีวา


      ลมอ่อนๆพัดมากระทบแก้มของไซกะ แม้จะเป็นลมที่ค่อนข้างเย็นแต่เธอกลับรู้สึกร้อนมากกว่า เสียงพูดคุย เสียงโห่ร้องอย่างดีใจของคนที่ยิงเป้าโดนของที่ต้องการ หรือเสียงร้องอย่างเสียดายของคนที่ช้อนปลาพลาด
นั่นไม่ได้ทำให้ไซกะรู้สึกสนุกหรือคึกคักขึ้นเลย แต่ตอนนั้นเองไซกะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันซ้ายหันขวา ใบหน้าแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ชุดวันพีชสีขาวยาวถึงเข่าราวกับลูกคุณหนู
ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนยาวสยายอยู่กลางหลัง ใบหน้าอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงในอุดมคติของชายหลายๆคน


      "ทำยังไงดี ทำยังไงดี"
เธอร้อง ไซกะมองดูเธออยู่เพียงแค่แวบหนึ่งและทำเป็นไม่สนใจเดินผ่านเธอได้ หลงทางรึไง แต่โตขนาดนี้คงไม่หลงหรอก ตอนนั้นเองที่หญิงสาว(ที่ไซกะคาดว่า)จงใจวิ่งเข้ามาชนอย่างจัง
เด็กสาวเกือบล้มลงไปนั่งกับพื้นแต่โชคดีที่ยังทรงตัวได้อยู่ ส่วนหญิงสาวนั้นกลับล้มหน้าคว่ำอยู่ตรงปลายเท้า
"อูย เจ็บจัง"
หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้น ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมองมาที่พวกเขา ก็ดีไปอย่าง ไม่งั้นเธอคงอายมากแน่ๆ แค่มาล้มต่อหน้าไซกะก็น่าอายพอแล้ว
จมูกมีรอยแผลเล็กๆ หญิงสาวใช้มือถูที่แผลนั้นเบาๆ น้ำตาคลอเบ้าอยู่นิดๆ
ไซกะที่ยังคงอึ้งได้แต่มองอยู่เฉยๆ อะไรของเขา วิ่งมาชนแล้วยังล้มอีก

รีบขอโทษแล้วไปต่อดีกว่า

       ขณะที่จะอ้าปากจะพูดนั้นกลับโดนขัดเสียก่อน
"ไซกะจังสินะ ดีใจจังเลย หาเจอสักที"
เด็กสาวขมวดคิ้ว รู้จักชื่อฉันได้ยังไง แน่นอนว่าไซกะไม่รู้จักหญิงสาว เพียงแค่คุ้นๆหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าทำไมถึงนึกถึงหน้าของซายะขึ้นมา
ไม่สิ เธอคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายคิริคาวะ ซายะ ทั้งสีผม โครงหน้า ดวงตา ส่วนสูง แม้แต่เสียงก็คล้ายกัน ต่างกันเพียงแค่ลักษณะการแต่งกาย และกิริยาท่าทาง
ซายะจะออกแนวทอมบอย ส่วนเธอคนนี้จะออกแนวสาวหวาน
"ทำไมถึงรู้จักชื่อฉัน"
"ก็พวกของนาจิคุงเล่าให้ฟังนี่หน่า ว่าไซกะจังน่ะมีรูปร่างแบบนี้"
หรือว่า....ไม่ใช่หรอกมั้ง ไซกะสะบัดหัวนิดๆไล่ความคิดนั้นออกไป
"จริงสิ ยังไม่ได้บอกเลยสินะ ฉัน...เรนะ จ๊ะ! คิริคาวะ เรนะ"
"....."
ถึงจะแสดงใบหน้าเย็นชาเหมือนทุกทีแต่ก็อดตกใจไม่ได้ เพียงแค่คิดว่าอาจจะเป็น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริงๆ เรนะที่ตัวสูงกว่าไซกะยืนยิ้มเป็นประกาย
รอยยิ้มที่คงจะจับใจชายหนุ่มได้หลายคน
"แล้วพวกนาจิคุงไปไหนแล้วล่ะ"
เรนะหุบยิ้มลงแล้วทำท่าเหมือนเด็กหลงอีกครั้ง คนมองอย่างไซกะรู้สึกเหนื่อยใจเมื่อรู้ว่าเธอคนนี้หลงทางจริงๆ
"พวกนั้นเดินไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันแยกออกมาอีกที"
"เหรอ...."
แย่จัง เรนะพึมพำเบาๆ สีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเองที่ไซกะรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"ฉันจะเดินเล่นรอบๆงาน จะเดินตามหาพวกนั้นด้วยกันไหม?"
ฉับพลันสีหน้าของเรนะก็ดูมีชีวิตขึ้นมาทันที เธอตอบ อื้ม!! อย่างกระตือรือร้น ไซกะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ และเดินนำไป

 

      ตามทางเรนะดูตื่นเต้นไปหมดเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะผ่านร้านไหนเธอจะต้องแวะไปดูด้วยความสนุกสนานทุกที ถึงไซกะจะไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมรับว่าบางครั้งก็สนุกไปกับเรนะด้วย
ถึงจะดูไม่ใช่ตัวของเธอตามปกติก็ตาม บางทีปล่อยตัวตามสบายบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เรนะก็ไม่ใช่คนเลวร้ายที่สร้างความรำคาญให้เธอได้ตลอด
เรนะนั้นถึงจะโตแล้วแต่ก็มีความเป็นเด็กอยู่มากเหมือนกัน และนั่นก็เป็นเสน่ห์ของเธอเหมือนกัน แน่นอนว่าระหว่างทางเรนะซุ่มซ่ามบ่อยมาก ทั้งชนคนอื่นจนล้ม
สะดุดเท้าตัวเองจนเกือบจะพังร้านขายหน้ากาก หรือลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านขายขนม จนไซกะรู้ได้เลยว่าที่เธอคิดว่าเรนะจงใจวิ่งมาชนนั่นเป็นเพราะเธอซุ่มซ่ามอยู่แล้ว


      เมื่อเดินเอ้อระเหยจนมาถึงหน้าศาลเจ้า เรนะนั่งลงกับบันไดด้วยความเหนื่อย ถึงจะไม่เจอคนที่อยากจะตามหา หรือเจอแต่ความเปิ่นของเรนะ แต่ก็ถือว่าสนุกไม่ใช่น้อย
"สนุกจังเลย!!"
ยังคงแสดงความเป็นเด็กอยู่ดี ไซกะนั่งลงข้างๆโดยไม่พูดอะไร เรนะมองหน้าเด็กสาวชั่วครู่แล้วยิ้มออกมา
"ไซกะจังนี่ดีจังนะ อายุแค่นี้แต่ดูเป็นผู้ใหญ่"
"......"
"แต่ว่านะ นานๆทีก็ทำตัวเหมือนเด็กบ้างก็ได้นะ"
"......."
ผู้ใหญ่บางคนก็ทำตัวเป็นเด็กเกินไปสินะ เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ได้แย่อะไร เรนะเป็นคนที่ต่างจากคนอื่นที่ไซกะเคยเจอมา ถึงจะเหมือนสาวๆทั่วๆไป
แต่เธอไม่ได้วี้ว้ายหรือส่งเสียงน่ารำคาญและไม่ได้ดูรักสวยรักงามแบบที่ต้องพกเครื่องสำอางติดตัวเพื่อจะแต่งหน้าตลอดเวลา
จะเรียกได้ว่าสวยธรรมชาติอยู่แล้วก็ได้ นั่นก็เป็นสิ่งที่ไซกะชอบในตัวของเรนะ
"จะสามทุ่มแล้วล่ะ ทุกคนไปอยู่ไหนกันนะ"
เรนะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู ไซกะนึกขึ้นมาได้ ในเมื่อมีโทรศัพท์แต่ทำไมเธอถึงไม่ใช้...
"ทำไมไม่โทรไปหาคิริคาวะ ซายะเอาล่ะ"
ความเงียบเข้าครอบคลุม เรนะมองหน้าไซกะนิ่งๆ ในมือยังถือโทรศัพท์แน่น จากนั้นก็เริ่มตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า และพูดออกมาโดยที่ยังมองหน้าไซกะอยู่
น้ำเสียงลั่นเครือราวกับจะร้องไห้
"ฉัน...ลืมไปเลย...."
เฮ้ย....ไซกะพูดออกมาเบาๆ รู้สึกเหนื่อยใจกับผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเหลือเกิน สาวเปิ่นของแท้เลยสินะ คนๆนี้ 

 


      หลังจากที่เรนะพึ่งรู้ตัวว่ามีโทรศัพท์อยู่แต่ไม่ได้ใช้ และเมื่อโทรหาซายะผู้น้องเสร็จ ก็ดูเหมือนจะถูกบอกให้ไปหาที่ไหนสักที่ในงาน ทั้งคู่จึงต้องเดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง
คราวนี้เรนะเดินนำหน้า ไซกะกลัวว่าถ้าเกิดซุ่มซ่ามอีก จะได้ช่วยไว้ทัน แต่ก็คงไม่เสมอไป


       หญิงสาวสะดุดกับบางอย่างบนพื้นและเซไปชนเข้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่เข้า
"ว้าย!"
ชายหนุ่มหันมามองด้วยแววตาที่แข็งกร้าว รอยแผลขนาดใหญ่บนหน้าแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นอันธพาล ก่อเรื่องอีกแล้ว คิริคาวะ เรนะ
"ข..ขอโทษค่ะ!!!"
"นี่ สาวน้อย ขอโทษแล้วมันทำให้เสื้อข้าสะอาดขึ้นไหม!!"
อันธพาลตะโกนเรียกความสนใจให้คนอื่นๆหันมามอง เรนะเงยหน้ามองและก็แทบจะหมดสติ เมื่อเห็นรอยน้ำอัดลมที่หกอยู่ที่เสื้อของอันธพาล
ถอยหลังหนีพร้อมกับตัวสั่นราวกับกระต่ายที่กำลังจะถูกงูรัดและกลืนกิน
ทำไงดี ทำไงดี หันซ้ายหันขวาหาคนมาช่วย แต่ผู้คนที่อยู่รอบๆกับได้แต่ยืนดูและพูดคุยกัน ไม่มีใครจะกล้าเข้ามาช่วยเลยสักคน
"มีเรื่องกับอันธพาลเหรอ"
"แย่แล้ว ใครก็ได้ช่วยเด็กคนนั้นที"
"พี่สาวสวยจัง ไม่น่าก่อเรื่องเลย"
"แย่แน่ๆ เรียกตำรวจที"
เรนะเริ่มแสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ยังไม่มีใครที่สนใจจะเข้ามาห้ามหรือเข้ามาช่วยอยู่ดี จนมือของอันธพาลคว้าข้อมือของเรนะ บีบแน่นและเริ่มขู่
"ว่าไง! จะชดใช้ยังไง!! หา!"
"ข..ขอโทษ..ค่ะ.."
หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัว เป็นครั้งแรกที่ก่อเรื่องแต่ไม่มีคนมาช่วย ปกติซายะจะคอยปกป้องเธอเสมอ แต่คราวนี้ซายะไม่อยู่ จึงเหลือเธอแค่คนเดียว
ความคิดต่างๆเริ่มตีกัน เรนะได้ยินเสียงดัง พลัก ตุบ และเสียงร้องของอันธพาลที่เริ่มไกลออกไป ข้อมือที่โดนบีบคลายออกจึงไม่รู้สึกเจ็บอีก
ค่อยๆลืมตาขึ้นมา เห็นชายอันธพาลล้มลงไปกับพื้น พร้อมกับชี้นิ้วมาที่เธอและร้อง "แก!! แก!! กล้าดียังไงมาเตะข้า!!"
หญิงสาวรู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำ ค่อยหันหลังไป เห็นแต่ไซกะที่ยืนถอนหายใจอยู่


      "ไปเถอะ"
เด็กสาวเดินนำผ่านตัวอันธพาลไป แต่คนอย่างนั้น มีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนกระชากไหล่ของไซกะให้หันไปหา
แต่ไซกะไม่สนใจสะบัดข้อมือทิ้งและเดินต่อไป
"เดี๋ยวสิโว้ย!!"
อันธพาลยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของไซกะอีกครั้ง เสียงเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจดังขึ้นจากเด็กสาว คราวนี้เธอหันไปหาและยกมือขึ้นต่อยหน้าชายหนุ่มอย่างแรง
เสียงกรีดร้องดังขึ้น อันธพาลล้มลงไปนอนกับพื้น
เรนะยืนมองอย่างตกใจ ไซกะตัวเล็กแต่กลับแรงเยอะอย่างเหลือเชื่อ แต่ชายหนุ่มยังพยายามยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งและจะเอื้อมมือไปหมายจะต่อยเด็กสาวแต่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจนเขาต้องชะงัก
"คุณตำรวจคะ! ตรงนี้มีอันธพาลจะทำร้ายเด็กค่ะ!!"
ชายอันธพาลสบถออกมา มองหน้าไซกะแวบหนึ่งและวิ่งหนีไป
นานะนั่นเองที่เป็นคนตะโกนออกมา ยังคงเป็นไม้ตายที่ใช้ได้เสมอสินะ
"ปล่อยภัยแล้วน้า ไซกะ"
"......"
เรนะวิ่งเข้าไปหาซายะและสวมกอดด้วยความกลัว เอยขอบใจไซกะ ส่วนเด็กสาวก็แค่พยักหน้าให้
"คุณไซกะยังเก่งเหมือนเดิมเลยครับเนี่ย"
ทาเครุเดินเข้ามาหาด้วยตาประกายที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
ไซกะมองไปทางเรนะที่กำลังถูกมิวะลูบหัว ช่างเป็นคนที่ก่อเรื่องง่ายซะจริงๆ วันนี้ก็วุ่นวายกับความเปิ่นของเธอมากพอแล้ว แต่ก็คงเหมือนเดิม ไซกะยังคงคิดว่าเรนะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเหมือนเดิม......

 


 

Comment

Comment:

Tweet

ในที่สุดก็มานะ ^^~

#1 By B (110.171.132.247) on 2011-09-04 09:07