Transition -9-

posted on 14 Aug 2013 16:38 by himawari-sos-dan in Novel
 
 
 
 
Transition
 
 
 
 
 
9
 
 




      เมื่อก่อนฉันไม่เคยเข้าใจว่าการจะรักใครซักคนมันเป็นยังไง ไม่ว่าจะคบหากับผู้ชายคนไหน ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆก็ไม่เคยที่จะพบคำว่า "ความรัก" ใบแบบที่ฉันต้องการ
ไม่ใช่แค่เงินทอง ไม่ใช่แค่ลมปาก ไม่ใช่ของภายนอก แต่เป็นสิ่งที่ได้รับมาจากใจ ฉันต้องการใครซักคนที่มอบสิ่งนั้นจากหัวใจให้กับฉัน
จนมาถึงตอนนี้...ฉันถึงได้รู้ ว่าคนที่ฉันต้องการมาตลอด คือเธอ.....




      กลางฤดูร้อนเมื่อสองปีที่แล้ว เวลาบ่ายสอง ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน เด็กสาวยืนเดินโซเซเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกที่ราวกับกำลังจะละลายไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลลงมาตามร่างกาย
เสียงเปิดประตูดังขึ้นในบ้านที่ไม่เคยเงียบสงบ ทุกวันไม่เคยสิ้นเสียงพูดคุยและเสียงมากมายจากภายใน หากแต่มันไม่ใช่เสียงที่น่ายินดีหรือมีความสุขแต่อย่างใด
"เอาอีกแล้ว ออกไปเที่ยวเล่นอยู่นั่น ไม่รู้จักอยู่บ้านอ่านหนังสือหนังหาบ้างเลย"
เสียงต่อว่าดังขึ้นทันทีที่เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องครัว ใบหน้านิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินเสียงต่อว่าจากผู้เป็นแม่ที่ยังนั่งอยู่
มือเอื้อมไปเปิดตู้เย็น ไอความเย็นจากภายในแผ่กระจายออกมาจนรู้สึกขนลุก ผู้เป็นแม่ยังคงต่อว่าไม่หยุด แต่เด็กสาวไม่ได้ใส่ใจ ไม่เคยคิดจะใส่ใจ....
เมื่อเห็นคนที่ว่าเมินใส่ตนเอง อารมณ์ก็พุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่อยู่
"บอกอะไรไม่เคยจะฟัง ผลการเรียนก็แย่ เอาแต่ออกไปเที่ยวเร่ร่อน แล้วยังมาทำเมินอีก ฉันไม่เคยเลี้ยงแกให้มาเป็นแบบนี้นะ! นี่!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!"
เสียงทุบโตีะดังขึ้น หากแต่คนฟังเดินขึ้นบันไดเข้าไปในห้องของตนเอง ล็อคกลอน แสร้งทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น แม้คำต่อว่านั้นยังคงดังอยู่ภายในบ้าน
 

      อีกแล้ว ทุกครั้งเลย น่าเบื่อจัง
ทรุดตัวนั่งลงที่ข้างเตียงพลางเงยหน้ามองกระดิ่งลมที่ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งพร้อมกับลมร้อนจากภายนอกที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดไว้
      เกลียดหน้าร้อนจัง....
เปลือกตาค่อยๆปิดลงช้าๆ ปล่อยความรู้สึกให้ไปกับสายลมบางเบา




                             แม้จะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึอะไร แต่หัวใจดวงน้อยๆนี้พร้อมจะแหลกสลายทุกเมื่อ






      เวลาล่วงเลยมาถึงกลางฤดูร้อนของปีที่แล้ว ที่นั่งใต้ร่มของต้นไม้ในสวนสาธารณะมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ ดวงตาสีเขียวอ่อนลืมขึ้นช้าๆ รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นๆที่ข้างแก้ม
กระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบถูกวางทาบหน้าตนเอง ชายหนุ่มข้างๆยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง กระป๋องน้ำอัดลมถูกวางลงบนมือของเธอช้าๆ
แม้จะพึ่งถูกนำออกมาจากร้าน แต่มันกลับมีความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มอยู่ด้วยจนเธอรู้สึกได้
เด็กสาวยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปาก แต่ยังไม่ทันได้ดื่ม ดวงตาสีเขียวอ่อนหันไปมองคนข้างๆ และเขาเองก็รู้ได้ว่าเธอมองอยู่จึงหันมามองตอบ
รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง พร้อมด้วยเสียงอบอุ่นที่ออกมาจากปากของเขาช่วยให้จิตใจของเธอกระชุ่มกระชวยขึ้นทันที





                                                                  "มีอะไรเหรอ มิกะ?"










      แค่มีเธออยู่ หัวใจที่เคยแหลกสลายของฉันก็ได้รับการเยียวยา....แค่มีเธออยู่ข้างๆไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ร้อนหรือน่าเสียใจขนาดไหนฉันก็ไม่เคยยอมแพ้
ขอแค่มีเธออยุ่ข้างๆ ฉันก็พร้อมจะสู้ ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีใครเข้ามาฉันก็ไม่เคยสน ขอแค่มีเธอ แค่มีเธอเท่านั้น โคนัทสึ......










      ไซกะและนาจิจ้องมองชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และไม่ขยับไปไหน
เด็กสาวหรี่ตาลง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามากวนใจเริ่มทำให้เธอรู้สึกโมโห สองขาก้าวตรงไปหาชายหนุ่มคนนั้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกของคนข้างหลังที่เดินตามมา
      โคนัทสึหันไปมอง เผยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเคย
"พึ่งเคยเจอกันครั้งแรกสินะ...ไซกะจัง?"
คนถูกถามขมวดคิ้ว
"มิกะเคยเอารูปให้ดูน่ะ ถึงจะไม่ค่อยชัดแต่ก็จำได้ว่าเป็นเธอนะ"
ไซกะไม่ได้สงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้จักเธอ ตอนนี้มีคำถามมากมายที่อยากถาม หากแต่เป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อซักครู่ทั้งนั้น
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากว่าอะไร ชายหนุ่มต่างโรงเรียนก็ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบบางอย่างใกล้ๆกับเธอ ก่อนที่จะเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เด็กสาวผมดำขลับที่ยืนอยู่นิ่งๆ


           "เมื่อถึงเวลา บอกมิกะด้วยนะว่า ฉันขอโทษ"


       โธ่เว้ย...!
มาจนถึงตอนนี้ เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คำพูดด้วยเสียงราบเรียบทว่าแฝงความเจ็บปวดชัดเจน ทั้งเรื่องที่ยัยสามตัวนั่นพูดบางอย่างกับเขา เรื่องโทรศัพท์
แต่โคนัทสึไม่ใช่คนผิด เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ความรู้สึกที่เขามอบให้กับเธอคนนั้นมันชัดเจน อ่อนโยน และสามารถช่วยเยียวยาหัวใจของมิกะรวมถึงช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปได้ด้วย

ทว่า.....

ตอนนี้มันกลับถูกสั่นคลอน โดนคนเหล่านั้น อสรพิษร้ายที่เข้ามาเล่นงานเด็กสาวยามที่หัวใจบอบบาง

      ไซกะไม่รู้ว่าทั้งสองพบเจอกันยังไง และไม่รู้ด้วยว่ารักกันมากขนาดไหน อนาคตมิกะจะเปลี่ยนแฟนไปอีกหรือไม่ แต่เธอมั่นใจได้ว่าสำหรับมิกะ ชายหนุ่มคนนี้สำคัญต่อเธอมาก
กี่ครั้งที่พูดถึงเหล่าคนที่เคยคบมา ไม่เคยมีใครเลยที่ทำให้เด็กสาวคนนั้นยิ้มออกมาหน้าบานได้อย่างเขา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า มิกะรักเขาคนนี้มากขนาดไหน
แล้วทำไม? เกิดอะไรขึ้น? มันจะต้องจบลงด้วยมือของยัยผู้หญิงโสโครกนั่นน่ะหรือ?


      "ไซกะจัง คนนั้นใครเหรอ ดูเขาเศร้าๆยังไงไม่รู้นะ"
เด็กสาวหลุดออกจากห้วงความคิด หันหลังไปมองคนที่ยังยืนอยู่โดยที่เธอเองก็ลืมไปแล้ว นาจิแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาเมื่อรู้ว่าถูกลืมไปชั่วคราว
"ไม่มีอะไร"
เลี่ยงการตอบตรงประเด็นไป ไซกะเดินผ่านนักร้องหนุ่มอย่างไม่สนใจ ตอนนี้เธอใช้ความคิดมากไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วย และนั่นทำให้เธอรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยจนไม่อยากจะคิดหรือตามอะไรอีกแล้ว
ตอนนี้แค่อยากนอน กลับบ้านไปอาบน้ำนอนและลุกขึ้นมาเตรียมสู้ใหม่ดีกว่า
แต่ก่อนที่จะเดินผ่านไปไกลนั้น หนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังจะถูกลืมอีกครั้งคว้าแขนของเธอเอาไว้
"เดี๋ยวก่อน! อย่าพึ่งไปสิ เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ ว่าช่วงนี้หายไปไหน ถ้าไม่ได้โกรธแล้วทำไมถึงไม่มาเจอกันบ้าง นี่เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะไม่เห็นต้องเกรงใจกันเลย มาเล่นด้วยกันเถอะ"
เส้นความอดทนของไซกะขาดผึง สะบัดแขนออกอย่างแรงและต่อว่าออกไปอย่างไม่อดทนอีกแล้ว
"หนวกหูจริง! เรื่องของฉันมันไม่สำคัญหรอกน่า!! ตอนนี้ฉันยังมีให้เรื่องให้คิดอีกเยอะ นายก็น่าจะกลับไปทำงานของนายได้แล้ว คิตามิซาวะ นาจิ!!!!!"
แต่แทนที่เขาจะโกรธหรือต่อว่ากลับ สีหน้าเปล่งประกายด้วยความดีใจจนคนมองนึกหมั่นไส้
แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็ยังสดใส
"ดีใจจัง ไซกะจังคุยกับฉันแล้ว แถมเรียกชื่อด้วย"

             นี่ฉันด่านายอยู่นะ....!!



      "เฮ้อ..."
ถอนหายใจกับความใสซื่อ(?)ของคนตรงหน้าและหันหลังกลับอีกครั้ง แต่คราวนี้นาจิอุ้มเธอเอาไว้จนตัวลอยจากพื้นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เป็นการกระทำที่หากนานะและพวกแฟนคลับมาเห็นอาจจะกรี๊ดบ้านแตกด้วยความอิจฉา หรือถ้าเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาเองก็คงจะมีความสุขและนอนตายตาหลับแน่นอน
"ไอ้......! ปล่อยนะโว้ย!!"
"ไม่อ่ะๆๆ!! ไซกะจังเมินกันอีกแล้วอ่ะ อุตส่าห์เจอทั้งที จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง!!!"
นาจิส่งเสียงเหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่ยอมปล่อยมือจากของเล่น
"แก!! อยากให้พวกแฟนคลับมาลากฉันลงไปกระทืบเอารึไง!! ปล่อยโว้ย!!!!!!!"
"ถ้าถึงตอนนั้นนั้นฉันจะปกป้องเธอเอง!!!!!!"
ไซกะนึกอยากกระทืบคนที่อุ้มอยู่นี้แทน.... ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นขนาดไหนก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยลงเสียทีจนเด็กสาวเริ่มโมโห
"อย่าให้ถึงตอนนั้นสิเว้ย!!!!!! แล้วก็ปล่อยได้แล้ว!!!!!!!"
รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันคนข้างหลังที่รัดเธอไว้สุดแรงจนนาจิจำใจต้องปล่อย สีหน้าสลดลงนิดหน่อยราวกับลูกหมา

      "ใจร้าย ฉันแค่อยากสนิทกับไซกะจังเองง่ะ...."
"เออ แต่ฉันไม่อยาก"


                                                          ใจร้าย ตอบแบบไม่คิดเลยด้วย.........


"งั้น...เอางี้นะ..."
นาจิแตะไปทั่วๆตัวเพื่อหาอะไรบางอย่าง สภาพที่เมื่อใครเห็นคงต้องหลุดขำ นักร้องหนุ่มขวัญใจชาวประชาจนทำท่าหาของแบบติ๊งต๊อง น่ารักๆแบบนี้ได้ด้วย
อย่างน้อยก็เว้นไซกะไว้คนหนึ่งที่เริ่มหงุดหงิดกับสภาพน่าสมเพช(ในสายตาเธอ)และเชื่องช้านั่น
"เอ่อ...ไซกะจัง..."
"อะไร?"
"ขอกระดาษกับปากกาได้ไหม....?"
"ห๋า?"
ไซกะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมทำอะไร กลัวว่าหมอนี่คงจะไม่ปล่อยให้กลับบ้านซักที มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างตัว หยิบสมุดจดเล่มเล็กๆออกมาพร้อมกับปากกา
นักร้องหนุ่มยิ้มหน้าบานอีกครั้งพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น เมื่อเสร็จก็ยื่นกลับคืนให้เจ้าของพร้อมบอกขอบคุณ
"มีอะไรโทรมาเลยนะ เบอร์ส่วนตัวของฉัน แค่บอกมาว่ามีอะไรฉันจะรีบมาหาทันทีเลย"
เด็กนักเรียนสาวเลิกคิ้ว โดยไม่ว่าอะไรต่อจนกระทั่งแยกย้ายกันกลับ

      ไซกะไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะเขียนอะไรลงไป เพราะถ้ามันมีอะไรแปลกปลอมอยู่ในสมุดจดล่ะก็ เธอก็คงฉีกมันทิ้งไปเองโดยไม่ต้องมานั่งนึกย้อนเองแหล่ะ













     


      เช้าวันต่อมา นานะพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวอย่างเห็นได้ชัด มิกะมาโรงเรียนท่าทางมืดมนเหมือนกับไม่ใช่ตัวเธอเมื่อก่อน
ทุกทีถึงจะมาแล้วจะต้องเจอกับเรื่องแย่ขนาดไหน เด็กสาวก็ยังยิ้มได้ แต่คราวนี้....มันไม่ใช่
ดวงตาของเธอไม่ฉายแววสนุกสนานหรือพร้อมจะต่อสู้เช่นทุกครั้ง มันดูว่างเปล่า ว่างเปล่าราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆบนโลกใบนี้
ขอบตาบวมขึ้น น่าจะเป็นผลมาจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และคงร้องไห้อย่างหนัก....

นี่เธอไปเจออะไรมานะ...

นานะคิด เมื่อวานตอนเย็นเธอแยกไปหาทาเครุ แต่คนที่ไปกับมิกะคือยูนะ บางทีเธออาจจะรู้อะไรก็ได้
แต่เมื่อจะหันไปถามกลับต้องเปลี่ยนใจ สีหน้าของยูนะเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน.....

      แววตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็น สีหน้าเรียบเฉยหากแต่แฝงไปด้วยความพยาบาท เด็กสาวนิ่วหน้าด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานหลังจากแยกกัน?
ภายในใจเธอคิดถึงคนอยู่เพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคำตอบสำหรับเธอ คนเพียงกลุ่มเดียวที่จะทำให้เพื่อนสาวของเธอทั้งสองเป็นแบบนี้ได้
ลางสังหรณ์ของเธอบอกไว้แบบนั้น.....และมันคงจะเป็นจริงในช่วงเวลาที่เลวร้ายแบบนี้

      ตอนนั้นเอง...ทัตสึบะเดินเข้าไปใกล้มิกะ ก้มลงกระซิบบางอย่างด้วยรอยยิ้ม แม้นานะอยากจะลุกเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวมีแววตื่นตระหนกพร้อมกับพยักหน้าลงน้อยๆทำให้เธอต้องหยุดอยู่กับที่ของตัวเอง
เมื่อทัตสึบะจากไป สีหน้าและแววตาของมิกะก็เริ่มเปลี่ยน
"อะไรกัน....?"
นานะขมวดคิ้ว ยัยนั่นพูดอะไรกับเพื่อนของเธอ....

      ไม่ใช่แค่นานะที่มองอยู่ตลอดเวลา ยูนะที่นั่งอยู่นิ่งๆหากแต่กำคัตเตอร์ในมือแน่น...จนเมื่อเห็นว่าคนที่น่ารังเกียจเดินจากไป เธอถึงค่อยๆคลายออกช้าๆโดยยังไม่ละสายตาจากเด็กสาวที่น่าขยะแขยงนั่น....

















       ทันทีที่เลิกเรียน มิกะออกจากห้องไปพร้อมกับกลุ่มของโมสึมิทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของนานะและยูนะที่กำลังจะเดินเข้าไปหา
"มันต้องมีอะไรแน่ๆ"
เด็กสาวสวมแว่นพูดพลางยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่า เธอคิดจะตามไป คงไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนอยู่กับคนน่าสงสัยแบบนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ฉันอยากไปด้วยนะ แต่เย็นนี้ต้องรีบกลับ..."
นานะไม่สนใจว่ายูนะจะว่าอะไร เธอแค่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจเท่านั้น ยูนะไม่พูดอะไรต่อเธอรีบเดินออกจากห้องไปอย่างเจ็บใจ ถ้าหากไม่ติดเรื่องของที่บ้านล่ะก็...เธออยากจะไปดูด้วยว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไรกับมิกะ
ตอนนี้ได้แค่ฝากให้นานะเป็นคนดูแลเท่านั้น ตอนนี้ทำได้แค่นี้จริงๆ....โดยที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น....

      หากแต่ไม่ได้ไปคนเดียว นานะกึ่งชวนกึ่งบังคับให้ไซกะสะกดรอยตามกลุ่มโมสึมิกับมิกะไปด้วย ถึงจะทำหน้าไม่พอใจ แต่เธอก็ยังยอมไปด้วยอยู่ดี
ความจริงนานะแค่กลัวจนต้องให้มีคนไปเป็นเพื่อนด้วยเท่านั้นเอง
      ทั้งสี่คนหายเข้าไปในอาคารร้างหลังหนึ่งที่อยู่นอกเมือง บริเวณนั้นค่อนข้างเปลี่ยว ไม่ค่อยมีคน
อาคารร้างที่เดิมมีการก่องสร้างจะให้เป็นอาคารของสำนักงานซักอย่าง แต่บริษัทแม่เกิดเจ๊งขึ้นมาทำให้หยุดการก่อสร้างไปและไม่มีใครสนใจจะมาซื้อต่อ
ยิ่งอยู่นอกเมืองในเขตค่อนข้างร้างผู้คนด้วยแล้ว คงไม่มีใครอยากจะมาอยู่ รอบข้างเป็นเพียงที่โล่งๆที่มีการซื้อไว้โดยบริษัทค้าขายที่ดิน แต่ไม่มีการสร้างหรือมีใครสนใจจึงปล่อยเป็นแค่ที่โล่งกว้างธรรมดา
นานๆทีจะมีคนมาวิ่งเล่น ถ่ายรูป หรือทำอะไรบ้าง แต่ก็คงไม่ใช่ในวันนี้...

 

      นานะกระดกแว่นของตัวเองขณะพยายามเพ่งเข้าไปในตัวอาคาร เธอเห็นผู้ชายประมาณห้าคนเข้าไปด้วย
ความรู้สึกหวาดกลัวและเป็นห่วงเพื่อนยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเธอเข้าไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้แน่นอน แม้จะมีไซกะอยู่ด้วย ความร้อนใจทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สองมือกระชากเสื้อของเพื่อนสาวไปมาด้วยความกังวล น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว กลัวว่าเพื่อนของเธอจะเป็นอะไรไป
"ไซกะ ทำไงดีๆ มันต้องเอาไอ้พวกตัวผู้นั่นมาทำอะไรไม่ดีแน่ๆเลย..."
คนที่นิ่งเงียบมานานไม่ได้ใจเย็นอย่างที่เห็น ไซกะเองก็ร้อนใจไม่น้อย เธอไม่สนใจคำพูดของนานะ สมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าควรจะทำยังไงดี
ควรจะเรียกคนมาช่วย ถึงผู้ชายห้าคนเธออาจจะล้มได้ แต่ลางสังหรณ์เธอบอกว่าควรจะตามคนมาช่วยมากกว่า
ใช่แล้ว....
"นานะ..."
คนถูกเรียกสะดุ้ง ตัวสั่นคนไซกะที่จับไหล่อยู่รู้สึกได้ คงจะกลัวมากสินะ
"ไปตามคนมา ใครก็ได้ ให้เร็วที่สุด ฉันจะเข้าไปห้ามพวกนั้นก่อน"
"ใครงั้นเหรอ ฉันควรจะไปตามใครดี ใคร ที่ไหน...."
นานะสับสน ตัวสั่น และลิ้นแทบจะพันกัน ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ความคิดเดียวของเธอตอนนี้คือเห็นภาพของมิกะที่ถูกทำร้ายทางร่างกายจนบอบช้ำ
เพียงแค่คิด หัวใจของเธอเองก็แทบสลายไปเหมือนกัน น้ำตาไหลลงอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นึกโทษทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งอรสพิษร้ายที่เข้ามาขบกัดสร้างรอยแผลและฉีดยาพิษเข้าไปในหัวใจอันบอบบางของมิกะ
ทั้งตัวเธอเองที่ไม่เข้าไปถามให้แน่ชัดและคอยห้ามไว้ก่อน

                                                          ถ้าฉันกล้ามากกว่านี้ล่ะก็....


      ไซกะนิ่งเงียบมองคนตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร เธอเข้าใจและรู้ดี เพียงแต่ไม่สามารถปลอบโยนให้คลายความกังวลได้ เพราะไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าคนที่อยู่ข้างในจะปลอดภัย ไร้บาดแปลทั้งทางกายและทางใจ
แต่หากยังคงช้า มีหวังเรื่องที่น่ากลัวนั้นได้เกิดขึ้นมาจริงๆแน่
เด็กสาวผมดำล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมา เปิดอย่างรวดเร็วหาหน้าหนึ่ง และฉีกออก ยื่นไปให้คนที่เริ่มสะอื้นโดยยังไม่เปลี่ยนสีหน้า
"ถ้าคิดไม่ออก ก็โทรหาคนๆนี้ซะ ให้เร็วที่สุดด้วย...... ไปได้แล้ว!"
ไซกะดันไหล่ของเพื่อนสาวให้ถอยห่างไป และวิ่งเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่หันกลับมามอง
นานะไม่มีแม้แต่เสียงจะตะโกนเรียก มือที่ถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นอย่างห้ามไม่ได้ ดงวตาที่เริ่มมัวเพราะม่านน้ำใสที่เอ่อล้นทำให้เธอมองเห็นไม่ชัดว่าเป็นเบอร์ของใคร
แต่ในตอนนี้ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ขอแค่ให้เพื่อนทั้งสองปลอดภัยก็พอ....

      นานะยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่บดบังการมองเห็น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขตามในกระดาษที่ได้รับมาและกดโทรออก
เธอไม่รู้ว่าเป็นของใคร ไม่รู้ด้วยว่าทำไมไซกะถึงบอกให้ทำ แต่ตอนนี้คิดไม่ออกว่าควรจะขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนี้
ไม่นาน ปลายสายก็ตอบกลับมา เสียงอันคุ้นเคยเพราะฟังอยู่เกือบทุกวัน แม้แต่ตัวจริงก็เคยเจอมาแล้ว เสียงอันอ่อนโยน เพียงแค่ยิน จิตใจที่ว้าวุ่นของเธอก็สงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"นาจิคุง...ฉันนานะค่ะ...ขอโทษค่ะ....มีเรื่องอยากจะให้ช่วย...."











      ทัตสึบะยืนมองคนที่นอนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช ยามนี้เธอสามารถทำอะไรกับผู้หญิงคนที่เธอเกลียดได้แล้วโดยไม่มีใครมาขวาง
ฝ่าเท้าเหยียบย่ำเข้าที่แผ่นอกบางของมิกะ เด็กสาวสะดุ้ง ความอึดอัดเข้าแล่นไปทั่วร่างกาย หายใจไม่ออก ใบหน้าบวมช้ำจากการถูกตบตี ไม่ใช่แค่ทัตสึบะ อามาอิ แต่มีเด็กสาวอีกคนที่เธอรู้จักดีรวมอยู่ด้วย
มานากะ โทกิโกะ.....

      โทกิโกะและมิกะเคยเป็นเพื่อนกันอยู่ในช่วงหนึ่งก่อนที่จู่ๆโทกิโกะจะเปลี่ยนไป....ความจริงก็เมื่อปีที่แล้วนี่เอง
ทัตสึบะออกแรงกดฝ่าเท้าลงไปที่หน้าอกจนมิกะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
หัวใจของเธอสลายไปแล้ว ตอนนี้ถ้าหากร่างกายจะต้องพังทลายลงไปด้วยก็คงไม่เป็นไร มิกะนอนนิ่งๆปล่อยให้คนตรงหน้าทำอะไรก็ได้ตามใจ
เธอจะไม่ขัดขืน ไม่ห้าม ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะคำด่าทอ ทำร้ายร่างกาย จะแบบไหนเธอก็พร้อมจะรับเอาไว้ทั้งหมด....
ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ เธออยากให้เรื่องนี้รีบๆจบไปเสีย ให้มันจบลงไปที่ตัวเธอ พวกนานะไม่เกี่ยวข้องด้วย ไม่อยากให้กลุ่มเพื่อนที่รักเป็นกังวล บุคคลที่เยียวยาหัวใจของเธอหายไปแล้ว
หายไปเพราะคนกลุ่มนี้......หากมันคิดจะทำลายคนที่เธอให้ควมเชื่อใจมากที่สุดทุกคน นานะ ยูนะและไซกะอาจจะเป็นอันตรายไปด้วย
ไม่ต้องการอย่างนั้น ตอนนี้เธอเหลือแค่เพื่อนๆเท่านั้น หากพวกนี้ระบายความโกรธ ความหมั่นไส้ และอารมณ์ทุกสิ่งลงที่เธอและจบมันไป เท่านี้ก็พอ....


      มิกะยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเพื่อนที่พึ่งเจอกันได้แค่ปีเดียวกลับทำให้เธอรักได้มากขนาดนี้ รวมถึงชายหนุ่มคนนั้นด้วย เจอได้ไม่ถึงปี แต่กลับเป็นคนที่เธอรักมาก รักมากที่สุด
คนเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ ช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบบาง ถึงตอนนี้จะไม่มีแล้วก็ตาม....


      "ยิ้มอะไรไม่ทราบ"
โทกิโกะย่อตัวจิกเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและดึงขึ้นมาให้เผชิญหน้ากับเธอ โทกิโกะยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าบวมช้ำนั้นอีกทีจนมิกะล้มลงไปอีกครั้ง
เสียงหอบหายใจดังขึ้นไปทั่ว ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เด็กสาว ชายหนุ่มห้าคนยิ้มอย่างอารมณ์ดีเช่นเดียวกับโมสึมิ
"เธอรู้ไหม ทำไมฉันถึงเกลียดเธอขึ้นมา...."
โทกิโกะเอ่ย ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนที่ตัวเองทำร้ายไป
"เธอ...แย่งแฟนฉัน....แย่งหมอนั่นไปจากฉัน!!! ยั่วเขาให้เป็นของเธอ ยัยผู้หญิงสำส่อน!!!!!!!"
ดวงตาสีเขียวอ่อนเบิกกว้าง นึกย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว สวนหลังโรงเรียนเธอนั่งอยู่กับแฟนของโทกิโกะ แต่ชายหนุ่มคนนั้นเป็นแค่เพื่อนสมัยประถมของเธอเท่านั้น.....ตอนนั้นเขาเองก็แค่มาปรึกษาเรื่องของโทกิโกะด้วย....
แล้วเธอไปแย่งมาตอนไหน....
มิกะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงคนนั้น เอ่ยความในใจออกไป ความจริงแล้วเธอคนนั้นอาจจะแค่เข้าใจผิดก็ได้
"ฉันไม่ได้ทำนะ...ตอนนั้นเขาแค่มาปรึกษาฉันเรื่องของเธอ เธอก็รู้ว่าฉันมีแฟนแล้ว"
แม้จะส่งเสียงออกไปลำบาก แต่ก็ยังพยายามที่จะพูดให้เข้าใจ เรื่องมันแค่นี้เองเหรอ? แค่นี้เองเหรอถึงทำให้เธอต้องถูกกลั่นแกล้งจนมาถึงตอนนี้?
ทว่าหล่อนไม่ยอมฟัง ยกฝ่าเท้าเตะเข้าช่วงท้องของมิกะจนเด็กสาวย่อตัวด้วยความจุก
"หุบปาก!! ทัตสึบะบอกว่าเธอไปยั่วเขา!! กลับบ้านด้วยกัน ไปไหนต่อไหนด้วยกัน!! แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าแย่งแล้วเรียกว่าอะไร!!!!!!! แล้วเป็นยังไงล่ะ ความรู้สึกที่ถูกแฟนที่รักบอกเลิกน่ะ....แยกแฟนคนอื่นก็สมควรโดนแบบนี้แล้ว!!!!!!!"
โทกิโกะยกเท้าขึ้นหมายจะกระทืบลงไปที่ใบหน้าของมิกะ เด็กสาวหลับตาลงด้วยความกลัว

      และมันก็หยุดลง โทกิโกะมองคนที่นอนอยู่ด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะเอ่ยคำพูดกับชายหนุ่มที่อยู่ด้วย ทำให้มิกะหันไปมองด้วยความตกใจ
"พวกนาย....ข่มขืนยัยนี่ซะ"
เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมๆกับคำพูดว่า รอมานานแล้ว
มิกะใช้แรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดค่อยๆขยับหนี แต่ชายคนหนึ่งนัางลงคร่อมบนตัวเธอ อีกคนรวบมือของเธอและยกขึ้นเหนือหัวก่อนจะจับไว้แน่นไม่ได้ขยับ
"ไม่นะ! ไม่!....อย่า!!!!!"
เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาดังขึ้น ทว่าคนที่ยืนมองกลับยิ้มและหัวเราะสะใจ
แม้ว่ามิกะจะมีเคยทำตัวเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น แต่เธอไม่เคยจะทำเรื่องแบบนี้เลยซักนิด เมื่อคนที่เคยคบด้วยทำท่าว่าต้องการร่างกายของเธอ เธอจะเลิกและหายหน้าไปทันที
แต่คนที่อยากจะทำด้วยอย่าโคนัทสึ...กลับไม่เคยแตะต้องเลยแม้แต่น้อย บอกแค่ว่า "รอเราโตขึ้นก่อนนะ ตอนนั้นเธอกับฉันจะเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นอน"
ถึงตอนนั้นคำพูดนั้นอาจจะไม่มีวันเป็นจริงแล้วก็ตาม...........

      "จะร้องทำไม ในเมื่อเธอน่าจะเชี่ยวชาญอยู่แล้วนี่ ให้พวกนี้เห็นลีลาของเธอหน่อยสิ......"
โทคิโกะหัวเราะสะใจคลอไปกับเสียงพูดเยาะเย้ยจากอามาอิและทัตสึบะ

     ตอนแรกคิดแค่ยอมโดนทำร้ายให้จบๆเรื่องไป....แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ไม่ใช่แล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดถูกพรากไปแล้วอย่างหนึ่ง แล้วอีกอย่างก็กำลังจะหายไปเช่นกัน ไม่เอาอีกแล้ว พอซักที
ใครก็ได้ ขอร้องล่ะ.....ใครก็ได้......


                                                               ช่วยฉันที........
 

ตอนนั้นเอง.....


      ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกปามาจากทางประตูโดนเข้าที่หน้าของโทกิโกะอย่างจัง เลือดสีแดงกระเด็นออกมาจากหน้าผากที่แตกของเธอ
เจ้าตัวย่อตัวกับพื้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ทุกสายตาหันไปทางประตู
ไซกะยืนนิ่งพร้อมกับถือก้อนหินไว้ในมืออีกก้อน ก่อนจะปาเข้าไปมั่วๆ อามาอิและทัตสึบะส่งเสียงกรี๊ดออกมา พวกผู้ชายก็ทำสีหน้าตกใจไม่ต่างกัน
ดวงตาสีนิลมองไปรอบๆ กลุ่มชายหนุ่มนั้นไม่ใช่คนจากโรงเรียนและไม่ใช่คนรู้จัก คงเป็นพวกที่ทัตสึบะเรียกมา
ก้มลงสบตาเข้ากับมิกะที่มีสีหน้าตกใจ
"ทำไม...ไซกะ...."
"แก!!!!!!"
โทกิโกะลุกขึ้นและตรงไปทางผู้มาเยือน กระชากคอเสื้อขึ้น ง้างมือขึ้นหมายจะตบเข้าที่ใบหน้า ทว่าไซกะไวกว่า เธอคว้าคอเสื้อของโทกิโกะและเหวี่ยงไปที่ผนังของอาคารร้างอย่างแรง
แผ่นหลังนั้นชนเข้าอย่างจังจนเธอต้องร้องออกมาอีกครั้งและล้มลงนอนตัวงอ
กระดุมคอเสื้อของไซกะหลุดออกตามแรงดึงของโทกิโกะ เนคไทคลายตัว แต่เธอไม่ได้สนใจ หันไปมองเพื่อนสาวที่อยู่ในสภาพไม่น่าดูก่อนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปที่ทัตสึบะและโมสึมิ
ดวงตาสีนิลฉายแววไม่พอใจและพร้อมจะทำร้ายคนได้อีกครั้ง

     คราวนี้ทั้งสามไม่ยอมอีกต่อไป โมสึมิตะโกนบอกให้พวกผู้ชายที่เหลืออยู่จับตัวเอาไว้
"อย่า!!"
มิกะร้องเสียงแหลมเมื่อเห็นกลุ่มผู้ชายสามคนดึงไซกะเอาไว้และกดลงกับพื้น ทั้งแขนและขาถูกพันธนาการไว้ด้วยมือสกปรกของคนกลุ่มนั้นเหมือนกันกับเธอ

     "อยากหาเรื่องเองนะ โทโมฮาระซัง...."
โมสึมิเดินเข้ามาหา ก้มหน้าลงมองไซกะให้ชัดๆ สีหน้าเคียดแค้นออกมาจนน่ากลัว เธอไม่ทนแล้ว ผู้หญิงคนนี้มาขัดขวางแผนการของเธอทุกอย่าง
แม้จะยังสงสัยอยู่ว่ามาที่ได้ยังไง แล้วยังยอมให้จับง่ายๆอีก แต่นั่นไม่สำคัญ
ไม่จำเป็นต้องกลัว ถ้าให้ร่างกายที่ชอบหาเรื่องนั้นเสียความบริสุทธิ์ไปด้วยคงจะดี อยากให้แววตาหยิ่งยโสนั้นกลายเป็นดวงตาที่มีความเศร้าหมองและนึกเสียใจที่เข้ามาขัดขวางเอง
"คราวนี้อย่ามาโทษฉันล่ะ"
ไซกะไม่มีท่าทีหวาดกลัว นั่นทำให้โมสึมิเริ่มรู้สึกระแวง แต่ก็จุดเพลิงโทสะให้มากขึ้นกว่าเดิม
"พวกเธอเนี่ย เอาคนมาทำร้ายแบบนี้เพราะแค่เรื่องผู้ชายเองเหรอ....ที่ทำร้ายยัยนั่นมาก่อนๆก็แค่เรื่องนี้งั้นเหรอ....หรือว่าแค่หมั่นไส้"
"เรื่องของยัยพวกนี้ฉันไม่เกี่ยว ฉันแค่รังเกียจยัยผู้หญิงโสโครกพรรค์นี้เท่านั้น"
"หืม.....แต่คนที่โสโครกน่ะ มันเธอมากกว่า"


     เพี๊ยะ!

      โมสึมิย่อตัวลง ฝ่ามือยกขึ้นตบหน้าของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าอย่างแรง มิกะตาเบิกกว้างตอนนี้เธอโกรธ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
 น่าแปลกที่เพื่อนสาวไม่ยอมขัดขืน รู้ดีว่าไซกะแรงเยอะขนาดไหน แต่ทำไมคราวนี้กลับยอมให้ถูกจับง่ายๆ ไม่ขัดขืน ไม่อาละวาดอย่างที่เคยเป็น นิ่งเกินไปจนเริ่มกังวล
"ไซกะ....."
เสียงพึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม ถ้าเธอมีแรงมากกว่านี้อีกนิด คงจะสลัดตัวออกและช่วยเพื่อนออกไปแล้ว แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น
     มิกะร้องไห้ให้กับความอ่อนแอของตัวเอง......





      ดวงตาสีดำหันไปมองคนที่อยู่ข้างๆ แววตานิ่งเฉย ไร้ความรู้สึก แม้อยากจะสลัดตัวออก ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าลงมือกับพวกนี้ไป มิกะอาจจะโดนหนักกว่าเดิมในเมื่อยังอยู่ในอุ้งมือของพวกนั้น
ตอนนี้เธอทำได้แค่ขอให้นานะตามพวกนั้นหรือใครก็ได้มาให้เร็วที่สุด
     ไซกะเดาะลิ้นเบาๆ เธอก็รำคาญใช่น้อยที่โดนจับอยู่แบบนี้ อยากสะบัดให้หลุดแล้วลุกขึ้นมาตบหน้ายัยพวกนั้นซะหน่อย
แต่ก็ยังกลัวว่ามิกะจะเป็นอันตรายอยู่ดีจึงทำได้แค่นอนนิ่งๆรอเวลาเท่านั้น ถ้าหากช้าเกินไป คงต้องลงมือแล้ว......
 

   ต้องยื้อเวลาเอาไว้สินะ....


     "ยอมรับความจริงไม่ได้เหรอ? อาคาฮิโตะ โมสึมิ.....ว่าตัวเองโสโครกกว่า"
คนถูกว่าตบเข้าที่แก้มของคนพูดอีกครั้ง
"หุบปาก...."
"จริงด้วยสิ....เธอก็แค่หมั่นไส้มิกะ แต่ไม่ยอมลงมือเอง ใช้ให้คนอื่นทำแทน....ไม่อยากมือสกปรกขนาดนั้น? ทั้งๆที่ข้างนอกและข้างในของเธอมันก็เหม็นเน่าไปหมดแล้วแท้ๆ"
"ฉันบอกให้หุบปากไง!!!"
คราวนี้โมสึมิใช้แรงทั้งหมดฟาดเข้าที่หน้าของไซกะ ทว่าคนโดนเล่นงานกลับไม่สะทกสะท้าน....
"คนอย่างเธอน่ะ.......รีบๆไปตายซะ!!!!!!!!!!"
โมสึมิตบเข้าที่ใบหน้านั้นอีกครั้งจนเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกของคนโดนทำร้าย
คำพูดสาปแช่งและด่าทอยังคงดังก้องไปทั่วห้อง จากผู้ร้ายที่นิ่งเฉยและสั่งการอยู่เบื้องหลัง...กลับสติแตกเอาง่ายๆกับคำพูดของคนที่เธออยากจะกำจัดออกไปให้ไวที่สุด
 
 
แม้จะบอกว่าควรจะยื้อเวลาเอาไว้


ทว่าข้างใน.....กลับส่งเสียงออกมาว่า 'ไม่ต้องแล้ว.....'
 
 


                        ราวกับสติที่หลุดลอยไป เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของไซกะดังก้องทั่วอาคาร
 
 
 
ทุกคนในที่นั้นต่างตื่นตกใจ โมสึมิยืนขึ้นพร้อมก้าวถอยไปโดยยังไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เสียงหัวเราะสะกดให้ทุกคนหยุดนิ่ง


    มีเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นที่ยังมีสติ....



     "แย่หน่อยนะ....อาคาฮิโตะ โมสึมิ.....เธอทำร้าย 'เด็กคนนี้' ได้ แต่ 'ฉัน' ไม่ปล่อยไว้แน่....ผู้หญิงที่น่าจะรีบไปตายน่ะ มันเธอต่างหาก.....!!!!"
โมสึมิแทบจะพุ่งเข้าไปอีกครั้ง แขนทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการเอาไว้ทำท่าจะยกขึ้นสะบัดมือน่ารังเกียจนั้นออกไป แต่เสียงตะโกนของใครคนหนึ่งทำให้ตัวร้ายทั้งหมดหันไปมอง
"คุณตำรวจคะ!!!!!!!! ทางนี้ค่ะ!!!!!!!!"


      ชายคนหนึ่งในกลุ่มตัวร้ายร้องขึ้นก่อนจะรีบปล่อยมือจากแขนของเด็กสาวและรีบวิ่งออกไปด้วยความกลัว
สุดท้ายก็มีบทแค่ตัวประกอบเท่านั้น.....
"แย่ล่ะ เราเองก็ต้องหนีแล้ว!"
ทัตสึบะประคองโทกิโกะที่ยังหมดสติโดยมีอามาอิช่วย ก่อนจะหายไปจากประตู

      มิกะลุกขึ้นมา หมายจะเข้าไปหาเพื่อนสาว แต่ด้วยความที่โล่งใจบวกกับสภาพร่างหายของตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ สติจึงค่อยๆหายไปก่อนจะล้มลง
นานะรีบวิ่งเข้ามาประคองเด็กสาวตัวเล็กกว่าที่หายใจอ่อนๆจนน่าตกใจ รอยถูกตบ ถูกข่วนจนเป็นแผลน่าหวาดกลัวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็น
"นานะซัง...รีบพาไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ!"
ทาเครุแนะนำ แต่เขาไม่สามารถอุ้มไปได้ มิวะที่อยู่ข้างๆจึงอาสาที่จะอุ้มออกไปเอง


      ย้อนไปเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ หลังจากที่ไซกะหายเข้าไปข้างในอาคาร นานะที่สับสนทำอะไรไม่ถูกยืนมองกระดาษที่เด็กสาวให้มา คลี่ออกพบเบอร์โทรศัพท์ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร
ในตอนนั้นเธอคิดไม่ออกซักนิดว่าควรจะทำยังไงดี ควรจะตามใครมา ในเมื่อมีเบอร์แปลกๆอยู่ตรงหน้า แถมไซกะยังเป็นคนให้มาอีก สถานการณ์แบบนี้จึงไม่มีทางเลือก
นานะกดหมายเลขตามในกระดาษด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนจะกดโทรออก
"ฮัลโหล? ไซกะจัง? ในที่สุดก็โทรมานะ"
น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น น้ำตาของเด็กสาวไหลออกมาด้วยความโล่งใจ
"นาจิ...คุง?"
"เอ๋? นานะเหรอ? โดนไซกะจังแกล้งรึเปล่าเนี่ยฉัน"
น้ำเสียงที่เฮฮานั้นทำให้จิตใจของเธอสงบลง ยกมือขึ้นปาดน้ำตาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
"นาจิคุง...ฉันนานะค่ะ...ขอโทษค่ะ....มีเรื่องอยากจะให้ช่วย...."
ไม่นานรถสีดำคันใหญ่ก็มาถึงพร้อมกับสมาชิกวงออซ สึบาสะ และทาเครุ




      อาจจะดูเป็นเรื่องตลกที่เหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้แต่กลับเรียกกลุ่มนักร้องขวัญใจประชามาช่วย แต่ในเมื่อนั่นตอนนั้นสับสนและคิดอะไรไม่ออก มันก็เป็นทางเลือกที่มีอยู่
นานะถอนหายใจพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ทั้งโล่งใจและนึกตลก ดวงตาสีน้ำตาลมองแผ่นหลังของมือกลองที่อุ้มเพื่อนของตัวเองออกไปช้าๆโดยมีชิกิคอยดูแลอยู่ข้างๆ

          
            จริงสิ ไซกะ


"ไซกะ เป็นยังไงบ้าง"
ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้เพื่อนสาว ดวงตาสีดำยังคงไร้อารมณ์
มือเล็กขยับขึ้นเช็ดเลือดกำเดาของตัวเองช้าๆโดยไม่พูดอะไรออกมา นาจิและนัทซึโนะมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วง นานะค่อยๆยื่นมือไปหมายจะลูบแผ่นหลังบอบบางนั้น
แต่เมื่อคิดถึงเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของคนๆนี้ทำให้มือชะงัก
ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนย่อมต้องกลัวอยู่แล้ว ตอนนั้นไซกะคลั่งไปแล้ว? หรือว่าโกรธจนควบคุมไม่อยู่? ถ้าเลวร้ายสุดคือเผลอลงมืออะไรทำรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตกับพวกนั้นไปแล้ว
ตอนนั้นเธอไม่รู้เลย ได้แต่คิดไปเองต่างๆนาๆ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อไปช่วยให้ทัน
"ไซกะจัง ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"
นัทซึโนะถามด้วยความเป็นห่วง แต่คนถูกถามกลับไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้าและเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลออกมา จากช้าๆเพิ่มความเร็วขึ้นจนน่าตกใจ


        แบบนั้นจะยิ่งทำให้ไหลมากกว่าเดิมสิ


      "นี่ ไซกะจัง!"
มือเบสของวงเอื้อมไปหมายจะหยุดมือนั้น ทว่าสึบาสะกลับคว้ามันไว้ก่อน ดึงออกมาจนเห็นเลือดที่ติดอยู่ที่มือ
"รีบพาเด็กคนนั้นไปโรงพยาบาลเถอะ"
สึบาสะว่า พร้อมกับอุ้มไซกะขึ้นมา เด็กสาวตาเบิกกว้าง พยายามจะร้องให้ปล่อย แต่ชายหนุ่มบีบไหล่เธออย่างแรงเป็นเชิงว่าให้เงียบ
เด็กสาวจึงได้แต่ก้มหน้าลง พร้อมกับพึมพำบางอย่างที่มีแค่เธอกับเขาที่ได้ยิน






                                                                      "มาช้าชะมัด....."



Transition -8-

posted on 14 Jun 2013 23:48 by himawari-sos-dan in Novel
Transition
 
 
-8-
 
 
      หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวันคริสต์มาสมาเวลาก็ผ่านไปจนขึ้นปีใหม่ ดอกซากุระผลิบานเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น
ภาคการศึกษาใหม่ การเรียนใหม่ ชั้นปีใหม่ แต่สำหรับนานะแล้วมันไม่ได้แปลกใหม่ขึ้นมาเลย แม้ว่าตอนนี้จะขึ้นช่วงกลางของชั้นมัธยมปลาย มันก็แค่การเลื่อนขึ้นชั้นปี
ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเหมือนเมื่อตอนปีหนึ่งเลยซักนิด
    
      แต่ที่เปลี่ยนไป คงเป็นความสัมพันธ์ของเธอกับเหล่ารุ่นพี่ที่เคยเจอเมื่อปีที่แล้ว
หลังเลิกเรียน นานะและทาเครุมักจะเล่นบาสด้วยกันที่สนามของมหา'ลัยอาโอบะ มีหลายครั้งที่สมาชิกจากวงออซมาเล่นด้วย
     ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ....
    วันนี้เองก็เช่นกัน เพียงแต่สมาชิกที่มาเพิ่มคือ สองที่น้อง คิริคาวะ เรนะ และ คิริคาวะ ซายะ ส่วนสมาชิกของออซวันนี้คือ นาจิ ชิกิและนัทซึโนะ
    นานะนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน เหงื่อไหลออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย สภาพของคนที่ผ่านการเล่นกีฬามาอย่างหนักเช่นเดียวกับทาเครุที่นั่งหอบอยู่ข้างๆ
ตอนนี้ในสนาม นาจิ และซายะกำลังเล่นกันอยู่ ในขณะที่นานะและทาเครุหมดแรงจนฝืนเล่นไม่ไหว
"นี่จ๊ะ"
เรนะยื่นผ้าขนหนูให้ทั้งสอง
"มาเล่นกันทุกวันเลยเหรอ?"
สาวรุ่นพี่ถามพร้อมกับยื่นขวดน้ำดื่มให้นานะตามด้วยทาเครุ เด็กสาวรับไว้อย่างยินดีพร้อมบอกขอบคุณ เธอเปิดฝาขวดไปด้วยพลางตอบคำถาม
"ค่ะ...ช่วงก่อนหน้านี้ก็มาทุกวัน วันไหนไม่ว่างกันหรือเหนื่อยๆก็จะพักบ้าง"
"เอ๋ แล้วไซกะจังล่ะ? ช่วงนี้ไม่เห็นเลยนะ"
เรนะทำท่าหันไปมองที่อื่นก่อนกลับมามองทาเครุที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อตรงหน้าผาก
คนถูกถามชั่งใจอยู่ซักพัก เธอแค่คิดหาคำพูดที่สุภาพและน่าจะฟังแล้วเข้าท่าในการตอบคำถาม
"ฉันคิดว่าเขาติดกิจกรรมชมรมค่ะ เลยไม่ค่อยจะได้มา"

      โม้ไปงั้นแหล่ะ....

ความจริงคือหลังจากเรื่องของ ฮารุยามะ ริน แล้ว ไซกะแทบจะไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับเธออีกเลย ช่วงปีใหม่ก็ปิดตัวอยู่แต่บ้าน โทรศัพท์ไม่เปิด
โทรหาที่บ้านก็บอกแค่ว่าไซกะไม่อยู่ และคนที่รับส่วนใหญ่เป็นพี่ชายของเธอ ถึงนานะไม่เคยเจอพี่ชายของไซกะตรงๆ แต่เธอก็รู้ได้ว่าเขากำลังโกหกอยู่
คนอย่างไซกะที่ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ออกบ้านไปไหนถ้าไม่จำเป็น ไม่มีทางที่จะ ไม่ว่าง แทบทุกครั้งที่เธอโทรไปหา
     หรือบางที คนที่โกหกอาจจะเป็นไซกะเองก็ได้
หลังจากเลิกเรียนก็เดินออกจากห้องไปซะเฉยๆ ไม่ฟังคำเรียกของใคร แม้นานะจะเดินตามออกไปก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแล้วหันมามอง
และนั่นมักจะเป็นทุกครั้งที่นานะบอกว่าจะไปที่อาโอบะ

    หรือไม่อยากจะเจอยัยรินนั่นอีก

     นานะยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลตรงลำคอพร้อมเหม่อมองไปข้างหน้า ทาเครุหันมามองใบหน้าด้านข้างของรุ่นน้องที่นั่งอยู่ด้วยกัน
เขารู้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็คิดอยู่เช่นกัน....
         ไซกะซัง...










      ตึกเรียนเงียบและโล่งไร้ผู้คน เสียงฝีเท้าเบาๆดังมาจากชั้นบน แม้จะเบา แต่ก็สามารถได้ยินชัดเจนเพราะตอนนี้ไม่มีเสียงอื่นใดหลงเหลืออยู่ในตึกแล้วอีกแล้ว
เวลาห้าโมงเย็นเกือบหกโมง นักเรียนทั้งหลายกลับบ้านกันเกือบหมด มีบ้างที่ยังทำกิจกรรมชมรมกันอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกชมรมกีฬา
วันนี้ไม่มีการประชุมกรรมการนักเรียน พวกคุณครูต่างยุ่งกับงานของตัวอยู่ในห้องพักครู มีบางส่วนเริ่มกลับกันไปแล้ว
      ไซกะเดินลงบันไดมาจากชั้นบนอย่างเชื่องช้า เธอไม่รีบ ไม่จำเป็นต้องรีบแม้จะอยู่เป็นคนสุดท้ายของชมรมก็ตาม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ผมดำยาวประบ่าสั่นตามการเคลื่อนไหวอย่างบางเบา
เด็กสาวเดินลงมาจนถึงชั้นสองซึ่งเป็นชั้นห้องเรียนของตนเอง ตั้งใจจะเข้าไปเอาของที่ลืมไว้ แต่เสียงปิดประตูห้องทำให้เธอต้องชะงักและเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ ไซกะย่อตัวเพื่อหลบเจ้าของฝีเท้านั้นโดยทันที
เธอไม่เห็นหน้าของคนๆนั้น แต่แน่ใจได้ว่าออกมาจากห้องเรียนของตนเองแน่นอน
      ห้องเรียนของพวกไซกะอยู่ถัดจากห้องที่ติดบันได เสียงดังมาจากตรงนั้นและมันทำให้เด็กสาวแน่ใจ
         คงมีใครลืมของมั้ง
คิดในแง่ดี ลุกขึ้นและเดินไปที่หน้าห้อง ยื่นมือไปเปิดประตูออกช้าๆและให้เบาที่สุด
ทันทีที่เปิดออก กลิ่นเหม็นของอะไรบางอย่างก็โชยออกมาจากข้างใน

        กลิ่นสี?

      ห้องเรียนยามเย็นที่เริ่มมืดนั้นดูน่ากลัว แต่ไม่ได้ทำให้เด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องนี้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย สายตาสาดส่องไปทั่วๆให้แน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปที่โต๊ะตนเอง
"...!?"
สายตาสะดุดเข้ากับสิ่งของที่วางกระจายอยู่บนโต๊ะของมิกะซึ่งอยู่ข้างๆ

      หน้าสมุดที่ถูกฉีกออก แผ่นกระดาษกระจัดกระจายไปรอบๆ ความมืดของห้องทำให้ไซกะมองไม่เห็นชัดๆว่ามีอะไรเขียนอยู่บ้าง แต่ก็พอจะอ่านออก มันเป็นคำด่า คำสาปแช่ง ที่ใช้ปากกาหมึกสีดำเขียนไว้เต็มหน้ากระดาษ
มือเล็กๆยื่นไปหยิบ พบว่ามันเปียกอะไรบางอย่าง ไซกะเดาะลิ้นไม่พอใจและค่อยรวบรวมกระดาษขึ้นมาทีละแผ่น เมื่อถึงแผ่นสุดท้าย...คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็น
กลิ่นเหม็นสีเข้ามาปะทะจนเธอต้องก้าวถอยไปเล็กน้อย ใบหน้าฉายแววงุนงงและหงุดหงิด

      บนโต๊ะนั้นว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดวางไว้ มีเพียงเส้นสีที่ลากผ่าน....
      แม้จะค่อนข้างมืด แต่ก็มองเห็นได้ว่ามันเป็นสีแดง เส้นสีนั้นลากผ่านเป็นคำ...หากแต่เป็นคำสาปแช่ง


                 "ไปตายซะ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
................




      เช้าวันต่อมา เสียงเอะอะดังขึ้นทันทีที่นานะเปิดประตูเข้ามาในห้องเรียน เสียงซุบซิบและคนที่มุงกันอยู่หน้าห้องเป็นสิ่งที่บอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
นานะไม่ได้สนใจว่าใครพูดอะไรออกมา เธอเห็นเพื่อนชายที่สนิทกันเดินแหวกทางออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดขี้ริ้วที่เปื้อนสีและถังน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำสีแดง ใบหน้าบ่งบอกถึงความโกรธเคือง แม้เพียงเล็กน้อย....
"นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
อิโนะ มิคาวะ หันมามองพร้อมทำหน้ายุ่งกว่าเดิม
"ใครไม่รู้ไปเขียนโต๊ะของมิกะเอาไว้น่ะสิ พอมาถึงมันก็เขียนไว้อยู่แล้ว สีก็แห้งติดอีก เช็ดไม่ค่อยออกด้วย"
มิคาวะไม่พูดอะไรต่อ เดินออกจากห้องไปเพื่อไปเปลี่ยนน้ำ

                 โต๊ะของมิกะเหรอ?
     นานะขยับแว่นพร้อมแหวกกลุ่มเพื่อนๆที่มุงกันอยู่และเดินไปที่โต๊ะของมิกะหลังห้อง เจ้าของโต๊ะยืนหันหลังกำลังเช็ดโต๊ะของตัวเองอย่างเชื่องช้า ยูนะยืนอยู่ตรงข้ามกับมิกะ ก้มหน้าก้มตาเช็ดอย่างแรงเหมือนกัน
นานะเดินอ้อมตัวมิกะมาดูสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ ดวงตาเบิกกว้าง ความโกรธแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว เด็กสาววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะไซกะข้างๆพร้อมกับหันไปถามกลุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องทั้งหมดอย่างเดือดดาล
"ใครเป็นคนทำ!!!!!!!"
เมื่อเห็นคนที่อารมณ์ดีมาตลอดอย่างนานะขึ้นเสียงพร้อมกับสีหน้าที่พร้อมจะด่าได้ทุกเมื่อนั้น ทุกคนเริ่มเหงื่อตกและไม่มีใครพูดอะไร จนเด็กสาวที่นึกเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันถามว่าใครเป็นคนทำไงเล่า!!!!!!!!!"
แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา จนมีหน่วยกล้าตายคนหนึ่งเดินออกมา มามิยะ ไอ เด็กสาวผมหยักศกทำสีหน้าให้ปกติที่สุดและเข้าไปหานานะ
        แต่มันปกปิดความกลัวได้ไม่หมด.....

"ใจเย็นๆนะ นานะ.....พวกเราเข้าห้องมาก็เจอมันเป็นแบบนั้นแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร......."
"แล้วก็ยืนเฉยกันแบบนี้เนี่ยนะ!!!"
"เราแค่...เอ่อ...ไม่รู้จะทำยังไง...."
       มามิยะยังไม่ทันได้พูดจบเสียงแหลมๆของหญิงสาวคนหนึ่งก็ขัดขึ้นมา อาคาฮิโตะ โมสึมิ  เด็กสาวที่ถือว่าเป็นเหมือนสาวเปรี้ยวที่ไม่มีใครอยากยุ่งด้วยถ้าไม่จำเป็น เธอเป็นพวกหัวรุนแรง หากไม่พอใจใคร
สิ่งที่คนๆนั้นต้องเจอนั้นช่างเลวร้าย...
"ไปทำอะไรใครไว้จนโดนศัตรูแกล้งเองรึเปล่า....คาวามิยะซัง"
สองมือกอดอก ผมยาวดัดเป็นลอน ใบหน้าขาวด้วยแป้ง ลิปสติกสีแดงบนเรียวปากอวบอิ่มนั้นฉีกยิ้ม โดวงตากลมโตสีดำหร่ลงเล็กน้อยเมื่อมองมาที่เด็กสาวสวมแว่น โมสึมินั้นหากไม่นับเรื่องนิสัยที่ไม่ค่อยดีแล้วเธอจัดได้ว่าเป็นคนสวย
รูปร่างนั้นดูอวบ แต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียด กระโปรงที่สั้นจนเกินไป ถุงเท้าย้วย การแต่งหน้าที่ดูจัดจ้านเกินไปนั้น ทำให้เธอดูเหมือนพวกสาวๆที่ชอบเที่ยวกลางคืน
         
                ถึงของจริงมันก็เป็นแบบนั้นก็เถอะ.....

"จะไปมีของแบบนั้นได้ยังไง...ถ้ามี คนๆนั้นก็คงเป็นเธอเองมากกว่า..."
นานะต่อว่าออกไปอย่างเหลืออด ไม่ใช่แค่ครั้งที่โมสึมิเข้ามาหาเรื่องเธอ ก่อนหน้านั้นก็เคยมี ทั้งพูดเสียงดังใส่เมื่อพวกนานะพูดคุยกันอย่าง "หนวกหูจริง เบาๆหน่อย" บ้าง หรือทำสีหน้าดูถูกดูแคลนใส่เมื่อเดินสวนกัน
จนคนที่ความอดทนสูงและไม่ค่อยจะคิดมากเรื่องแบบนี้ต้องหัวเสียบ่อยๆ โชคยังดีที่ยูนะและมิกะคอยห้ามและช่วยบรรเทาความขุ่นเคืองนั้นไปบ้าง 

"แล้วทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะ ถ้าจะให้แกล้งแบบนั้น สู้ให้ฉันตบใบหน้าด้านๆของอุเอซึกิซังตรงๆเลยไม่ดีกว่าเหรอ?"
ริมฝีปากสีแดงด้วยลิปสติกฉีกยิ้มน่ารังเกียจมากกว่าเดิม

      นานะมองสายตาสายตาเหยียดหยามของโมสึมินิ่งๆ ในใจของเธอเริ่มนับถอยหลังเพื่อลดความโกรธลง แวบหนึ่งแอบคิดว่าคนที่ทำนั้นคือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าแน่นอนแต่พอคิดว่าคนอย่างนี้คงไม่ยอมทำอะไรให้ตัวเองต้องมือเปื้อนแน่ๆ
ถึงอย่างนั้น สายตาเหยียดหยามนั่นราวกับเชิญชวนให้ทำเรื่องไม่ดีออกไป  โชคดีที่ตัวของนานะยังพอเหลือความอดทนอยู่บ้าง จึงทำได้แค่มองตอบเท่านั้น

      อีกอย่าง เรื่องนี่โมสึมิพูดมาก็มีส่วนของความจริง เพราะมิกะมักจะมีแฟนไปทั่วอาจทำให้มีศัตรูเพิ่มขึ้นโดยที่ตัวเองไม่รู้ แต่ก็ไม่เคยที่จะมีเรื่องแบบนี้มาก่อน งั้นใครเป็นคนทำกันแน่....
"พอเถอะ นานะ...ช่วยมิกะกันก่อนเถอะ...นะ"
ยูนะเดินเข้ามาห้ามเมื่อเห็นทีท่่าว่าไม่ดีแน่ สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน
คนถูกห้ามละสายตาจากโมสึมิ หันหลังให้พร้อมกับก้าวเท้าเดินต่อไปเพื่อช่วยเพื่อนของตนที่กำลังก้มหน้าทำความสะอาดโต๊ะตัวเองอยู่ มิคาวะที่กลับมาแล้วเริ่มใช้แปลงขัดอีกครั้ง คราวนี้เพื่อนชายของเขาก็มาช่วยด้วยเพราะความสงสาร

      นานะขยับแว่นเล็กน้อยพร้อมรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจแม้จะน้อยนิดของเพื่อนๆ แต่ความรู้สึกดีๆนั้นก็ถูกดึงให้หายไปด้วยคำพูดของโมสึมิอีกครั้ง....
"ใครจะทำก็ไม่รู้หรอก แต่คนที่มั่วผู้ชายไปทั่วแบบนั้นก็สมควรจะโดนแรงๆกว่านี้ล่ะนะ"
สายตาของคนทุกคนหันไปมองคนพูดอย่างตกใจ คงเว้นเด็กสาวสวมแว่นไว้คนหนึ่ง นานะหมุนตัวกลับมายกมือขึ้นตั้งท่าเตรียมปะทะกับใบหน้าขาวๆของโมสึมิ........




ตึง!!!!!!!!



      เสียงเปิดประตูที่ดังสุดๆเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง ประตูหลังห้องถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยมือของสมาชิกร่วมห้องคนหนึ่ง
ไซกะเดินเข้ามาท่ามกลางความเงียบของห้อง ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆ สองขาก้าวเดินไปที่นั่งของตัวเอง วางกระเป๋าลงเบาๆ แน่นอนว่าทั้งห้องยังคงอยู่ในความเงียบ
สายคาคมๆเหลือบไปมองที่โต๊ะของมิกะ ดวงตาสีดำสนิทไม่เปิดเผยความรู้สึก ทุกคนที่มองมาก็บอกไม่ได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

      ไซกะละสายตาจากตัวอักษรสีแดงที่เริ่มหายไปบ้างมองไปที่หน้าห้อง แววตานั้นเริ่มฉายแววเหี้ยม เหล่าคนที่ยืนมุงอยู่สะดุ้ง และแยกย้ายไปนั่งที่ทันที มีเพียงโมสึมิกับนานะที่ยังอยู่กับที่และพวกยูนะที่เริ่มลงมือขัดโต๊ะอีกครั้ง
เด็กสาวผมดำถอนหายใจก่อนนั่งลงโดยไม่ปริปากใดๆ
 
"...ทำตัวใหญ่เชียวนะ..."
เสียงพึมพำของใครบางคนดังขึ้นในขณะที่ห้องเริ่มมีเสียงพูดคุยบ้างแล้ว....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ช่วงเวลาของการเรียนผ่านไปอย่างน่ากลัว ไซกะที่แม้จะไม่ได้พูดอะไรมาทั้งวันแม้กับพวกนานะก็ตาม แต่เธอนั่งปล่อยรังสีบางอย่างออกมาตลอดเวลาจนคนอื่นๆกลัว
และมันก็ผ่านไปได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นานะโทรไปเลื่อนนัดกับทาเครุ และตัดสินใจว่าจะไปส่งมิกะที่บ้าน จากที่โมสึมิพูดเมื่อเช้า เธอคิดว่าปล่อยภัยไว้ก่อนคงดีที่สุด
       แต่ความโชคร้ายมันยังมาได้เรื่อยๆ

      "ไม่กลับด้วยกันเหรอ...."
"......."
ไซกะลุกขึ้นและเดินออกจากที่นั่งของตนเองโดยไม่สนใจเสียงเรียกของยูนะ
แต่เมื่อลุกเดินออกมาได้ไม่ไกลจากที่นั่ง เด็กสาวร่างใหญ่ก็เข้ามาขวางไว้ ไซกะเงยหน้ามอง ยังคงเรียบเฉยๆทุกอย่าง
โอคิโนะ ทัตสึบะ เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของโมสึมิและคู่หูของเธอ คาเสะตะ อามาอิที่ยืนอยู่ข้างๆ

      ทัตสึบะเป็นสาวร่างใหญ่ รูปร่างค่อนข้างอวบ ชอบทำตัวกร่าง อวดสิ่งที่มี ถากถางและเยาะเย้ยคนอื่น ไม่ต่างอะไรกับอามาอิที่มีนิสัยแบบเดียวกัน
อามาอิเป็นสาวร่างเล็ก ผอมบาง ใบหน้าตกกระ ผมสีดำยาวมัดรวบหางม้า ทั้งสองไม่ใช่สาวสวย ถ้าจะเรียกว่าน่าเกลียดก็คงได้

                               น่าเกลียดนั้นรวมไปถึงนิสัยด้วย

      ทั้งสองจึงไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ส่วนโมสึมินั้นแตกต่างทั้งรูปร่างหน้าตาและมักใช้คำพูดกับแววตาจิกกัดคนอื่นมากกว่าการกระทำเหมือนทัตสึบะและอามาอิ
คราวนี้ก็เช่นกัน โมสึมิยืนดูอยู่ที่หน้าห้องเฉยๆ
      ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครขยับไปไหน ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนต่างหวาดหวั่นและรู้ดีว่าทัตสึบะและอามาอิกำลังหาเรื่องพวกนานะอยู่
แต่คนที่ทัตสึบะยืนประจันหน้าอยู่นั้นกลับไม่ใช่นานะ....
"......"
ไซกะเงยหน้ามองคนที่ยืนขวางด้วยใบหน้าที่ยังคงไร้ความรู้สึก และตรงนั้นเองที่ยั่วโมโหให้ทัตสึบะ
"จะรีบกลับไปไหนล่ะ โทโมฮาระ..."
คนตัวเล็กกว่าไม่ตอบ ถอนหายใจเล็กน้อย
นานะทำท่าจะเดินเข้าไปผลักร่างใหญ่ๆของทัตสึบะที่แกล้งเพื่อนตัวเองอยู่ แต่อามาอิเข้ามาขวางไว้
"ถอยไปนะ คาเสะตะ...."
เด็กสาวนามอามาอิไม่ขยับพร้อมทำสีหน้าเยาะเย้ย เธอไม่ปริปากพูดใดๆออกมา นานะเริ่มฉุน แต่ลึกๆในใจแล้วตัวเธอเองก็ไม่อยากจะเข้าไปหาเรื่องใคร ตอนนี้ทำได้แค่มองดูอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ...


      "ยังทำตัวใหญ่เหมือนเดิมเลยนะ.... คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน"
เสียงทุ้มๆของทัตสึบะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและความตื่นตกใจของคนในห้อง ไซกะเงยหน้ามองเล็กน้อยก่อนถอนหายใจ เธอไม่ขยับ ไม่พูด ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆตรงหน้าเด็กสาวที่น่ารังเกียจนี้เท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทีของคนตัวเล็กกว่ายังนิ่งเฉย ความโกรธก็พุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่ได้

      "ทำตัวหยิ่งอยู่ได้ น่ารำคาญ! แล้วยังทำตัวเป็นใหญ่ คิดว่าทุกคนจะกลัวเธอกันหมดรึไง อย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกฉัน เธอมันก็แค่มดปลวกที่พวกฉันจะเหยียบย่ำให้ตายตอนไหนก็ได้เท่านั้น!!!...."
แววตาเหยียดหยามของทัตสึบะจ้องมองไซกะราวกับพร้อมจะทำลายได้ทุกเมื่ออย่างที่พูด สองมือกำหมัดแน่น ความอดทนไม่เคยมีอยู่แล้วในตัวของเด็กคนนี้ แรงโทสะนั้นพลุ้งพล่านไปทั่วทั้งห้องสี่เหลื่ยม
ข่มขวัญให้ทุกคนหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับหรือพูดอะไรออกมา นั่นทำให้เด็กสาวสามคนที่กำลังทำตัวเป็นนักเลงประจำห้องได้ใจ ยิ่งขู่ ยิ่งด่า ยิ่งต่อว่า ยิ่งทำอะไรแบบนี้ทุกคนจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกตน
"คนอย่างเธอ ถ้าได้เจอแบบยัยสำส่อนนั่นคงเข็ดบ้างสินะ หรือจะให้พวกฉันลงมือเพื่อสั่งสอนเธอดี....ว่าใครควรกลัวใครกันแน่....แต่ยัยนั่นน่ะ ควรจะโดนหนักกว่าเนอะ ก็ยั่วผู้ชายไปทั่วอย่างนั้น"
 

     ไซกะเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อมองคนตรงหน้าให้ชัดเจน คำว่า ยัยสำส่อน นั่นทำให้เธอเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
เมื่อได้เห็นแววตาที่เริ่มแสดงอารมณ์บ้าง ทัตสึบะกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มน่าขยะแขยงผุดขึ้นบนใบหน้า ชักสนุกแล้วสิ....
"ทำไมล่ะ...โกรธเหรอ...โทโมฮาระซัง โกรธแทนเพื่อนงั้นเหรอ แสร้งเป็นคนดีงั้นเหรอ....ฮะๆๆๆ ตลกจัง"

 
 
     นานะแทบจะพุ่งเข้าไปตบหน้าของทัตสึบะทันทีที่เริ่มส่งเสียงหัวเราะดูถูก แต่ติดที่อามาอิยังขวางอยู่ ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว ความคิดมีเพียงแค่ถ้าไม่ทำให้ใบหน้าด้านๆน่ารังเกียจนั่นหายไป เธอคงนอนไม่หลับแน่ๆ
และราวกับความรู้สึกของนานะ ไซกะถีบโต๊ะที่อยู่ด้านข้างของทัตสึบะอย่างแรง โต๊ะตัวนั้นถอยตามแรงไปด้านหลังจนเข้ากับโต๊ะตัวอื่นจนล้มลงไป  เสียงดังสนั่นไปทั่วและมาแทนที่เสียงหัวเราะของทัตสึบะ
ตอนนี้เธอเงียบ มองคนตรงหน้าอย่างตกใจ ไม่ใช่แค่เธอ คนอื่นๆก็เช่นกัน

      "หนวกหู....น่ารำคาญจริงๆนะเธอน่ะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพูดพล่ามอะไรอยู่ได้ ไม่เห็นรู้เรื่อง...."
คำพูดแรกของวันจากไซกะดังขึ้น ตอนนี้ทุกสายตาเปลี่ยนจากคนแกล้งอย่างทัตสึบะไปที่เด็กสาวผมดำ
คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แววตาดุดัน แรงโทสะของทัตสึบะหายไปในทันที แต่แรงกดดันจากไซกะเข้ามาแทนที่

      "ฉันไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับเธอซักหน่อย แม้แต่นิดเดียวก็ไม่! พูดตามตรงฉันพึ่งเคยเห็นหน้าเธอครั้งแรกนี่แหล่ะ....คนหน้าตาชั่วๆอย่างเธอมันหาได้ง่ายๆจนฉันขี้เกียจจำแล้ว...."
นานะหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าไซกะที่เงียบมาทั้งวัน เมื่อถึงเวลาต้องพูดก็กลายเป็นคำพูดแบบนี้ไปซะอย่างงั้น
คนโดนว่าคราวนี้ยืนหน้าเสียไป ความคิดตีกันไปหมดจนไม่รู้จะทำอะไรดี

      "ความคิดเธอคงมีแต่เรื่องชั่วๆสินะ หน้าตาเธอมันก็บ่งบอกอยู่แล้ว....ถ้ามีเวลามาหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ ทำไมไม่เอาเวลาไปรักษาสมองเน่าๆของเธอให้มันคิดอะไรได้ดีขึ้นมากกว่านี้ กับปรับปรุงปากหมาๆที่พล่ามแต่คำน่าขยะแขยงนั่น
ให้มันดีขึ้นแบบคนอื่นซะล่ะ....หรือว่ามันเน่าจนกลับมาเป็นปกติไม่ได้แล้ว....?"
ไซกะไม่พูดอะไรต่อ เธอเดินผ่านทัตสึบะและออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของคนในห้อง นานะลากเพื่อนอีกสองคนที่กำลังทึ่งออกทางประตูหลังห้องไปแบบเงียบๆ

      ทัตสึบะหน้าแดงด้วยความโกรธ มือที่กำหมัดอยู่ยิ่งกำแน่นกว่าเดิม ตัวสั่นไปตามแรงอารมณ์ที่พลุ้งพล่าน
คราวนี้เธอคิดจะสั่งสอนไซกะให้หวาดกลัวพวกเธอเพื่อที่จะได้ทำร้ายมิกะได้อย่างสบายมือ แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเธอเองต่างหากที่โดนสั่งสอน
      โมสึมิขมวดคิ้วพร้อมใช้ความคิด ดูเหมือนเธอคิดผิดที่คิดว่าจะลงมือกับไซกะก่อน คราวหน้า...คงไม่ต้องสนใจอะไรแล้ว คนอื่นจะว่ายังไงก็ช่าง เธอขอแค่ให้ได้ทำลายทุกอย่างของมิกะเท่านั้นก็พอ....
เหตุผลมีแค่ความหมั่นไส้เท่านั้น.....
 
 
 
 
 
 
 
      หลังจากเรื่องเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ความสงบสุขก็เข้ามา มิกะไม่โดนกลั่นแกล้งอะไรอีกทุกคนในห้องก็ลงความเห็นกันว่าจะไม่ยุ่งกับโมสึมิ ทัตสึบะและอามาอิถ้าไม่จำเป็น
แต่ความสงบสุขนั้นเป็นเพียงฟ้าที่สดใสก่อนที่พายุจะเข้าอีกครั้ง.....

      นานะ มิกะและยูนะนั่งล้อมโต๊ะทานข้าวกันเหมือนที่ทำกันปกติในช่วงพักกลางวัน คราวนี้ขาดแค่ไซกะที่โดนรุ่นพี่ในชมรมเรียกไปเท่านั้น
ทั้งสามนั่งคุยกันเรื่องรายการทีวีเมื่อคืนและตอนต่อไปของละคร เป็นช่วงเวลาที่ปกติสุขเหมือนทุกที
"น่าทานจังเลยนะ อุเอสึกิซัง"
เสียงแหลมๆของโมสึมิดังขึ้น ทั้งสามเงยหน้ามอง แต่สิ่งที่มิกะเห็นทันทีคือผงแป้งสีขาวที่ตกลงมากระทบใบหน้าและเส้นผม
"มิกะ..!"

      แป้งฝุ่นจากขวดลอยออกมาตามแรงบีบของคนถือ ผงนั้นตกลงบนเส้นผมสีดำ และค่อยๆตกลงไปใบข้าวกล่องที่ยังกินไม่หมด ทุกสายตาจับจ้องไปที่การกระทำของโมสึมิ
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ แต่มือยังคงไม่หยุดบีบขวดแป้งจนเริ่มที่จะหมด

      กลิ่นหอมของแป้งที่ลอยคละคลุ้งในอากาศกระจายไปทั่วห้อง จากกลิ่นหอมเริ่มกลายเป็นกลิ่นฉุนราวกับเป็นกลิ่นของความชั่วร้ายที่ออกมาจากตัวของผู้กระทำ
ดอกไม้สวยงามที่มีกลิ่นหอม หากแต่เมื่อกระจายกลิ่นไปมากๆกลิ่นนั้นกลับทำให้ผู้ที่สูดดมเริ่มสะอิดสะเอียน ดอกไม้สวยงามเริ่มเผยรูปร่างแท้จริงของตนเอง ดอกไม้งามที่มีชื่อว่า   อาคาฮิโตะ โมสึมิ....

      "ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ!!!"
นานะทุบโต๊ะดังปัง ดันตัวลุกขึ้นเผชิญหน้ากับดอกไม้งามที่มีกลิ่นฉุนนั้นตรงๆ สองมือกระชากคอเสื้ออย่างแรง โมสึมิยังยิ้มกับผลงานของตนเองอย่างยินดี ไม่มีท่าทีหวาดเกรงหรือกลัวคนตรงหน้าแม้แต่น้อย
แรงโทสะของนานะพุ่งขึ้นจนเกือบจะถึงขีดสุด ตอนนี้เธอพร้อมจะทำร้ายคนๆนี้ได้ทุกเมื่อโดยไม่เกรงกลัวต่อความเรียบร้อยที่ตนเองเคยรักษามาตลอด

      "จะตบฉันเหรอ...เอาสิ....คาวามิยะซัง...."
คำพูดและน้ำเสียงเชิญชวนของโมสึมิยิ่งกระตุ้นต่อมความอดทนของนานะให้ขาดผึง เด็กสาวเงื้อมือขึ้นข้างหนึ่ง หมายจะทำตามคำยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม

      ทว่า เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงเลื่อนประตูเปิดออกของไซกะทำให้ทุกการกระทำหยุดนิ่งและหันไปมอง
นานะค้างมือไว้กลางอากาศ ยูนะที่กำลังปัดแป้งใที่ติดตามตัวมิกะเองก็หยุดมือไว้
"....?"
ไซกะมีสีหน้างง งวยอย่างเห็นได้ชัด เธอมองไปที่นานะกับโมสึมิและเข้าใจในทันที
เด็กสาวถอดหายใจอย่างเบื่อหน่าย แต่ไม่มีท่าทีตกใจหรือโกรธเคือง เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าซักวันมันต้องมาอีก

              อา....น่าเบื่อชะมัด

      สองขาก้าวเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ ปัดมือนานะที่กุมคอเสื้อของโมสึมิให้หลุดออกและผลักเธอคนนั้นให้ไปห่างๆ จากนั้นเข้าไปปัดแป้งบนโต๊ะและที่ตัวของมิกะโดยไม่สนใจสายตาอาฆาตของโมสึมิและทัตสึบะที่จ้องมาแม้แต่น้อย
แต่ก็ใช่ว่าไม่รู้ตัวว่าโดยมองแบบนั้นอยู่
ไซกะถอดหายใจอีกครั้งอย่างดังเพื่อให้ได้ยินกับทั่วก่อนจะหันไปหาตัวต้นเหตุ
".....ในที่สุดก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาแล้วสินะ..."
เด็กสาวผู้นิ่งเฉยตอนนี้ค่อยๆผุดยิ้มออกมา รอยยิ้มที่นานะไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่คบกันมา หากแต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่สวยงาม
"ทีนี้ ไม่ต้องซ่อนมันไว้แล้วสินะ ใต้ดอกไม้ปลอมที่สร้างขึ้นมานั่นน่ะ...."
รอยยิ้มราวกับปีศาจร้าย....เธอเองก็คงซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากอันเย็นชานั้นเช่นกัน.....
 
 
      เสียงกริ่งบอกเวลาหมดพักเที่ยง คนอื่นๆเริ่มเก็บของ เคลื่อนย้ายโต๊ะให้กลับสู่สภาพเดิม ไซกะเองก็เช่นกัน แม้จะยังตื่นตกใจอยู่บ้าง แต่นานะเลือกที่จะวางเฉยต่อมันไปก่อน ตอนนี้ค่อยๆใจเย็น ตั้งหน้าตั้งตาเรียน
แต่ก็พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อีกทุกเมื่อ.....
 
      ยูนะหันไปมองเพื่อนผู้โดนแกล้งของตนอีกครั้งอย่างนึกสงสาร ดวงตาของมิกะฉายแววว่างเปล่า แม้จะดูสงบนิ่งอยู่บ้าง แต่ทั้งสองรู้ดีว่าข้างในตื่นกลัวและอยากร้องไห้มากขนาดไหน
วันเวลาที่เคยสงบสุข...มิกะนึกถึงช่วงที่ตนเองเคยยิ้มอย่างมีความสุข ตอนนี้มันหายไป จากการกระทำของสอง...ไม่สิ สามคน ที่แม้แต่เธอเองยังไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้ยังไงและเธอไปทำอะไรให้ใครตอนไหน

      จริงที่ว่าเธอเป็นคนเสียงดัง บางทีก็ชอบทำตัวเด่น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน ครั้งนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งโมสึมิ ทั้งทัตสึบะต้องการอะไรจากเธอกันแน่....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
       "โดนหนักขนาดนี้เลยเหรอครับ!?"
ทาเครุวางแก้วลงบนจานรองอย่างแรงโดยไม่รู้ตัวทันทีที่นานะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจบ เหงื่อไหลลงตามใบหน้า ทาเครุตอนนี้ดูตกใจและกลัวยิ่งกว่าคนที่เผชิญหน้ากับมันมาอย่างนานะเสียอีก
จนคนเล่าต้องพูดว่า เรื่องมันผ่านมาแล้ว ใจเย็นๆ
"แต่ว่า โดนขนาดนี้ไม่บอกครูหรือพ่อแม่ผู้ปกครองไปจะดีเหรอครับ"
"ก็อยากจะบอกหรอก แต่ถ้ามีเรื่องกันขึ้นมา ทางมิกะจะแย่เอาน่ะสิ....."
นานะใช้หลอดคนน้ำผลไม้ที่สั่งมาโดยไม่คิดจะดื่ม
"ทำไมล่ะครับ ถ้าเราเป็นฝ่ายเสียหาย...ยังไงฝ่ายนู้นก็ผิดนี่ครับ"
"อืม....แต่พ่อของยัยอาคาฮิโตะนั่นเป็นถึงตำรวจน่ะสิ ยศกับตำแหน่งก็ใหญ่ด้วย....ดูยังไงพวกฉันก็แย่กว่าเห็นๆ"
ชายหนุ่มรุ่นพี่กระพริบตาปริบๆ เขาเข้าใจความหมายที่นานะพูด หากมีเรื่องกัน ฝ่ายนั้นต้องใช้เส้นในการตัดสินซึ่งยังไงคนที่แพ้ก็เป็นทางมิกะอยู่ดี
กระบวนการยุติธรรมสมัยนี้แพ้ด้วยยศศักดิ์และเงินทอง เป็นคำพูดที่เป็นจริงเสมอ

      "แต่พี่ชายของคุณก็เป็นตำรวจนี่ครับ..."
นานะยังคงคนน้ำเล่น สีหน้าดูเหนื่อยใจอย่างแปลกๆ แต่ทาเครุไม่ผิด เพราะเขาใช่ว่าจะรู้จักเรื่องของเธอดีทุกอย่างเหมือนที่เธอก็ไม่รู้เรื่องของเขาเช่นกัน
"แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นจะใช้เส้นใช้สายได้หรอกนะ..."
ทาเครุหน้าสลดลงไปนิดหน่อย เขาอยากจะช่วยจริงๆ เพียงแค่ไม่รู้ว่าจะช่วยด้วยวิธีไหนเท่านั้นเอง แม้จะให้คำแนะนำ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ในสถานการณ์แบบนี้
ความคิดของชายหนุ่มเริ่มแล่นไปเรื่อยๆ ตอนแรกจะแนะให้ไซกะช่วย พอลองคิดดูดีๆ หากให้เธอคนนี้ช่วยล่ะก็ คงกลายเป็นเหตุนองเลือดแน่ๆ....

      "แล้วคุณจะทำยังไงต่อล่ะครับ?"
"นั่นสินะ.....จะปล่อยไปเรื่อยๆก็ไม่ไหว แต่ถ้าจะให้ทำอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกนั้นจู่ๆมาทำแบบนี้ไปทำไม..."
มือที่จับหลอดคนน้ำอยู่หยุดลง สีหน้าเหม่อลอย คิดไปเรื่อยๆหาสาเหตุ แต่ก็ไม่ได้เรื่อง เธอไม่รู้อะไรเลย คิดว่ามิกะคงรู้แต่อาจจะไม่พูดออกมา หรือเธอจะไปจัดการคนเดียวดี? ถ้าอย่างงั้นแล้วจะทำอะไรได้?


     นานะเริ่มสมเพชตัวเองเล็กน้อยที่ไม่กล้าและแข็งแกร่งได้อย่างไซกะ ไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้า มีแต่คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองหากลงมือทำไป
นึกย้อนไปถึงช่วงเที่ยงที่เกือบจะตบโมสึมิไปแล้ว ตอนนี้เธอทำไปเพราะแรงอารมณ์ แต่ในใจยังนึกกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับตัวเอง....แต่ความรู้สึกที่แท้จริง ก็ยังคงเป็นห่วงเพื่อนของตนเองอยู่ไม่น้อย

                     ถ้าฉันกล้าให้มากกว่านี้ล่ะก็....คงจะไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้วทำลงไปเหมือนไซกะสินะ....

"ฉันเนี่ย...ขี้ขลาดแล้วก็เห็นแก่ตัวเนอะ...."
"เอ๋?"
ทาเครุมองเด็กสาวตรงหน้าที่ดูเปลี่ยนไป แต่เธอก็ไม่พูดอะไรต่อราวกับเป็นคำลอยๆที่ออกมาจากปากเท่านั้น
เห็นดั่งนั้น ชายหนุ่มค่อยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ไม่ใช่คำปลอบใจที่รุ่นพี่มีให้รุ่นน้อง ไม่ใช่คำแนะนำหรือคำพูดลอยๆ แต่เป็นคำพูดที่ออกมาจากใจและออกมาจากความรู้สึก
"ถึงผมจะยังรู้จักคุณไม่ดีเท่าไร แต่ผมคิดว่าไม่ใช่อย่างงั้นหรอกครับ....นานะซังคอยช่วยเหลือผมหลายๆอย่าง ทั้งการสอนผมในสิ่งที่ผมต้องการจะเปลี่ยน สอนผมเล่นบาส แถมยังมาช่วยผมด้วย....
ผมรู้ว่าคุณเป็นแฟนออซครับ แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังมาช่วยผมจากใจไม่ใช่เหรอครับ....รูปงานสัมภาษณ์ที่คุณเอามาให้ผม ผมคิดว่าคุณถ่ายมันมาให้ผมที่ไม่กล้าเข้าไปตรงๆ คุณไม่ใช่คนขี้ขลาดหรอกครับ...."

     นานะมองรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ถ้าเป็นคนปกติ คงคิดว่า 'หมอนี่ หลงตัวเองชะมัด' แน่ๆ
แต่นานะกลับรู้สึกอบอุ่นข้างในอย่างบอกไม่ถูก คงจะจริง...เธอยอมช่วยเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุก แต่เมื่อเห็นใบหน้ามีความสุขของคนๆนี้ เธอก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย
จึงตัดสินใจว่าจะช่วยให้ถึงที่สุด คงเพราะแบบนี้เอง ถึงได้เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง....เพราะไว้ใจและมีความสุขเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนๆนี้
"ขอบใจนะ ทาเครุจัง..."
แม้จะเป็นเวลาที่อาจจะสั้นๆที่ได้พบกัน แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขและรู้สึกสนุกเมื่อได้อยู่ด้วยกัน
"เอาล่ะ!! งั้นจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นฉันก็ต้องพยายามแล้วล่ะ!!!!"
นานะกำหมัดแน่น ก้มลงดูดน้ำในแก้วโดยไม่หยุด ทาเครุจ้องมองพร้อมยิ้มอ่อนโยนไปด้วย
"พยายามเข้านะครับ...ถ้าผมช่วยได้ผมจะช่วยคุณเองครับ!"

                   จะคอยช่วย.......จะสนับสนุน......ไม่ว่าเรื่องอะไร จะคอยช่วยคุณทั้งสองกับเพื่อนๆของคุณเสมอ.....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      ทางกลับบ้านเดิมๆ แต่มีนอกลู่นอกทางเข้าร้านนั้นร้านนี้ดูของไปเรื่อยบ้าง
ไซกะที่อดทนไม่ทำเรื่องรุนแรงที่มักจะทำเป็นปกติมาตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งแรก กำลังหาหนทางในการระงับมันอยู่ ไม่ให้ทำอะไรรุนแรงมากไปกว่านี้ ตอนนี้ควรจะอดทน รอให้ถึงจุดสูงสุดค่อยให้มันออกมา
การเที่ยวเตร่หลังกลับบ้านแม้ไม่ได้ช่วยซะหมดแต่ก็พอทำให้ลืมอะไรไม่ดีไปบ้าง
  
      ไซกะเดินเข้าร้านหนังสือประจำเพื่อดูว่ามีอะไรออกใหม่บ้าง

                     อ่านอะไรเพลินๆซักหน่อยคงจะดี

หมวดหนังสือการ์ตูนตอนนี้มีคนอยู่ไม่มาก เด็กสาวค่อยๆดูทีละเล่มๆอย่างไม่รีบร้อน จนสายตาหันไปเจอเล่มที่ต้องการ เอื้อมมือไปหยิบช้าๆ แต่แทนที่จะหยิบหนังสือมาเล่มเดียว กลับมามือของชายหนุ่มคนหนึ่งหยิบเล่มเดียวกับเธออยู่ด้วย
พอลองหันไปดูช้าๆ คิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ มือที่จับอยู่ปล่อยลงทันที
"ไซกะจังนี่หน่า...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
นาจิยิ้มออกมาเหมือนอย่างเคย เขามองหนังสือในมือและหันไปมองไซกะที่ก้มหน้าและสายตามองไปทางอื่น

      หลบตา?

"จะซื้อเรื่องนี้เหรอ? เขาบอกว่าสนุกมากเลยน่ะ อยากมาซื้อบ้าง แต่นี่เล่มสิบแล้วด้วย...สิ..."
เสียงของชายหนุ่มเริ่มจางหายในตอนท้ายเมื่อเห็นไซกะหันหลังเดินไปโดยไม่สนใจหนังสือที่เธอควรจะหยิบ
นาจิขมวดคิ้ว รู้ถึงความผิดปกติของเด็กสาวที่ไม่เจอหน้ากันมานานทันที ต้องมีอะไรแน่นอน เขาคิด


      โชคดีที่หลังจากจ่ายเงินแล้วเดินจากร้าน คนที่ตามยังเดินไปไม่ไกล นาจิกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามให้ทัน มีหลายเรื่องที่เขาอยากถาม
พักหลังไม่ค่อยได้เจอกันเลย  โกรธอะไรเหรอ  แล้วช่วงนี้นานะไม่ค่อยมาหาเลยด้วย  เกิดอะไรขึ้นเหรอ
นาจิรู้ทันทีว่าไซกะมีเรื่องบางอย่างทำให้ไม่อยากเจอกับพวกเขา แต่แล้วมันเรื่องอะไรกัน?

      เขานึกย้อนไปเรื่อยๆ ไล่ลำดับเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นสาเหตุโดยที่ยังไม่หยุดตาม และแล้วเขาก็นึกออก
"ไซกะจัง ยังโกรธเรื่องเมื่อตอนนั้นอยู่เหรอ...เรื่องของฮารุยามะซัง...."
คนได้ยินหรี่ตาลงเล็กน้อย เดาะลิ้นเบาๆและเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนคนตามต้องเร่งเพื่อให้ทัน
"นี่ ยังโกรธอยู่จริงๆเหรอ.....เรื่องมันผ่านมาแล้วนะ เธอไม่ใช่คนผิดด้วย อย่าโกรธเลยนะ กลับมาเล่นกันเถอะ....ไซกะจัง~~ อย่าเดินเร็วสิ มันเหนื่อยน้า~"
นาจิพูดอย่างกับเด็กๆพร้อมทั้งเริ่มก้าวยาวๆให้ทัน เหงื่อไหลตามใบหน้า แต่เขาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ไซกะเองก็เช่นกัน ยังเดินเร็วขึ้นโดยไม่ปริปากพูด
 
 
 
       ไม่ได้โกรธ....ขี้เกียจจะจำแล้วด้วย....

"เอ๋? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ"
นาจิที่หูดีผิดคาดได้ยินเสียงพูดของเด็กสาวเบาๆ แต่เขาฟังไม่ออก ถามย้ำอีกทีเพื่อความแน่ใจ แต่คิดไว้ก่อนแล้วว่าคงไม่ได้คำตอบแน่นอน
"ไม่ได้โกรธ...."
"เหะ?"
ตอนกำลังจะตัดใจ คำพูดก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไซกะชะลอฝีเท้าให้กลับมาเดินปกติ นาจิเดินมาอยู่ข้างๆ ก้มลงมองหน้าคนพูด
แม้จะนิ่งเฉยเหมือนปกติ แต่ดวงตากลับแสดงอารมณ์ออกมา

      ไม่อยากนึกถึง อยากลืม....อย่ามายุ่งกับฉันเลย

"ไซกะจัง...."
นาจิเป็นหนึ่งในคนที่อ่านคนออกเพียงแค่มองตา เขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เด็กสาวคนนี้กำลังรู้สึกไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความรู้สึกที่แม้แต่เขาเองก็บอกไม่ถูก
 
 
      แต่แล้วฝีเท้าของไซกะก็หยุดลง แม้จะสงสัยแต่เขาเองก็หยุดเช่นกัน
เด็กสาวข้างๆไม่ขยับ ไม่พูด เพียงแค่มองไปข้างหน้า เมื่อมองตามไป เห็นกลุ่มหญิงสาวสามคนในเครื่องแบบเดียวกันกับไซกะ

                เพื่อนเหรอ?

ข้างหน้าของเด็กคนหนึ่งคือชายหนุ่มตัวสูงกว่าสามคนนั้น อยู่ในเครื่องแบบของโรงเรียนชื่อดัง เป็นชายหนุ่มที่หน้าตาค่อนข้างจะดี นาจิมองสี่คนตรงหน้าสลับกับไซกะ
หรือว่า....
"แฟนเหรอ?"
ไซกะเดาะลิ้น คว้าคอเสื้อของนาจิ ดึงให้มาหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของอาคาร ก่อนยื่นหน้าออกมาดูพฤติกรรมของทั้งสี่คน
นาจิด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขามองสลับกันไปมาอีกครั้ง แก้มขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อย
"ไม่คิดเลยนะว่าไซกะจังจะมีแฟนกับเขาด้วย แต่ว่าการแอบดูพฤติกรรมของแฟนแบบนี้มันไม่ถูกนะ มีอะไรควรจะถามกันตรงๆ...."
คนฟังกำหมัดแน่นอย่างโมโหและหันไปด่าคนข้างๆด้วยเสียงที่เบาเท่าที่จะทำได้
"หนวกหู! นายน่าจะอยู่เงียบๆไม่ก็กลับบ้านไปซะ!!....นั่นแฟนมิกะต่างหาก"
 
              เคยเห็นหน้าครั้งเดียวก็จริง แต่ก็พอจำได้
 
โมสึมิยื่นโทรศัพท์ให้คนๆนั้นดู พร้อมกับทัตสึบะที่พูดบางอย่าง ระยะห่างที่ค่อนข้างไกลพอสมควรทำให้ไม่ได้ยินบทสนทนา แต่เธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
"อ่ะ มาทางนี้แล้ว"
ไซกะและนาจิรีบหลบหลังมุมของอาคารทันทีเมื่อเห็นพวกโมสึมิเดินมา
ทั้งสามแค่หัวเราะกันและพูดบางอย่างที่ไซกะจับใจความได้ว่า "สมน้ำหน้ายัยนั่น"

                วางแผนอะไรอีกล่ะ

      พอพ้นระยะของพวกนั้นแล้ว ไซกะเดินออกมาจากตึก มองแฟนของมิกะที่ยังยืนนิ่งอยู่ เขาแค่ก้มมองโทรศัพท์ของตัวเองเท่านั้น......
 
 
 
 
 
      เสียงข้อความเข้าดังมาจากโทรศัพท์ของมิกะที่วางไว้บนโต๊ะ ยูนะที่กำลังสอนการบ้านให้พลอยชะงักไปด้วย
เด็กสาวตัวเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูข้อความ

     ดวงตาเบิกกว้าง มือที่ถืออยู่เริ่มสั่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกเจ็บปวดจากข้างในเริ่มแผ่ขยายไปทั่วทั้งร่างกายราวกับยาพิษ
มิกะไม่พูดใดๆออกมา เพียงแค่ความรู้สึกก็บ่งบอกถึงทุกอย่างที่เธอกำลังเผชิญอยู่แล้ว
ยูนะมองท่าทีของเพื่อนเปลี่ยนไปตัดสินใจที่จะเงยหน้าขึ้นดูข้อความนั้น
ข้อความไม่กี่คำทำให้เธอต้องอุทานออกมาเบาๆ  เอื้อมมือไปจับมือที่เย็นเฉียบของเพื่อนข้างๆ บีบน้อยเป็นการปลอบขวัญ
หัวใจของยูนะที่แม้จะไม่ได้ผูกพันกับเจ้าของข้อความนี้ แต่มันกลับบีบรัดจนเธอเองพลอยเจ็บไปด้วย ความรู้สึกของมิกะส่งมาถึงเธอเพียงแค่ฝ่ามือที่สัมผัสกันอยู่
"ทำไม...."
 
 
     ขณะเดียวกัน ไซกะและนาจิยังคงยืนดูท่าทีที่เริ่มเปลี่ยนไปของชายหนุ่มคนนั้น
เขาพับโทรศัพท์ ถือไว้แนบอก เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าดูแน่วแน่ แต่ทว่าก็ดูเจ็บปวดเช่นกัน






      ข้อความเพียงไม่กี่คำที่ทำให้หัวใจน้อยๆของมิกะที่อ่อนแอในตอนนี้ต้องพังสลายไป
และเป็นข้อความที่แม้แต่คนพิมพ์เองยังเจ็บปวดไปด้วย......
 
 
                        ขอโทษนะ...มิกะ....ฉันเชื่อใจเธอ

                        แต่ว่า....





                     "เราเลิกกันเถอะ"
 
 

Transition -7-

posted on 09 Mar 2013 01:25 by himawari-sos-dan in Novel
Transition
 
 
 
 
-7-
 






      กำหนดการของวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะหิมะที่ตกลงมาเมื่อสองวันก่อน ทำให้ในสถานที่ในการจัดรายการจากสวนสาธารณะต้องเปลี่ยนไป และเดิมทีก็เป็นความต้องการของพวกนาจิอยู่แล้ว
ถึงจะเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันไปสักหน่อย ก็ไม่ได้กระทบต่อการทำงานมากนัก ทันทีที่รู้ว่าสถานที่เป้าหมายแรกใช้ไม่ได้ เจ้าของร้านกาแฟที่ผู้กำกับรู้จักจึงบอกให้ผู้กำกับใช้ร้านของเขาได้
นับว่าเป็นวิธีการที่ฉลาด เจ้าของร้านถือโอกาสนี้ใช้โฆษณาร้านของตนไปด้วยและให้สถานที่ถ่ายทำ ถือว่าได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย


      ร้านกาแฟขนาดใหญ่และค่อนข้างมีชื่อเสียง ภายในค่อนข้างกว้าง สามารถรองรับคนได้หลายคน การตกแต่งเป็นไปตามรสนิยมของเจ้าของร้านที่ชื่นชอบความทันสมัย โคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ และรูปภาพประดับฝาผนัง
ก็เป็นของสมัยใหม่ ถึงอย่างนั้นบางอย่างก็มีความคลาสสิคหรือความเก่าแก่ผสมอยู่ด้วย อย่างที่นั่งทางด้านในที่ติดกับเคาท์เตอร์ เป็นไม้ทั้งหมด แต่ทางด้านนอก กลับเป็นแนวสมัยใหม่
เพลงที่บรรเลงคลอเบาๆในร้านก็เป็นเพลงบรรเลงคลาสสิค บางอย่างอาจดูไม่เข้ากัน แต่นั่นก็ดึงดูดให้คนเข้าร้านเขาทั้งเพื่อชื่นชมกับบรรยากาศแปลกใหม่และรสชาติของอาหาร


      ไซกะนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ในร้านขณะรอคนที่ตนเองเรียกว่า 'เพื่อนสนิท' แต่ตอนนี้อยากจะเลิกคบเต็มที
     ยูนะถอนหายใจหลังจากได้ยินเสียงเดาะลิ้นของคนข้างๆเป็นครั้งที่สิบได้ แต่เธอก็เข้าใจอาการของเพื่อนในตอนนี้
เมื่อคืนก่อน นานะโทรหาไซกะและบอกว่ามีเรื่องที่พูดออกทางโทรศัพท์ไม่ให้ อยากนัดเจอ ตอนนั้นยูนะรู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร
หลังจากวันที่คาเฟ่หน้าอาโอบะ ยูนะขอให้เธอปิดเป็นความลับกับไซกะจนกว่าจะถึงวันจริง แน่นอนว่าทุกคนคิดว่า ไซกะไม่ยอมแน่ถ้ารู้เข้าว่าจะนัดไปที่ไหนและทำอะไร จึงต้องปิดไว้ และใช้วิธีการของนานะแทน
 

      ผลของการหลอกก็คืออารมณ์ของไซกะที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อนั่นเอง เด็กสาวแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาจนคนรอบข้างต่างมองอย่างหวาดๆ รวมถึงทาเครุที่นั่งตรงข้ามด้วย
ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ไหลออกมาทั้งๆที่อากาศภายในร้านไม่ร้อนซักนิด แต่เขากลับรู้สึกถึงไอความร้อนและความเย็นที่แผ่ออกมาจากคนข้างหน้าจนทั้งสั่นและเหงื่อออกพร้อมกัน
 

     ภายในร้านเริ่มคึกคักขึ้นมาบ้างแล้ว ทีมงานเตรียมสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหลายเรียบร้อย ดาราหนุ่มและสาวคู่หนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นพิธีกร เดินมาจากหลังร้านที่ตอนนี้กลายเป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว
ไซกะหันไปมองพร้อมกับทาเครุและยูนะ ดูท่าอีกไม่กี่นานคงจะได้เริ่มการถ่ายทำแล้ว
"ขอโทษที่มาช้า"
ในที่สุด คนที่รอคอยทั้งสองคนก็มาถึง ทาเครุหันไปมองพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย
"กว่าจะมาได้นะ นัดเองแท้ๆ"
ยูนะพูดพร้อมกับทำหน้าบึ้งเล็กน้อย ขยับตัวชิดกับไซกะ เว้นที่ไว้ให้มิกะ ส่วนนานะนั่งติดกับทาเครุ
"เอาน่า แต่ก็ทันไม่ใช่เหรอ"
คนนัดยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อหันไปเจอสายตาอาฆาตของเพื่อนสาว
ไซกะส่งสายตาที่สามารถฆ่าคนได้ไปให้โดยไม่ปริปาก นานะต้องรีบเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อย่างอื่น หลีกเลี่ยงสายตาอาฆาตนั้น
"อ๊า! อากาศหนาวพร้อมกับหิมะตกแบบนี้ จะดื่มน้ำเย็นไม่ได้นะ ไซกะ"
แก้วชาเย็นที่วางอยู่ข้างๆไซกะกลายเป็นเป้าหนีของนานะไปทันที จริงอยู่ที่อากาศหนาวและหิมะตก แต่ถึงอย่างนั้นสาวผู้เย็นชาเสมอก็ไม่สะทกสะท้านเมื่อต้องดื่มเครื่องดื่มที่ใส่น้ำแข็ง
ไม่ใช่นานะ พนักงานของร้านเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเด็กสาวเอ่ยปากสั่งชาเย็น
"........"
ไซกะยังคงเงียบ ส่วนนานะได้แต่เกาแก้มพลางหัวเราะ แหะๆ โดยไม่มีคำขอโทษแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้สาวผู้เย็นชาโกรธมากขึ้น
ความเงียบปกคลุมไปทั้งโต๊ะ ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกผิดกันหมด อย่างน้อยก็ยกเว้นนานะที่ทำไปเพื่อความสนุก แต่ทั้งยูนะ มิกะ และทาเครุ แม้จะไม่ใช่คนทำตามแผนทั้งหมด แต่ก็รู้สึกผิดที่ไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
นานะรู้เรื่องนี้ดีว่าทุกคนคิดอย่างไร แต่เธอเองก็ได้แต่เถียงอยู่ในใจ 'ก็ถ้าบอกไปตรงๆก็ไม่ยอมมาไม่ใช่รึไง'
 
 
 
      "จะเริ่มถ่ายแล้วนะครับ!"
ตากล้องผู้ทำลายความเงียบของพวกนานะตะโกนบอกพิธีกรชายหญิง ทั้งสองพยักหน้า ปัดเสื้อผ้าและจัดให้เข้าที่ หยิบบทที่เตรียมไว้ให้บนโต๊ะ ยืนหันหน้าไปทางกล้องและยิ้มให้อย่างมืออาชีพ
เสียงนับถอยหลังเริ่มขึ้น การถ่ายเริ่มขึ้นแล้ว
สิ้นเสียงตากล้อง เสียงร้องของสาวๆในร้านที่ทั้งยืนและทั้งที่นั่งอยู่ก็ดังขึ้นอัติโนมัติและพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา แม้แต่มิกะและนานะที่นั่งอยู่ก็ร่วมด้วยเช่นกัน
"เริ่มแล้วนะครับ"
ทาเครุยิ้มน้อยๆและหันไปหาไซกะ เด็กสาวย่อตัวลงก้มดูดหลอดจากแก้วโดยไม่มองไปที่จุดความสนใจของทุกคน ยกสองมือขึ้นเท้าคาง หันหน้าเข้าหากระจกของร้าน มองออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย
 

      ความโกรธในจิตใจเริ่มหายไปเมื่อมองดูหิมะสีขาวที่อยู่บนพื้นถนนและตามอาคารบ้านเรือน ผู้คนเดินสัญจรไปมา บ้างหันมามองข้างในร้านแล้วเดินจากไป บ้างเดินผ่านโดยไม่สนใจ
ถึงจะเป็นวันที่หิมะตก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นวันคริสต์มาส ทั้งสายไฟและสายรุ้ง ต้นคริสต์มาส เสียงเพลง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันนี้ และจะมีไปตลอดจนหมดช่วงปีใหม่หรือต้นเดือนมกราคม
      เมื่อคิดได้ว่าวันแบบนี้ควรจะมีความสุขและสนุกไปกับมัน ไซกะก็เผยยิ้มน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง...








      ประตูที่เชื่อมทางไปสู่ข้างหลังร้าน ห้องแต่งตัวและเตรียมตัวชั่วคราวของกองถ่ายรายการบันเทิง นาจิที่ยืนชะโงกหน้าออกมาดู แม้เพียงน้อยนิดผ่านช่องว่างของประตูเพื่อไม่ให้กลุ่มคนดูเห็นพวกเขา
แต่ก็ทำให้เขาสามารถเห็นทางหน้าร้านได้
"คนเยอะจังแฮะ"
เขาพูด แต่ยังคงกวาดสายตาไปทั่วๆเท่าที่ทำได้ ตอนนี้พิธีกรทั้งคู่กำลังสัมภาษณ์เจ้าของร้านกาแฟที่เอื้อสถานที่ถ่ายทำอยู่ และเหลือเวลาอีกประมาณสิบห้านาทีจะถึงตาของพวกเขาหรือแขกรับเชิญ
และในที่สุด สายตาก็หยุดไปที่เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่เป็นเป้าหมายของเขานั่นเอง
"พวกนานะจังมาด้วย ดีแล้วที่ชวนมา"
นาจิพูดและยิ้มให้กับตัวเอง
"ชวนเองแท้ๆ เขาก็มาสิครับ แฟนคลับคุณขนาดนั้น"
ชิกิยืนอยู่ข้างหลังนักร้องนำของวง พูดด้วยเสียงเรียบๆ ไม่สนใจกับอาการตื่นเต้นนิดหน่อยของนาจิ
นักร้องนำหันมาทำหน้ามุ่ยในเพื่อนพลางบ่นไปด้วยเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะให้ชิกิได้ยิน "ก็เพราะชวนแล้วมาถึงได้ดีใจไงเล่า"
"อีกห้านาทีจะถึงคิวของเราแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะครับ"
ชิกิทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปที่ห้องเตรียมตัว ทิ้งให้นาจิยืนทำหน้าบึ้งเป็นเด็กๆไว้

      ในบรรดาสมาชิกทั้งหมดของออซ(ไม่รวมสึบาสะ) ชิกิถือว่าเป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่องมากที่สุด ทั้งเรื่องงาน เรียน และอื่นๆ เมื่อทำงาน เขาจะกลายเป็นเหมือนบอสใหญ่แทนมิวะที่เป็นหัวหน้าวง
บางครั้งที่มิวะและนาจิทำงานอย่างไม่จริงจัง ชิกิก็จะเป็นคนที่คอยเตือนเสมอ แต่โดยปกติแล้วจะด่าซะมากกว่า







      "ต่อไป ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย...แขกรับเชิญของเรานั่นเอง!!"
พิธีกรชายพูดจบ เสียงกรี๊ดของสาวๆยิ่งดังสนั่น บ่งบอกว่านี่เป็นเป้าหมายของพวกเธอที่มาในวันนี้อยู่ที่แขกรับเชิญนั่นเอง
"งั้นก็พบกับพวกเขาได้เลย ฮารุยามะ ริน และ คิราฮาระ อายาเนะ!!"
เศษเสี้ยวของผู้ชมที่เป็นผู้ชายช่วยกันส่งเสียงให้กับสองดาราสาว แต่ไม่ได้มีแค่ผู้ชายอย่างเดียว ผู้หญิงบางกลุ่มที่ชื่นชอบก็ยังมีอยู่เช่นกัน
แต่บางกลุ่มกลับทำหน้าราวกับว่าเห็นของน่ารังเกียจเมื่อ ฮารุยามะ ริน เดินออกมา
 

      ฮารุยามะ ริน เป็นนางแบบสาวและนักแสดง เธอเป็นคนสวยแบบที่ชายหนุ่มต้องการ ผิวขาวเนียน แก้มและริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมลึกน่าหลงใหล ผมสีเหลืองอ่อนดัดเป็นลอน
รูปร่างภายนอกสมเป็นนางแบบ หน้าอกไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เอวคอด สะโพกผาย แขนและขาเรียวเล็ก ชุดเดรสสชมพูอ่อนที่เธอใส่อยู่ยิ่งเสริมความน่ารักให้กับตัวของนางแบบคนนี้
"ยี๋ ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจ!!"
"ไปไกลๆไป๊ ชิ่ว!!"
หนึ่งในเสียงตอบรับของริน และนั่นทำให้ไซกะต้องหันหน้าจากภายนอกกลับมาดูที่คนถูกว่า ครั้งแรกที่เห็นเธอยอมรับว่า รินเป็นผู้หญิงที่สวยมากจริงๆ แต่เป็นความสวยที่แตกต่างจากอายาเนะ
 
 
 
 
      คิราฮาระ อายาเนะ ไม่ใช่นางแบบ เธอเป็นนักร้องขวัญใจวัยรุ่นคนหนึ่งที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นเหมือนพวกไซกะ แต่ความน่ารักของอายาเนะเป็นความน่ารักเหมือนสาววัยรุ่นทั่วไป
ผิวขาวธรรมชาติ ใบหน้าถูกแต่งแบบอ่อนๆ ปลายผมยาวสีดำดัดเป็นลอน แต่มันถูกปล่อยตามธรรมชาติ ไม่มีการตกแต่งใดๆ แม้แต่ชุดที่ใส่ อายาเนะใส่เสื้อมีฮู้ดสีขาวแขนยาวและมีเสื้อคลุมแขนสั้นอีกชั้นสีฟ้าและกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน
เหมือนชุดออกไปข้างนอกธรรมดา เรียกได้ว่า รูปแบบของอายาเนะคือ ความเป็นธรรมชาติ  และนั่นเป็นสิ่งที่ไซกะเห็นแตกต่างจากริน
"มีคนไม่ชอบรินอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"
นานะว่า สายตายังจับจ้องอยู่ที่สองดาราสาว แต่คำพูดของพิธีกรต่อมาทำให้เธอต้องเปลี่ยนเป้าสายตา
"และสุดท้าย คนที่สาวๆรอคอยมากที่สุด ออซ!!!!"
หนุ่มๆที่ถูกเรียกเดินออกมา เรียงจาก นาจิ นักร้องนำ นัตสึโนะ มือเบส ชิกิ มือคีย์บอร์ด และมิวะ มือกลองและหัวหน้าวง
เสียงกรี๊ดดังสลั่นลั่นร้าน จนไซกะต้องเลื่อนสองมือที่เท้าคางอยู่ขึ้นไปปิดหู จนกระทั่งเสียงค่อยๆเงียบไป
"มาแล้วๆๆๆ"
"มิวะคุงงงงง"
"อร๊าง~"
นั่นคือ ยูนะ มิกะ และนานะ ตามลำดับ ไซกะผละออกจากหลอด มองไปยังกลุ่มเป้าหมายของเสียงกรี๊ดเมื่อครู่ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันกลับไปมองข้างนอกอีกครั้ง
ส่วนทาเครุมีอยู่เพียงคนเดียวที่ทำให้เขาจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
 
 
      พิธีกรทั้งสองหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อกลุ่มชายหนุ่มเดินมานั่ง พวกเขานั่งกันอยู่เป็นครึ่งวงกลม เยื้องกับโต๊ะของพวกนานะ แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย นาจิหันมาทางพวกนานะ แล้วโบกมือเป็นเชิงทักทาย
ทำให้สาวๆที่อยู่ในบริเวณกรีดร้องกันยกใหญ่
"นาจิคุงงงงงงงงง!!!!"
นานะที่เทบจะละลายอยู่แล้วร้องออกมาอย่างลืมตัว หน้าร้อนฉ่าและแดงก่ำ มิกะกับยูนะเองก็ไม่ต่างกับนานะ แม้จะไม่ได้คลั่งที่ตัวนาจิ แต่ถ้ามีคนหน้าตาดีโบกมือมาให้ในบริเวณที่อยู่ มันย่อมต้องดีใจอยู่แล้ว
และดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้าง หรือเพราะความเป็นส่วนตัวของทาเครุกับทุกคนในออซก็ไม่รู้ได้ นัทซึโนะและมิวะ หันมาทางพวกเธอ ยิ้มและโบกมือให้เช่นกัน
"มองมาทางนี้ด้วยล่ะ!!"
"จ..จริงด้วย"
คราวนี้ไม่ใช่แค่มิกะและยูนะที่กำลังจะละลายไปตามนานะ สาวๆคนอื่นๆที่ทนรับออร่าไม่ไหวต่างพากันล้มพับไปตามๆกัน
"งี่เง่า"
ไซกะขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาเบาๆ เธอเป็นคนเดียวในโต๊ะ หรือจะเรียกว่าในบรรดาสาวๆก็ได้ที่ไม่สะทกสะท้าน
 
 
 
      กลับไปที่เหล่าคนหน้าตาดี อายาเนะหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะแซวหนุ่มๆ
"โปรยสเน่ห์มากมันไม่ดีนะคะ"
คำหยอกล้อของเธอเรียกเสียงหัวเราะของทุกๆคนในร้านได้ ออซทุกคนที่โดนหยอกจึงหันไปเถียงกับนักร้องสาวเป็นการเรียกสีสัน



    "ต่อไปคือช่วงตอบคำถามของเหล่านักแสดงนะครับโดยที่ผมกับคุณอายะจะอ่านคำถาม แล้วทุกคนต้องตอบคำถามนั้น และจะมีคำถามจากเหล่าแฟนๆอีกนิดหน่อย เตรียมตัวกันรึยังครับ"
พิธีกรชายผู้อารมณ์ดีอธิบายพร้อมกับยิ้มอย่างสนุกสนาน จนถึงตอนนี้ไซกะพึ่งรู้ว่าพิธีกรสาวชื่อ อายะ
 
 
      สามสาวได้ยินอย่างนั้น จึงรีบลุก และวิ่งไปให้อยู่ใกล้เวทีชั่วคราวมากที่สุด แต่ละคนมีกล้องในมือเป็นของตนเอง นานะเป็นคนอัดวีดีโอ มิกะและยูนะเป็นฝ่ายถ่ายภาพนิ่ง
ทั้งสามต้องแหวกฝูงชนที่มารุมกันอยู่ข้างหน้าเพื่อให้ได้เข้าใกล้มากที่สุด ต่างพากันนึกเสียดายที่ไม่มาอยู่รอก่อน สุดท้ายถึงจะไม่ได้เห็นภาพชัดๆ แต่ก็นับว่าดีที่กล้องในปัจจุบันมีคุณที่ดีเยี่ยม แม้ว่าจะซูมใกล้ขนาดไหนก็ยังเห็นได้ชัดเจน
นั่นจึงไม่ค่อยเป็นปัญหาของพวกเธอ คนอื่นๆต่างพากันขยับเข้าใกล้ ชูมือขึ้นถ่ายรูปเช่นกัน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ตอนนี้คงเหมือนสนามรบขนาดย่อมที่มีรูปถ่ายของคนดังเป็นรางวัล
"เดี๋ยวจบเขาก็ให้ถ่ายน่า"
ไซกะคิดอย่างเหนื่อยอ่อน เธอกับทาเครุนั่งกันอยู่สองคน ปล่อยให้เหล่าแฟนๆทำหน้าที่ของพวกเขาไป ระยะห่างจากโต๊ะของพวกเธอกับเวทีชั่วคราวนั้นห่างกันไม่มาก และเสียงจากไมค์โครโฟนนั้นก็ดังพอจะให้ได้ยินกันทั่ว
หากไม่ติดว่าบางคนอย่างเช่นนานะอยากจะถ่ายเก็บไว้ดูส่วนตัวแบบคมชัดกว่าในโทรทัศน์ ทุกคนคงจะนั่งหรือยืนฟังกันได้สบาย
แต่หากมันเป็นความชอบ การเบียดกับผู้คน ต่อสู้เพื่อให้ได้มันมาก็ไม่มีปัญหา
 
 

      "เริ่มที่ข้อแรกเลยนะคะ คำถามแรกคือ ทุกคนมีสัตว์เลี้ยงกันไหม แล้วชอบสัตว์อะไรบ้าง เริ่มจากมิวะคุงเลยค่ะ"
"นั่นสินะ...ที่บ้านผมไม่เลี้ยงอะไรหรอกครับ แต่ผมชอบแมวนะ ตอนร้องเหมียวๆน่ารักดี"
มิวะส่งเสียงร้องเหมือนแมวไปด้วย เรียกเสียงกรีดร้องจากแฟนๆของเขาในทันที
"สมเป็นมิวะคุง ต่อไป ชิกิคุง"
"ผมเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่งครับ ชื่อ มิเกะ"
"พันธุ์อะไรหรือครับ?"
"Scottish Fold ครับ"
"โห อย่างนี้มิวะคุงก็ไปเล่นที่บ้านของชิกิคุงบ่อยสินะเนี่ย"
อายะแซวด้วยท่าทางเขินๆ นานะแอบคิดในใจแวบหนึ่งว่า นี่มันวายสินะ นี่มันวายจริงๆสินะ!!
"แล้วนัทซึโนะคุงล่ะคะ"
"เหมือนมิวะครับ ไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย ส่วนชอบ ผมชอบปลากับพวกสัตว์น้ำน่ะครับ"
"สมเป็นนัทซึโนะซัง ต่อไป คนสุดท้ายของออซ นาจิคุง"
"อืม~~ บ้านผมเลี้ยงสุนัขไว้น่ะ ตัวเล็กๆ ซนๆ ชื่อ 'คาร์ล' พันธุ์   Great Pyrenees   "
นานะตาเป็นประกาย บ้านเธอก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน แบบนี้เรียกว่าความชอบที่เหมือนกันสินะ หรือเธอหลงตัวเองเกินไป แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้หัวข้อในการสนทนากับนาจิแล้วอย่างหนึ่ง
 
 
 
      "ฉันเลี้ยงนกแก้วไว้ตัวหนึ่ง ชื่อว่า 'เรย์โกะ' "
อายาเนะผู้ร่างเริงตอบทันทีเมื่อพิธีกรทั้งสองมองมาทางเธอ
"นกแก้วเหรอคะ คงเหมือนมีเพื่อนที่พูดได้ทุกเวลาสินะคะ"
พิธีกรสาวอายะถามพลางหัวเราะเล็กน้อย
"ช่าย~ ตอนมันเช้าๆที่ฉันยังไม่ตื่นนอน เรย์โกะจะชอบพูด 'สวัสดีตอนเช้า~'  เสียงแหลมๆของเรย์โกะทำให้ฉันตื่นทันทีเลยล่ะ ไม่ต้องนาฬิกาปลุกเลย มันปลุกฉันตลอดเลยล่ะค่ะ"
และแน่นอนว่าคำตอบของเธอก็เรียกเสียงหัวเราะจากแฟนๆได้อีกเช่นกัน
ความจริงแล้ว ไซกะพอจะรู้จักอายาเนะมาบ้าง เพราะเธอร้องเพลงประกอบอนิเมหลายเรื่อง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ไซกะรู้จักและแอบชื่นชอบ แต่ไม่ถึงขนาดว่า คลั่งใคล้ เหมือนคนอื่นๆ
นอกจากนี้ยังรู้สึกได้อีกว่า อายาเนะเป็นผู้เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้
มาถึงคนสุดท้ายของคำถามแรก คราวนี้นานะเป็นคนสังเกตุเห็น ว่าผู้หญิงบางกลุ่มสะบัดหน้าหนีไม่มองไปทางหญิงสาวคนนั้นเลย แต่ในขณะที่บางคนยังมองอยู่ เพียงแต่ทำหน้าเหยเก ราวกับเห็นกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ทั้งๆที่สิ่งนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรเลย
"ฉันไม่ได้เลี้ยงหรอกค่ะ ทุกคนในบ้านค่อนข้างยุ่งๆ กลัวว่าจะไม่สามารถดูแลได้หากเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้"
"งั้นหรือครับ น่าเสียดายนะ แล้วรินซังชอบสัตว์แบบไหนหรือครับ"
"นกค่ะ ฉันชอบนก ตรงที่มี 'ปีก' และบินได้"
ชอบเพราะมี 'ปีก' หรือชอบคนที่ชื่อเป็น 'ปีก' กันแน่ ความคิดแรกของออซทุกคนหลังจากได้ยินคำตอบจากริน

 
 
      คำถามข้อที่สอง ถามถึงสีที่ทุกคนชอบ คำถามที่สามถามถึงงานอดิเรก โดยรวมแล้วเป็นเหมือนคำถามความชอบและเรื่องส่วนตัวทั่วไป
ทาเครุที่ไม่กล้าเข้าไปใกล้รีบจดทุกสิ่งที่ได้ยินไว้ในสมุดบันทึกของตัวเองอย่างเร่งรีบ ไซกะที่เห็นเข้ารู้สึกแปลกใจขึ้นมา
"จะจดไปทำไม"
"ผมอยากรู้ทุกเรื่องของเขาน่ะครับ"
"ถามเอาไม่ง่ายกว่ารึไง รู้จักกันเป็นส่วนตัวอยู่แล้วนี่"
ชายหนุ่มหยุดเขียนไปครุ่หนึ่ง ตอบโดบไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
"ผมคงไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวของเขาหรอกครับ...."
สีหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ แต่แววตาหลังกรอบแว่นนั้นฉายแววปวดร้าว
ไซกะอ่านออกในทันทีว่าเขาเจ็บปวดขนาดไหนที่ถึงจะรู้จักกัน แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจ นั่นคือ ทำไม? เพราะทาเครุไม่มีความกล้าถึงไม่สามารถพูดคุยกันได้
เพราะนัทซึโนะอยู่สูงเกินไป หรือเพราะเรื่องอื่น แต่คำตอบนั้นถูกเฉลยมานานแล้ว ทาเครุขอให้เธอสอนให้เขามีความกล้า ขอให้สอนให้เขาเข้มแข็งขึ้น และนั่นคงเป็นคำตอบอยู่แล้วว่าทำไม
"ตอนงานวัดเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นผมได้คุยกับเขา...เยอะที่สุดที่ผมเคยได้รับแล้วล่ะครับ"
 
 
      ทาเครุหลับตาลง ย้อนนึกถึงวันงานเทศกาล หลังจากไซกะหายตัวไป เขาอยู่กับกลุ่มออซ นานะ สึบาสะ และซายะ แต่เขาเป็นเหมือนสิ่งไร้ตัวตนภายในกลุ่ม
นานะคุยกับซายะอย่างสนุกสนาน สึบาสะ นาจิ ชิกิ มิวะ และคนที่เขาชื่นชอบมากที่สุด นัทซึโนะ ทุกคนที่สนิทกันอยู่แล้วจึงเล่นกันได้อย่างสนิทสนม แต่เขาไม่ใช่ เขาเป็นแค่คนรู้จักของสึบาสะ ที่บังเอิญได้รู้จักกับคนอื่นๆเท่านั้น
ตอนนี้ไซกะไม่ได้อยู่กับเขา คนที่เคยคิดว่าจะมอบความกล้าให้เขาได้ คนที่คิดว่าจะอยู่เคียงข้างเขาได้ทุกเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มองไม่เห็นตัวตนของเขาอีกคน
และตอนนั้นเอง ที่นัทซึโนะเดินมาอยู่ข้างๆ และยิ้มให้เหมือนทุกที ทาเครุสะดุ้งอย่างเห็นได้ชัด ค่อยๆหันไปมองช้าๆ
"คนเยอะจังเลยเนอะ"
ชายหนุ่มพูดขึ้น
"น...นั่นสินะครับ"
"ครั้งแรกสินะที่เราได้มาเที่ยวด้วยกัน"
"นั่นสินะครับ!"
เพราะความตื่นเต้นนั้นทำให้ทาเครุไม่สามารถควบคุมระดับเสียงของตนเองได้ ทั้งสั่น ทั้งเสียงดังกว่าทุกที และทั้งท่าทางที่ตื่นเต้นจนมองเห็นได้ชัด
นัทซึโนะยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะออกมาจนคนข้างๆตกใจอีกครั้ง
เราพูดอะไรผิดเหรอ เราทำอะไรผิดรึเปล่านะ ซากาโมโต้ซังหัวเราะเยาะเรารึเปล่า ความคิดของทาเครุหลั่งใหลออกมาพร้อมกัน พยายามหาสาเหตุของการกระทำของคนที่ตนแอบชอบ
คนที่หัวเราะอยู่รู้สึกถึงสายตาที่หม่นหมองลงของทาเครุ จึงหยุดและอธิบาย
"ขอโทษนะ เห็นเธอดูตื่นเต้นแล้วอดขำไม่ได้ ไม่ต้องตื่นเต้นตอนอยู่กับฉันก็ได้นะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่ สนิทกันไว้ดีกว่า"
ราวกับแสงสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าของทาเครุ รอยยิ้มของนัทซึโนะทำให้หัวใจของเขาพองโต ความรู้สึกชอบที่มีให้นั้นเข้มข้นกว่าเดิม หัวใจของที่พองโตนั้นกำลังบอกว่าชอบคนๆนี้จริงๆ
เขาอยากจะปกป้องรอยยิ้มดั่งแสงสว่างนั้นของนัทซึโนะให้ได้....
   

      ไซกะนั่งมองชายร่างเล็กที่เล่าความทรงจำดีๆของเขาให้ฟังด้วยรอยยิ้ม น่าแปลกที่เธอกลับเข้าใจความรู้สึกของเขา ดวงตาของทาเครุส่องประกายเมื่อพูดถึงคนๆนั้น นายคงชอบมากจริงๆสินะ เด็กสาวคิด
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมนายถึงไว้ใจให้ฉันกับนานะช่วยนายให้แข็งแกร่งขึ้น? ทั้งๆที่ถ้านายเป็นแบบนี้ฉันคิดว่าซากาโมโต้ นัทซึโนะก็ชอบนายได้อยู่ดี"
ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง แค่เป็นตัวของเขาแบบตอนนี้ แค่นี้เขาก็สามารถอยู่กับคนที่เขารักได้
ทาเครุเงียบไปซักพักก่อนค่อยๆเงยหน้ามองออกไปข้างนอกโดยยังไร้คำตอบ เนิ่นนานที่เขามองหิมะสีขาวภายนอกจนไซกะคิดว่าคงจะไม่ได้คำตอบแล้ว ขณะกำลังตัดใจ เขาก็พูดออกมา
"ถ้าผมแข็งแกร่งขึ้น ผมจะสามารถปกป้องรอยยิ้มนั้นได้ ปกป้องเขาจากคนๆนั้น ปกป้องเขาจากอันตรายทุกอย่าง...."
เขาเงียบไปอีกแล้วพูดต่อ
"ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก ชายคนนั้น คนที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นกับซากาโมโต้ซัง...."
มือข้างหนึ่งที่ถือปากกาอยู่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือด ไซกะที่มองอยู่ตลอดตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไป แววตาแข็งกร้าวและดุดัน

 
หือ? จะเปลี่ยนก็คงจะทำได้นี่หน่า

 
แต่จู่ๆ ไซกะกลับนึกถึงสิ่งที่ชายคนหนึ่งบอกไว้เมื่อนานมาแล้ว [ถ้ายุ่งกับมิยาฮาระคุงมากเกินไป ระวังจะลำบากเอานะครับ] เมื่อนึกขึ้นได้ มือข้างที่เคยโดนสัมผัสเริ่มร้อนผ่าว
หรือบางที นั่นอาจจะเกี่ยวข้องกับ 'เรื่องแบบนั้น' ที่ทาเครุพูดถึง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น คำพูดควรจะเป็น ถ้ายุ่งกับซากาโมโต้ ไม่ใช่ มิยาฮาระ และคนที่ควรจะบอกไม่น่าจะเป็นเธอที่เป็นคนนอก ต้องบอกทาเครุถึงจะถูก
ที่สำคัญกว่านั้น ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร แม้จะจำใบหน้าไม่ได้แล้ว แต่น้ำเสียง ท่าทางการพูดและคำพูดนั้นยังฝังอยู่ในหัว เขาเป็นคนรู้จักของทาเครุหรือ? แล้วเขารู้ได้อย่างไรเรื่องที่พวกเธอรู้จักกัน
การพูดออกมาแบบนั้นได้แสดงว่าเขาต้องเห็นอะไรมามากพอสมควร
"ฮึ๊ย..."
ความคิดที่น่าปวดหัวทำให้ไซกะขมวดคิ้วอย่างนึกโมโห ทาเครุที่กลับมาโหมดเดิมมองอย่างตกใจ มือที่เคยกำแน่นคลายออกและยื่นออกไปหาเด็กสาวอย่างเป็นห่วง
"ขอโทษครับ ผมพูดเรื่องของตัวเองมากไปหน่อย"
ไซกะยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม "ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันถามนายเอง นายพูดมานั่นแหล่ะถูกแล้ว"
"ก็ใช่... แต่จู่ๆคุณก็ดูโมโหขึ้นมา..."
ไม่ทันที่ชายหนุ่มร่างเล็กจะพูดจบ เสียงของพิธีกรก็เรียกความสนใจของทั้งสองให้หันไปมองอีกครั้ง
"คำถามที่สี่ ลักษณะคนที่ชอบ....สาวๆหนุ่มๆคงชอบคำถามนี้กันนะคะ"
"งั้นให้สาวๆตอบก่อนเลย รินซังครับ"
รินผู้อ่อนหวานเอียงคอเล็กน้อย ใช้นิ้วมือข้างหนึ่งแตะที่แก้มเป็นเชิงใช้ความคิด ท่าทางน่ารักๆนี้คงทำให้สาวๆบางส่วนหมั่นไส้เอาได้ แต่ส่วนใหญ่ที่คิดอย่างนั้นคือกลุ่มที่ไม่ชอบในตัวของนางแบบคนนี้อยู่แล้ว
"คนที่เย็นชาหน่อยๆ แต่จริงๆแล้วใจดี เก่งหลายๆด้าน อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยล่ะมั้งคะ"
เธอเผยยิ้มอ่อนหวานออกมา หนุ่มๆโห่ร้องทันที ไม่แน่ใจว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ ขณะเดียวกันคำตอบนั้นทำให้ไซกะอดขำไม่ได้
 
 
 
 
 
       "เย็นชาหน่อยๆแต่ใจดี อยู่ด้วยแล้วปลอดภัยเรอะ จะไปมีคนแบบนั้นอยู่ได้ยังไงกัน ตลกชะมัด"
เด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย ทาเครุเองก็พึ่งจะเคยเห็นเธอหัวเราะครั้งแรกจึงอดที่จะยิ้มไม่ได้
"ผมคิดว่าเขาหมายถึงอิชิดะซังนะครับ...ทุกคนเองก็รู้ดีว่าเธอชอบอิชิดะซัง..."
"อิชิดะ? อ๋อ คนเงียบๆที่อยู่กับคิตามิซาวะ นาจิ สินะ..."
เอนตัวพิงพนักพิงก่อนถอนหายใจ ชื่อนั้นอยู่ในหัวก็จริง เพียงแต่เธอจำใบหน้าเขาไม่ได้ซะแล้ว ไซกะจึงได้แต่มองทาเครุที่เริ่มตั้งใจฟังบทสัมภาษณ์พร้อมกับการตั้งท่าเตรียมจดสิ่งที่ได้ยินลงไปอีกครั้ง
 
 
     มือของใครบางคนแตะเข้าที่บ่าของเด็กสาวเบาๆ คนโดนแตะหันไปมองช้าๆ คิ้วขมวดหากันด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหน้าตาจัดว่าดีแต่เธอกลับไม่รู้จัก อย่างน้อยก็มีความรู้สึกคุ้นๆอยู่บ้างเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองทาเครุที่กำลังจดจ่ออยู่ที่กระดาษ จากนั้นปล่อยมือที่วางบนบ่าของไซกะออก
"ใคร?"
ทาเครุได้ยินเสียงไซกะ ด้วยความสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นมอง
"อิชิดะซัง? มาด้วยเหรอครับ?"
"เอ๋?"
ไซกะหันไปมองทาเครุทีหนึ่ง ก่อนหันกลับไปมอง อิชิดะ สึบาสะ ที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ตอนนี้เขาเดินมานั่งอยู่ข้างๆเธอซะแล้ว
"จบช่วงสัมภาษณ์ก็เป็นช่วงสุดท้ายของพวกนั้นแล้ว ฉันเลยออกมาก่อน"
สึบาสะตอบคำถามของทาเครุ และหันไปมองไซกะที่นั่งชิดกระจกมากขึ้นจนราวกับจะทะลุออกไป สายตาของเด็กสาวกำลังพิจารณาชายหนุ่มที่มาใหม่ ก่อนจะค่อยๆจำได้ทีละนิดว่าเคยเจอมาก่อน ถึงแม้จะผ่านไปนานมากแล้วก็ตามที
"....."
พอนึกได้แบบนั้น เด็กสาวก็ค่อยๆโล่งใจทีละนิด อ้าปากเตรียมจะต่อว่าที่มาโดนตัวเมื่อสักครู่ แต่จู่ๆคำพูดก็ถูกกลืนลงคอไป ไซกะหันหน้าไปมองภายนอกกระจกอีกครั้ง
และตอนนั้นเองที่สึบาสะเปลี่ยนความสนใจในตัวของเด็กสาวไปที่ทาเครุทันที
"พวกคาวามิยะล่ะ?"
"เอ่อ...ไปแถวๆหน้าเวทีน่ะครับ"
"นายไม่ไปด้วยรึ...สนใจอยู่นี่"
สึบาสะชี้ไปที่สมุดในมือของทาเครุ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ นั่งอยู่ตรงนี้ผมก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจนเหมือนกัน!!"
ทาเครุโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธไปมาอย่างแรง ใบหน้าแดงเล็กน้อย สึบาสะมองออกทันทีว่าเขาคงเขินอายเกินไปจึงไม่ถามอะไรต่อ
 
 
 
      พิธีกรเริ่มเปลี่ยนคำถามไปอีกครั้ง แต่การถามในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในหัวของไซกะเลย เธอเพ่งมองออกไปข้างนอกด้วยความไร้อารมณ์อีกเช่นเคย ความคิดหยุดนิ่งและไร้การรับรู้ใดๆ
ทาเครุก็ยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ส่วนสึบาสะแค่นั่งอ่านหนังสือเล่มเล็กๆในมือโดยไมสนใจเสียงภายนอก
ทางพวกนานะก็ยังสนุกกับการบันทึกสิ่งที่ชอบอยู่อย่างมาความสุข ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปในทางที่นิ่งสงบแต่ในขณะเดียวกัน...สิ่งที่จะทำให้ความสงบนี้สั่นไหวกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว    










      "เฮ้อ สนุกจังเลย"
นานะเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยใบหน้าชื่นมื่นที่เต็มไปด้วยความสุข สองมือโอบกอดกล้องวิดีโอของตนอย่างรักใคร่ ในนั้นคงเต็มไปด้วยภาพความทรงจำที่สวยงามที่ถุดถ่ายไว้แน่นอน
 
 
      ทาเครุและสึบาสะมองคนที่เดินมาถึง แต่เมื่อเห็นมาคนเดียวทาเครุจึงถามขึ้น
"พวกเพื่อนๆล่ะครับ"
"ขอลายเซ็นต์ต่อน่ะ ได้แล้วก็ยังอยากได้อีกนะ มิกะนี่โลภจริงๆ....อ้าว อิชิดะซัง มาตั้งแต่เมื่อไรคะ?"
นานะหันไปมองชายหนุ่มที่มาใหม่พร้อมกล่าวทักทาย สึบาสะทักตอบก่อนหันไปมองทางเวทีที่คนยังคงหนาแน่นเพราะถึงช่วงการแจกลายเซ็นต์ ถ่ายรุปและจับมือกับเหล่าคนดัง
"เดี๋ยวจะกลับกันเลยไหมครับ?"
"อืม...คงอีกซักพักล่ะนะ"
เด็กสาวตอบขณะที่เก็บกล้องวิดีโอลงในกระเป๋าสะพายจากนั้นหันไปมองไซกะที่ยังเหม่ออยู่ข้างนอก
"นาจิบอกว่าหลังเลิกงานจะมาคุยด้วย"
เสียงของสึบาสะดังขึ้น ไม่ใช่แค่นานะที่มองที่เขา ไซกะและทาเครุเองก็เช่นกัน สองคนตรงข้ามกับสึบาสะพนักหน้าและยิ้มออกมาโดยที่ใบหน้ามีสีแดงเรื่อเหมือนกัน
ตรงข้ามกับไซกะที่แสดงความไม่พอใจออกมาทางใบหน้า ถึงอย่างนั้นก็ทำได้แค่ถอนหายใจและหันกลับไปมองกระจกเหมือนเดิมเท่านั้น
 

       ไม่นาน ยูนะและมิกะก็เดินกลับมาที่โต๊ะ อาการของทั้งสองไม่ต่างอะไรกับนานะตอนที่กลับมาใหม่ๆ มิกะเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และส่งเสียงร้องแปลกๆออกมาเมื่อยื่นกล้องคืนให้กับนานะพร้อมกำชับว่า
"อย่าลืมเอามาแบ่งกันด้วยนะ!!"
ส่วนยูนะมองไปที่ไซกะ ก่อนจะเปลี่ยนมามองสึบาสะ เธอส่งเสียง "อ้าว?" ออกมาโดยที่ยังมองเขาอยู่
"คือ อิชิดะ สึบาสะซัง...เพื่อนของทาเครุจัง"
นานะอธิบายเมื่อเห็นสายตาของยูนะมีแววสงสัยเล็กน้อย เพื่อนสาวส่งเสียง อือ ในลำคอเป็นคำตอบ แวบหนึ่งในความคิดของยูนะมีบางอย่างผุดขึ้นมาแต่ก็หายไปทันทีที่มิกะส่งเสียงร้อง
"นึกขึ้นได้ว่านัดกับโคนัทสึไว้!! ฉันต้องไปแล้ว...."
เด็กสาวรีบวิ่งตัวปลิวออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน แต่ซักพักก็วิ่งกลับมาหยิบกระเป๋าที่อยู่ข้างๆนานะและวิ่งออกไปอีกครั้ง
ยูนะมองหน้าเด็กสาวใส่แว่นอย่างปลงๆ
"ฉันเองก็ต้องไปแล้ว"
ยูนะบอกลาและเดินจากไปโดยหันไปมองสึบาสะกับไซกะอีกครั้งก่อนออกจากร้าน

     ขณะนั่งรอกลุ่มคนที่นัดไว้ นานะเรียกสีสันโดยการเล่าเรื่องตลกของตัวเองและคนรู้จักให้ฟัง ทาเครุหัวเราะ ส่วนไซกะได้แต่นั่งดูดชาเย็นแก้วใหม่พร้อมฟังไปด้วย สึบาสะเองก็ยังคงนั่งอ่านหนังสือต่อไป
ตอนนี้ในร้านเริ่มสงบแล้ว ทีมงานเก็บของต่างๆ ลูกค้าบางส่วนยังคงนั่งเป็นกลุ่มๆ กระจายตามนร้าน ลูกค้าทั่วไปเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ สถานการณ์เป็นปกติ
สักพักหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาท่ามกลางเสียงหัวเราะของนานะและทาเครุ ทุกสายตามองไปที่เธอ แต่ทั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะมีแค่นานะคนเดียวที่แอบตกใจ
"อ้าว สึบาสะคุง มิยาฮาระซัง มาด้วยเหรอเนี่ย"
เสียงหวานใสของรินดังขึ้น ตอนนี้เธอยังแต่งหน้าอยู่ แต่ชุดที่ใส่กลับเป็นชุดเดรสสีชมพูอ่อนถูกทับด้วยเสื้อโค้ทสีขาว ผมยาวสีเหลืองเหลืองอ่อนสั่นไหวตามการเคลื่อนไหวของริน
หญิงสาวมองไปที่ทาเครุและนานะ ก่อนจะมองไปที่สึบาสะและไซกะ
"ขอนั่งด้วยได้ไหมจ็ะ?"
รินถามนานะพร้อมยิ้มให้อย่างมืออาชีพ นานะเผลอหน้าแดงแวบหนึ่งก่อนขยับให้เธอนั่งลงที่ข้างๆ ทาเครุขยับไปจนติดหน้าต่าง และตอนนั้นเองที่เขาเห็นสึบาสะมองรินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ฉันไม่เห็นสึบาสะคุงอยู่กับนาจิคุงเลยแปลกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมาด้วย"
 
      "แค่มาช่วยเรื่องเตรียมตัว ออกมาก่อนที่เธอจะมา"
รินพยักหน้าโดยที่ยังยิ้มอยู่ ใบหน้ายิ้มแย้มขณะที่มองชายหนุ่มนั้น นานะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป จึงหันไปกระซิบกับทาเครุ
"นี่ๆ ทาเครุจัง สองคนนั้นเขารู้จักกันเหรอ"
"อา ครับ อยู่อาโอบะเหมือนกัน เจอกันก็บ่อย..."
ไซกะมองการกระทำของทุกคนอยู่เงียบๆ เพราะทาเครุบอกว่าคนที่รินชอบคือสึบาสะเธอจึงไม่แปลกใจที่รินจะยิ้มออกมาอย่างมีธรรมชาติ
นานะเองก็คงจะสงสัยอะไรอยู่บ้าง จากท่าทางของริน แต่จากที่ดู ไซกะคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดอะไรกับนางแบบสาวเลย ท่าทางการพูดคุยที่นิ่งเกินกว่าจะเรียกว่าสนใจ ลักษณะการวางตัวที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
หรือบางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็ได้
 
 
 
 
     รินยังคงเปิดบทสนทนากับสึบาสะต่อไป ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนสามคน แม้นานะจะกระซิบกระซาบกับทาเครุและไซกะเป็นบางที
สำหรับไซกะ เธอคิดว่ารินค่อนข้างเสียมารยาท เพราะเธอขอนั่งด้วยก็จริง แต่กลับสนใจแต่สึบาสะคนเดียว เธอเรียกทาเครุ แต่ไม่สนใจเขา ถึงกับสึบาสะจะเป็นคนที่ชอบ แต่ก็ยังไม่ควรอยู่ดี
ถึงอย่างนั้นไซกะคงพูดออกไปไม่ได้ ไม่สิ มันไม่ดีเลยต่างหากถ้าจะพูดออกไป





      กลุ่มออซเดินออกมาจากประตูเชื่อมพร้อมกับเสียงพูดคุย นาจิที่นำออกมาเห็นสึบาสะนั่งอยู่และกำลังจะยกมือขึ้นเรียก แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเห็นรินที่อยู่ตรงข้าม
เมื่อนาจิหยุดเดิน ทุกคนก็หยุดเช่นกัน มิวะหันไปมองคนนำที่เริ่มหน้าเสีย เขาไม่ถามอะไรแต่มองตามไป เมื่อพบคำตอบก็มีอาการเหมือนกัน
"มีอะไรเหรอ?"
นัทซึโนะถามขึ้นอย่างสงสัย มิวะและนาจิไม่ตอบ ทั้งสองย่อตัวลงด้านหลังกระถางต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะพวกนานะ สามารถมองเห็นได้ง่าย และแหวกใบไม้นั้นให้อีกสองคนที่สงสัยได้เห็น
"ฮารุยามะ....ทำไม?"
"แย่แล้วสินะครับ"
เมื่อคำตอบกระจ่าง ทั้งสี่ถอนหายใจพร้อมกันพร้อมกับเริ่มคิดหาทางทำอะไรซักอย่าง
 
 
      เพราะอยู่มหาลัยเดียวกัน เจอกันบ่อยๆ และบางทีก็ไปไหนมาไหนด้วยกันรวมถึงทำงานร่วมกัน ออซทุกคนและสึบาสะจึงรู้นิสัยจริงๆของริน และเห็นเธอเป็นตัวอันตราย
โดยปกติจะพยายามเลี่ยงงานที่ต้องทำร่วมกันกับรินเสมอ งานนี้ถ้าผู้จัดการไม่บังคับพวกเขาก็คงไม่อยากทำ นาจิยกโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าเพื่อนของตนก็อยู่ตรงนั้น
"ต้องโทรบอกสึบาสะ...แค่นานะจังกับทาเครุคุงอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ไซกะจังอยู่ด้วย...."
'ตายแน่ๆ' ทุกคนคิดแบบนั้นทันทีเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะตามมา




     เสียงโทรศัพท์ของสึบาสะดังขึ้น บทสนทนากับรินหยุดลงกะทันหัน เมื่อกดรับ ปลายสายก็พูดอย่างตื่นๆ
(สึบาสะ ทำไมฮารุยามะถึงอยู่ด้วยล่ะ!)
"ไม่รู้"
(ทำไงดีอ่ะ)
"ไม่รู้สิ"
(นายอยู่ใกล้ไซกะด้วย แบบนี้แย่แน่ๆ)
"...."
(รู้แล้ว! ถ้าออกมาก็คงดี งั้นนายออกมาหาพวกฉัน พวกฉันอยู่หลังกระถางต้นไม้ตรง....)
"เข้าใจแล้ว"
ยังไม่ทันที่นาจิจะพูดต่อ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของสึบาสะ ชายหนุ่มกดวางสาย เก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงและสะพานกระเป่าข้างตัวขึ้นมา
 

     ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นนั่นเอง เสียงคำถามของรินก็ดังขึ้น
"จะไปไหนเหรอ?"
"....พวกนาจิมีปัญหานิดหน่อย"
รินพยักหน้ารับรู้และพุดอะไรอีกนิดหน่อย แต่คำพูดนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของสึบาสะ ชายหนุ่มหันไปหาไซกะ ขยับเข้าไปใกล้แลกระซิบข้างหูเบาๆท่ามกลางสายตาของทุกคน
"ระวังตัวด้วยล่ะ"
ไซกะที่ไม่รู้เรื่องและไม่ทันตั้งตัวนั่งนิ่งอยู่ซักพักก่อนหันไปหาคนข้างๆที่กำลังเดินออกไปแล้ว พอรู้สึกตัว ก็นึกไปถึงลมหายใจอุ่นๆและริมฝีปากที่สัมผัสโดนหูเล็กน้อย
เธอไม่เขินอายเหมือนคนอื่นๆ ตรงข้าม กลับรู้สึกโกรธมากกว่า
นานะแอบตกใจ แต่รินและทาเครุนั่งเงียบ  ส่วนออซที่มองเหตุการณ์อยู่ต่างค้างไปหมดแล้ว
 

      เมื่อสึบาสะมาถึง นาจิแทบอยากจะเข้าไปกระชาก แต่ติดที่ไม่ทำอะไรเสียงดังมากไม่ได้
"ออกมาก็จริง แต่ไม่ใช่ให้ทำอะไรล่อเป้าแบบนั้น!!!!"
สึบาสะไม่ตอบ เดินอ้อมไปอยู่ข้างหลังนัทซึโนะและย่อตัวหลบเหมือนคนอื่นๆ ตอนนี้ทุกคนใจเสียกันหมดแล้ว รวมถึงทาเครุด้วย
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งโต๊ะ ไซกะยังนั่งโมโหอยู่คนเดียวจนลืมสิ่งที่สึบาสะพูดไปแล้ว 'แทบจะไม่เคยคุยเลยแท้ๆ ความประทับใจแรกของนายเป็นแบบนี้รึไง!!'
นานะนั่งมองไซกะพร้อมอมยิ้มนิดหน่อยกับความคิด(เข้าใจผิด)ของตัวเอง 'เขินมากเลยสินะ ไซกะ...'
ส่วนทาเครุนั่งหน้าซีด 'ตายแน่ๆเลยครับ คุณไซกะตายแน่เลยครับ!!'

      และแล้วเสียงหนึ่งก็ทำลายความเงียบขึ้นมา
"เธอน่ะ..."
รินเปลี่ยนท่าทาง ยกขาขึ้นนั่งไขว้ห้าง มือเท้าคางมองหน้าไซกะ แววตาดุดันขึ้นทันทีจนนานะสังเกตได้
"รู้ไหม ว่าฉันถูกทุกคนมองว่าเป็นแฟนกับสึบาสะคุง"
ไซกะขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอโมโหอยู่แล้ว จะมีอะไรมาทำให้มันพลุ้งพล่านมากขึ้นอีกงั้นหรือ
"จะไปรู้ได้ไงเล่า"
"งั้นก็ดี...ตอนนี้รู้แล้ว เลิกยุ่งกับเขาซะ"
"หา?"
รินตบโต๊ะดังปังจนอีกสองคนตกใจ แต่นานะดูจะมึนงงมากกว่าทาเครุ เธอไม่เคยเห็นด้านนี้ของริน แม้แต่ในละครที่เธอคนนี้เล่นก็ไม่เคยมีบทแบบนี้ด้วย
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้อะไรนะ ที่เขาทำแบบนั้นกับเธอก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอกับเขาสนิทกัน เลิกยุ่งกับเขาซะ!!!!"
รินตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่น่ากลัวจนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นใบหน้าของนางแบบสาวน่ารักที่ทุกคนชอบ
ตอนนี้ไซกะยิ่งโกรธ เธอพึ่งจะเคยรู้จักกับสึบาสะยังไม่ถึงปี แม้แต่จะคุยกันก็ยังไม่เคย เขามานั่งข้างๆเพื่อรอเพื่อนๆมาเท่านั้น เพราะพวกนั้นบอกจะมาหา ไม่ได้หมายความว่าจะสนิทกัน
"ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร แต่ฉันพึ่งจะรู้จักหมอนั่น...."
"แล้วที่เขาทำกับเธอไปคืออะไร!! คนที่จะเข้าใกล้เขาได้ขนาดนั้นก็มีแค่คนที่สนิทเขาเท่านั้น แม้แต่ฉันเขาก็ยังไม่เคย...."
"เหอะ...แล้วบอกว่า 'ทุกคนมองว่าเธอเป็นแฟนกับเขา' งั้นเหรอ นั่นมันก็แค่ความคิดของเธอเองคนเดียวสินะ"
ตอนนี้ทั้งสองเริ่มเปิดศึกน้ำลาย นานะกับทาเครุพยายามจะห้าม แต่ดูเหมือนความน่ากลัวของทั้งสองจะมากเกินไป
 
 
 
 
 
      ความคิดของไซกะเริ่มหาย ความรู้สึกโกรธที่มีอยู่เริ่มที่จะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง โดนคนที่พึ่งรู้จักทำบ้าๆแบบนั้นใส่ แล้วยังจะมาโดนใครก็ไม่รู้ที่อ้างว่าเป็นแฟนของคนที่พึ่งรู้จักด่า นี่มันอะไรกัน!!
"เธอมันก็แย่เด็ก เขาไม่มีทางสนใจเธอหรอก ออกห่างจากเขาซะ ไม่งั้นฉันจะรุนแรงกับเธอแล้วนะ..."
"ก็บอกแล้วไง ว่าพึ่งรู้จัก หมอนั่นมันทำเอง ฉันไม่รู้เรื่อง"
"ยังจะมาทำตีหน้าเซ่ออีกเหรอ!! สึบาสะคุงน่ะ เป็นของฉัน ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจ!!!!!"
รินตะโกนออกมาพร้อมกับคำด่า ตอนนี้ความคิดเดียวของไซกะคือ ไม่อดทนแล้ว เธอก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่กำลังสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะบางอย่างมันกำลังจะออกมาต่างหาก
ตอนนี้คำด่าทอของรินไม่ได้อยู่ในหูของไซกะเลยแม้แต่น้อย
"เข้าใจไหม สึบาสะคุงน่ะของฉัน อย่าคิดว่าแค่เขาทำแบบนั้นเพราะเขาสนใจเธอ เธอมันไม่มีอะไรเด่นเลยนี่ สีดำ สีดำ แล้วก็สีดำ สีดำทั้งตัวแบบนี้ ไม่เหมาะกับสึบาสะคุงหรอก เทียบชั้นไม่ได้กับคนอย่างฉันเลยด้วย...."
 
ไม่ต้องอดทนแล้ว...
 
 
 
เสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของไซกะ
 
 
 
ปล่อยมันออกมาเลยสิ
 

 
     และบางทีเธออาจจะเลือกที่จะทำตาม....
"อย่างนั้นเหรอ....เพราะเธอไม่มีปัญญาทำให้เธอเป็นคนรักของเขาจริงๆงั้นสินะ ถึงได้เที่ยวพูดว่า ทุกคนบอกว่าเขาเป็นแฟนของฉันๆ น่ะ"
"!!"
รินสะดุ้งทันทีเมื่อไซกะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเด็กสาวฉายแววดุดัน
"ฉันว่านะ ทางที่ดี เธอน่าจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นมากกว่า ดีกว่าเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่าคนนั้นคนนี้เป็นของเธอ...หรือว่า...อยู่วงการบันเทิงมากไปเลยต้องฝึกการตีสองหน้าให้เก่งงั้นเหรอ?"
"หุบปาก!!!"
รินยืนและขึ้นหยิบแก้วชาของนานะจากนั้นสาดไปที่ตัวไซกะอย่างแรง น้ำชาที่โดนตัวของเด็กสาวสามารถลวกผิวภายใต้เสื้อผ้าสองชั้นของเธอได้ นานะเริ่มทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนและต่อว่าริน
"แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยนะ!! แบบนั้นมันเป็นอันตรายได้เลยนะ!!"
ทาเครุเอื้อมมือไปหาไซกะที่ยังนั่งก้มหน้ามองเสื้อที่เปื้อนชาร้อน ชายหนุ่มไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของคนๆนี้ แต่เขาเองก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าเมื่อโดนน้ำร้อนแล้วจะรู้สึกอย่างไร
"ไซกะซัง เอาน้ำแข็งประกบก่อนเถอะครับ มันร้อนมากเลยนี่หน่า เดี๋ยวจะลวกเอานะครับ!"
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ
 


      ออซที่มองอยู่เริ่มใจไม่ดี นาจิวิ่งออกมาคนแรกเพื่อเข้าไปห้าม นานะเองก็ยังตั้งท่าจะด่าคนข้างๆอยู่ แต่รินไม่สนใจ เธอต่อว่าไซกะต่อไปโดยไม่ใส่ใจนาจิที่วิ่งเข้ามาห้าม และยังมองไม่เห็นสึบาสะที่อยู่ใกล้ๆด้วย
มิวะวิ่งเข้ามาหานาจิที่อยู่ข้างๆริน พยายามห้ามเพื่อนร่วมงานอารมณ์รุนแรงคนนี้ แต่ไม่เป็นผล นัทซึโนะและชิกิพยายามจะช่วยไซกะ แต่เธอยังคงนั่งนิ่ง
"เป็นไงบ้างล่ะ!! เจ็บแสบดีไหม!! ถ้ายังยุ่งกับเขาอีกล่ะก็ เธอจะโดนหนักกว่านี้แน่!!!!"
 
 
 
      เส้นความอดทนขาดผึง ไซกะยืนขึ้นบ้างและหยิบแก้วชาเย็นที่ยังเหลืออยู่สาดใส่หน้าของรินอย่างรวดเร็วและรุนแรงท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน น้ำเย็นจากแก้วกระเด็นไปโดนนานะและนาจิที่อยู่สองข้างของริน และมิวะที่อยู่ข้างๆนาจิก็โดนเล็กน้อย
แม้เป็นเพียงแต่หยดน้ำเล็กๆในร้านที่เปิดฮีทเตอร์ แต่ก็ทำให้คนที่โดนรู้สึกเย็นขึ้นมาบ้าง ส่วนคนที่โดนเต็มๆก็คงไม่ต้องพูดถึง
รินตัวสั่น มองหยดน้ำจากหน้าที่ไหลลงมาสู่ฝ่ามือ พรอ้มกับเครื่องสำอางที่หลุดลอกออกมา
"เป็นไงบ้างล่ะ...เย็นดีใช่ไหมล่ะ...."
ไซกะลดมือที่ถือแก้วลงถือไว้ข้างตัว ใบหน้าแสดงแต่ความดุดัน ทว่าน้ำเสียงกลับนิ่งและเย็นเยือกราวกับน้ำแข็ง
 
 
"เครื่องสำอาง...มันหลุดออกมาแล้วนะ....ใช่ มันก็คงเหมือนกับภาพใบหน้าแสนดีจอมปลอมของเธอที่หลุดออกมา....ฉันไม่รู้ว่าเธอแค่ขู่หรือจะเอาจริง แต่มันไม่งี่เง่าไปหน่อยรึไง แค่ผู้ชายคนเดียวถึงกับต้องถอดหน้ากากเผยความชั่วร้ายออกมา"
 
 
       ไซกะวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง และน้ำเสียงที่ออกมาคราวนี้เริ่มดุดัน
 
 
      "ถ้าเธอคิดว่าแค่ขู่คนอื่นๆว่าอย่ามายุ่งๆแล้วมันจะทำให้เธอสมหวังล่ะก็ คิดผิดแล้ว!!! เธอมันก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงที่มีอยู่เกลื่อนกลาดตามในเมืองที่คิดทึกทักไปเองว่าเขาเป็นแฟนแล้วก็ได้แต่ขู่คนอื่นว่า 'อย่ามายุ่ง นี่ของฉัน'
แล้วก็ไอ้หน้ากากสองหน้าน่ะ ถ้าอยากทำต่อไปก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่เธอทำแบบนี้ในที่แบบนี้มันก็เท่ากับทำร้ายตัวเองชัดๆ แบบนั้นใครกันแน่ที่น่ารังเกียจมากกว่า!!!!"
ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนได้แต่มองดูอย่างนิ่งๆ ไซกะหยิบเสื้อโค้ทของตัวเองขึ้นมาสวม สะพายกระเป๋าและเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของคนอื่นๆ








     ประตูไม้สีน้ำตาลถูกเปิดออกต่อหน้าเด็กสาวที่ยืนอยู่ แต่คนที่ออกมากลับไม่ใช่คนในครอบครัว ไซกะยืนนิ่งมองคนๆนั้นอย่างตกใจ
"นาย ที่เจอเมื่อตอนนั้น...."
ไซกะบอก จู่ๆเธอกลับจำขึ้นมาได้ ซาคาอิ ยูสะ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และถอยหลบให้ไซกะเข้ามาในบ้าน เด็กสาวเดินเข้าไป หันหลังไปมองยูสะอย่างแปลกใจ
"ไปเที่ยวมาหรือครับ"

      ยูสะปิดประตูบ้านลงอย่างเบาๆ และยืนอยู่ตรงนั้นโดยที่หันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้าน
เธอไม่ตอบ แต่หันไปมองทางอื่น ยูสะมองเห็นความฉุนเฉียวของเด็กสาวอยู่เล็กน้อย และมือของไซกะที่กุมแถวๆหน้าท้อง และมือข้างนั้นก็มีรอยแดงๆเหมือนน้ำร้อนลวกอยู่
"ดูท่า...คงไม่ใช่การไปเที่ยวธรรมดาสินะครับ"
"หุบปาก...แล้วนายมาทำอะไรที่นี่"
ยูสะถอนหายใจโดยที่ยังยิ้ม
"มาทำงานครับ กับพี่คุณ แต่ตอนนี้เขาหลับไปแล้ว ผมเลยจะกลับก่อน...แต่ดูท่าอีกสักพักคงจะดี ไปทำแผลเถอะครับ ถึงน่าจะเย็นแล้ว แต่ก็ยังแสบๆอยู่บ้างใช่ไหมล่ะ"
ไซกะขมวดคิ้ว ทำไมคนๆนี้ถึงพูดแบบนั้น ทั้งๆที่ตอนเจอกันครั้งแรกยังพูดอะไรก็ไม่รู้ที่ดูอันตรายสุดๆ แต่ตอนนี้กลับดูเป็นห่วง แต่ก็จริงอย่างที่เขาว่า เธอยังแสบๆอยู่บ้าง
อีกอย่างถ้าเขาเป็นเพื่อนของพี่ ก็คงไม่เป็นอันตราย ไซกะคิด


      "ไปมีเรื่องกับใครมาหรือครับ ในวันศักดิ์สิทธิ์แบบนี้"
"เปล่าซักหน่อย"
ยูสะกำลังพันผ้าพันแผลให้ไซกะอยู่ในห้องนั่งเล่น ความจริงมีแถวๆหน้าท้องอีก แต่เธอไม่บอกเขาแน่นอน ยังไงก็คงจัดการเองได้
"ผมนึกว่าคุณจะเป็นพวกหาเรื่องเขาไปเรื่อยๆซะอีก"
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาน้อยๆ ต่างจากที่เธอคิดไว้ว่าคนๆนี้จะต้องเป็นคนอันตรายที่เข้าใกล้ไม่ได้ และจะต้องน่ากลัวมากแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับตรงกันข้ามหมดเลย
ความรูัสึกในตอนนี้ของไซกะคือปลอดภัยมากกว่า
"นี่ ที่นายพูดตอนเจอกันครั้งแรกน่ะ..."
"ผมก็หมายความถึงที่พูดนั่นแหล่ะครับ แต่ไม่ใช่ในความหมายร้ายๆหรอกนะ"
ยูสะเงยหน้าจากมือของไซกะขึ้นมาและยิ้มให้ ฝ่ามือของเขาอุ่น ต่างจากไซกะที่เย็น ไออุ่นของเขาทำให้ไซกะรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ อาจเพราะเป็นบ้านของตัวเองด้วยก็ได้
แต่จะให้ไว้ใจทันทีคงไม่ดีแน่
 
 
 
 
     "งั้นผมไปก่อนนะครับ"
ที่หน้าบ้าน ยูสะจับลูกบิดพร้อมบิดออก ไซกะก็เรียกเขาเอาไว้ก่อน
"นาย ชื่อ..."
"ยูสะ ครับ ซาคาอิ ยูสะ"
"งั้น ซาคาอิ..."
"เรียก ยูสะ ก็ได้ครับ รู้สึกเป็นกันเองมากกว่า"
"งั้นก็ ยูสะ....คือ...ขอบใจ"
ไซกะยกมือที่มีผ้าพันแผลขึ้นมาพร้อมบอกขอบใจ คนมองยิ้มให้และเดินออกไป ไซกะมองประตูที่ค่อยๆปิดลงช้าๆโดยลืมความโกรธของวันนี้ไปแล้ว....



Transition -6-

posted on 19 Aug 2012 15:06 by himawari-sos-dan in Novel
Transition
 
 

-6-
 

      วันสุดท้ายของการเรียนในปีนี้ เข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาว สิ้นปีและปีใหม่ อีกสามวันจะเป็นวันคริสต์มาส ร้านรวงต่างๆในเมืองเริ่มประดับร้านตนเองให้เข้ากับเทศกาลแม้แต่คาเฟ่ที่เป็นแหล่งประจำของพวกนานะก็เช่นกัน ภายในตกแต่งด้วยสายเรนโบว์สีเขียวและแดง ต้นคริสต์มาสขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่เล็กจนเกินไปตกแต่งสวยงามวางอยู่กลางร้านข้างใต้มีกล่องของขวัญวางไว้คละกัน เพลงจิงเกิ้ลเบลเปิดคลอเบาๆ อากาศข้างในอบอุ่น แตกต่างจากข้างนอกที่หนาวเย็นจนเดินแทบไม่ไหว
 
 
      มิกะ ยูนะ และนานะนั่งคุยกันถึงแผนการในช่วงที่ปิดอย่างสนุกสนาน
"คริสต์มาสนี้ฉันจะไปเที่ยวกับโคนัทสึ"  มิกะพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีทำให้ยูนะแอบหมั่นไส้เล็กๆ
      โคนัทสึ หรือ ทาเคดะ โคนัทสึ เด็กหนุ่มโรงเรียนข้างเคียงผู้เป็นแฟนของมิกะ ทั้งสองเจอกันเมื่อกลางปีนี้และเริ่มสานสัมพันธ์เรื่อยมาจนได้มาคู่กันซึ่งตอนแรกทั้งนานะและยูนะต่างไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรที่ไม่ดีเกินขึ้นจึงปล่อยไป      
จากนั้นมา มิกะก็มักจะพูดถึงแฟนตนเองบ่อยๆเข้าจนคนที่โสดมาสิบเจ็ดปีอย่างยูนะแอบอิจฉาและหมั่นไส้ ส่วนนานะรู้สึกเบื่อแทน
"ฉันไม่มีแผนไปไหนหรอก คงอยู่แต่บ้าน"
"ส่วนฉันจะออกมาตะลอนๆรอบเมืองกับน้อง"นั่นคือยูนะและนานะตามลำดับ    
เด็กสาวผมสั้นคนเดียวในกลุ่มตอนนี้ทำหน้ามุ่ย ไม่พอใจกับคำตอบของทั้งสอง ปากหนาๆบ่นอุบอิบจับคำพูดได้ว่า 'พวกเธอนี่ น่าเบื่อจัง' แต่ทั้งสองคนไม่สนใจ เรียกว่าไม่เคยสนใจเลยจะดีกว่า
 


      เพราะข้างนอกอากาศข้างหนาว  ผู้คนจึงเลือกที่จะเข้ามาดื่มกาแฟหรือชาร้อนๆ ทำให้ภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงพูดคุย      
นานะหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดูเวลา สิบหกนาฬิกายี่สิบสามนาที อีกไม่นานคนที่ตนรอคงจะมา
มิยาฮาระ ทาเครุนั่นเองถึงจะเป็นแค่การนัดธรรมดาที่ไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากตอนที่เจอกันครั้งก่อนก็ตาม ชวนทาเครุจังไปเที่ยวดีกว่า  คิดพลางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากระโปรง 
"จริงสิ ได้ยินมาว่าที่นี่ ออซมาบ่อยนี่นะ อยากเจอนาจิคุงล่ะสิ"มิกะพูดออกมาโดยที่ใช้มือคนโกโก้ร้อนของตนไป ส่วนนานะที่กำลังจะยกแก้วชาขึ้นดื่มต้องชะงักไปครู่หนึ่ง ส่งเสียงตอบแค่ อืม คำเดียวและยกถ้วยขึ้นแตะที่ริมฝีปากเบาๆจากนั้นวางถ้วยไว้ที่จานรองข้างหน้า พยายามวางตัวให้ปกติสองคนนี้ยังไม่รู้เรื่องที่เธอและไซกะรู้จักกับออซเป็นการส่วนตัว อาจจะรวมไปถึงเรื่องที่พวกเธอต้องเป็นครูสอนพิเศษชั่วคราวให้กับคนที่มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่มหา'ลัยสำหรับนานะ ไม่ใช่ไม่อยากบอก แต่คิดว่าหากบอกไปคงจะลำบาก เมื่อมิกะรู้ก็เท่ากับรู้กันเกือบทั้งโรงเรียน ด้วยเสียงอันแหลมสูงบวกกับความใสซื่อแบบเด็กๆทำให้บางครั้งเผลอพูดออกไปด้วยความดังจนรู้กันไปทั่ว ดังนั้น คงรอวันที่เหมาะสมจะบอกต่อไป และคงไม่ใช่เร็วๆนี้
 

       "ฉันเองก็อยากเจอสักครั้งเหมือนกันนะ"เด็กสาวทรงผมเซ็กซี่ เย้ายวนใจหรือมิกะทำหน้าเพ้อฝัน เธอปลื้มมิวะและชิกิเอามากๆถึงขั้นว่าคลั่งใคล้ แน่นอนว่าข้อมูลต่างๆก็มาจากนานะ"นั่นสินะ ถ้าได้เจอจริงๆก็คงดี"คราวนี้เป็นยูนะ เธอเองก็ปลื้มมิวะและนาจิเหมือนกัน แต่ก็ไม่ถึงกับคลั่งมากมาย เป็นความชอบในแบบที่ธรรมดาเห็นเพื่อนของตนอยากเจอคนดังที่ตัวเองค่อนข้างจะสนิทแล้ว ความรู้สึกผิดก็ปรากฏขึ้นมาจากภายใน นานะก้มหัวน้อยๆเป็นเชิงขอโทษทั้งสองที่ต้องปิดเอาไว้สองคนนั้นไม่เห็นถึงการกระทำนั้น หรือจะเรียกว่าไม่ได้สังเกตดีนะ 
 
 
      จู่ๆเสียงร้องกรี๊ดกร๊าดของผู้หญิงในร้านก็ดังขึ้น นานะหันไปมองช้าๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
 "มาแล้วๆ!""มาจริงๆด้วยล่ะ!""ท่านชิกิล่ะๆ!""อ๊ายยยย!!! มากันแล้วๆ!!!!"
คิตามิซาวะ นาจิ เดินนำเข้ามาในร้าน ตามด้วย มุราคามิ ชิกิ และซางาระ มิวะ ถึงสมาชิกจะหายไปคนหนึ่งแต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆได้ส่วนคนที่ตามมาหลังสุดคือทาเครุ ชายหนุ่มใส่แว่นเดินมาอย่างเกร็งๆตามหลังมิวะ แน่นอนว่าไม่เป็นที่สะดุดตาของคนอื่นๆ มิกะแทบร้องกรี๊ดออกมาอย่างคนอื่น แต่เพราะเสียงแหลมสูงที่อาจทำให้คนทั้งร้านหูแตกได้ ยูนะจึงหยิบขนมปังชิ้นเล็กๆใส่ปากของมิกะอย่างรวดเร็วโดยสายตายังมองไปที่ผู้มาเยือน
 

      นาจิสังเกตเห็นนานะและทำท่าจะเดินตรงมาหา แต่เด็กสาวหน้าตาตื่น คาดเดาเหตุการณ์ได้จึงโบกมือน้อยๆเป็นเชิงว่า อย่าเข้ามานะ ดวงตาฉายแววตกใจระคนหวาดกลัว หากเขาเดินเข้ามาทักล่ะก็ ความแตกแน่ๆ!เสียงครางของมิกะดังออกมาพอจับใจความได้ว่า มาทางนี้แล้ว!! ยูนะใบหน้าร้อนฉ่า รู้สึกเขินอาย ไม่สามารถละสายตาจากคนที่ตนปลื้มทั้งสองได้ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังเดินมาใกล้ แต่ผิดคาด ทั้งสามยิ้มให้โต๊ะของนานะ และเดินผ่านไปนั่งที่โต๊ะถัดไปอีกสองโต๊ะ ตรงไปยังโต๊ะริมสุดที่อยู่มุมของร้านซึ่งเคยเป็นโต๊ะประจำของนานะและไซกะ
 

     "นานะซัง?"ทาเครุเรียกเด็กสาวที่ยังทำหน้าตกใจอยู่ นานะสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า มิกะและยูนะยังคงหันไปมองวงนักร้องหนุ่มด้านหลังโดยไม่สนใจทาเครุที่ยืนอยู่ชายหนุ่มก้มหัวทักทายอย่างสุภาพและนั่งลงข้างๆเด็กสาว เพ่งมองรุ่นน้องไม่คุ้นหน้าที่กำลังหันหลังไปมองสามดาราหนุ่ม และเริ่มรู้ว่ามีคนหนึ่งหายไปจึงถามขึ้น
"วันนี้ไซกะซังไม่มาหรือครับ?"
"เอ่อ อืม...เห็นว่าติดเรื่องกิจกรรมชมรมน่ะ"
ทาเครุพยักหน้ารับรู้ แต่ก็แอบตกใจไม่น้อย ชมรมที่ไซกะซังเข้า...ต้องเป็นพวกชมรมการต่อสู้แน่ๆ ชายหนุ่มคิด แต่ความจริงนั้นคือ เขาคิดผิดไซกะไม่เคยคิดจะเข้าชมรมที่ต้องใช้แรง เพราะเธอไม่ชอบการเล่นกีฬาและสมรรถภาพทางร่างกายก็เป็นศูนย์ แต่ก็แปลกที่เมื่อยามจำเป็น เธอก็สามารถสู้ได้ดีทีเดียว"ไม่คิดว่าพวกนาจิซังจะมาด้วย"ชายหนุ่มพูดเบาๆให้แค่คนนั่งข้างๆได้ยิน แต่เธอได้แค่พยักหน้าโดยมีสีหน้าเหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น   
 

      มิกะกลืนขนมปังเข้าปากอย่างยากลำบาก หันไปค้อนให้ยูนะเล็กน้อยก่อนหันกลับมาที่โต๊ะตนเอง เมื่อเห็นคนเพิ่มจึงเกิดความสงสัย
"คนนี้ใคร?"
สิ่งแรกที่เธอถาม แถมชี้นิ้วไปทางทาเครุอย่างเสียมารยาท ยูนะตีมือที่ชี้อยู่ด้วยแรงอันมหาศาลจนคนโดนตีต้องชักนิ้วกลับแล้วหันไปมองด้วยสายตาไม่พอใจอีกครั้ง นานะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"อา...รุ่นพี่ที่รู้จักน่ะ"เหรอ มิกะพูดเบาๆและพยักหน้า ส่วนยูนะเห็นชายหนุ่มนานแล้วแต่ไม่พูดออกมา
"เอ่อ..มิยาฮาระ ทาเครุ ครับ..."คนพูดก้มหัวลงเล็กน้อย เด็กสาวอีกสองคนจึงก้มหัวตาม
"อุเอสึกิ  มิกะ ส่วนนี่ โทโด  ยูนะ"นานะผายมือไปทางเพื่อนทั้งสองและแนะนำตัวให้ มิกะยิ้มอย่างเป็นมิตร เธอทำท่าสนใจเขามากแต่ก็คงเป็นแค่ความรู้สึกธรรมดาอย่างน้อยก็มีคนๆหนึ่งหวังให้เป็นแบบนั้นและแล้ว หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไป กลับไปเรื่องออซอีกครั้ง แน่นอนว่ามิกะเป็นคนเริ่ม
"นานะ ไปขอลายเซ็นต์เขาให้หน่อยสิ!!!"
"หา! ทำไมคราวนี้เธอไม่ไปขอเองล่ะ ปกติออกจะใจกล้าแท้ๆ"
"ก็คราวนี้ฉันเขินนี่หน่า...."
"ทั้งๆที่ออกจะหน้าด้านแท้ๆ! กับเรื่องแย่ๆล่ะใจกล้านักนะ ทีเรื่องดีๆล่ะไม่เคยกล้าเลย!!!"
มิกะทุบโต๊ะดัง ปัง ดวงตาฉายแววหงุดหงิด ทาเครุตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาแล้วเมื่อสอง สามเดือนก่อน แต่ก็ไม่มีใครอยากนึกถึง
 

      "คิดว่ามันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว เลิกเอามาพูดถึงซักที"
เด็กสาวพูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบๆแต่มีความโกรธเคืองปะปนอยู่ นานะได้แต่ถอนหายใจ โดยไม่ว่าอะไรต่อยูนะที่เงียบมาตลอดมองคนที่นั่งข้างๆด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่ว่าจะเคยเตือนและติเตียนสิ่งที่เพื่อนสาวทำมาตลอด แต่เธอไม่เคยสนใจเลยซักนิดเมื่อทำตามใจตนเองและด้วยความเป็นเด็ก ทำให้เรื่องที่ใครๆว่าไม่ดีอยู่แล้วกลับยิ่งเลวร้ายไปใหญ่ มิกะบอกว่าตนสำนึกผิดแล้ว แต่เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ สิ่งที่บอกว่าสำนึกผิดนั้น หายไปกลับไปทำเรื่องแบบนั้นอีกครั้งจนทุกคนไม่อยากจะยุ่งอีกแล้ว
 

"เฮ้อ...ไปก็ได้"
นานะที่ตัดสินใจได้แล้วหยิบปากกาและสมุดเล่มหนึ่งในกระเป๋าออกมา ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากได้ เคยคิดที่จะขอมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่กล้าทั้งๆที่เรียกได้ว่าสนิทกันแล้วแท้ๆเด็กสาวสูดหายใจลึกๆก่อนลุกขึ้นก้าวเดินอย่างเกร็งๆไปหาเป้าหมาย ใจเย็นๆ ไม่เป็นไรหรอกๆ ยิ่งพยายามปลอบใจตนเองมากขึ้นเท่าไร ความกลัวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นแน่นอนว่านั่นไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยซักนิดเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าไปใกล้ทำให้บทสนทนาบนโต๊ะของสามหนุ่มวงออซเงียบลงทันที มิวะโบกมือให้นานะทันทีที่เธอเดินมาถึงและหยุดตรงหัวโต๊ะการกระทำของนานะเรียกความสนใจของสาวๆทั้งร้านให้หันมามอง
"ใจกล้าจัง" "อยากทำบ้างจังเลย" "อิจฉาอ่ะ"เสียงของสาวๆที่(เกือบจะ)กระซิบบอกกันเข้าหูของเด็กสาวทุกประโยค 
 
 

อยากกลับแล้วอ่ะ

 
นานะคิดพร้อมมือที่ชื้นเหงื่อ
"ว่าไงจ๊ะ นานะจัง"มิวะทักอย่างอารมณ์ดี คนที่ถูกเรียกว่า นานะจัง มือสั่นเล็กน้อย ฝ่ามือที่เป็นเหงื่อทำให้มือของเธอเย็นอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่ในร้านค่อนข้างอบอุ่น ค่อยๆยืดแขนออกไปพร้อมก้มหัวลงพอประมาณคราวนี้อาการสั่นที่ไม่ได้เกิดจากอากาศออกมาอย่างชัดเจน
"เอ่อ คือ....เพื่อนฉันฝากมาขอลายเซ็นต์..."
ถึงไม่ต้องบอก ทั้งสามรู้อยู่แล้ว แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้คนที่เป็นถึงดารานักร้องดังอย่างพวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น นาจิคว้าสมุดและปากกาที่อยู่ในมือของเด็กสาว เปิดไปที่หน้าหลังสุด จากนั้นเริ่มลงมือเซ็นต์
"พึ่งจะมาของั้นหรือ"นาจิว่าพร้อมลงมือเขียนลายเซ็นต์ของตนเองลงในกระดาษโดยไม่มองหน้านานะ จากนั้นส่งต่อให้มิวะและชิกิ
"ก็...ฉันไม่ได้บอกพวกเขาเรื่องพวกคุณนี่คะ..."
"ไม่อยากให้เขารู้เหรอ ว่าคบอยู่กับพวกเราน่ะ"
เมื่อมือว่าง นานะประสานมันไว้ที่หน้าตัก มองสีหน้าด้านข้างของนาจิอย่างหลงใหล ใบหน้าร้อนฉ่าด้วยความเขินอาย คำว่า'คบอยู่กับพวกเรา' ทำให้ความคิดของเธอคิดไปในแง่บวก...ที่บวกสุดๆเข้าแล้วทั้งๆที่ความหมายมันหมายถึง คบเป็นเพื่อนกัน ต่างหาก 
 

     "เปล่าค่ะ....แค่รู้สึกว่าจะทำให้ลำบาก....."
"หืม..."
เมื่อนาจิเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้  สมกับเป็นดารา....รอยยิ้มที่ดึงดูดสาวๆได้เพียงแค่เงยหน้ามอง ไม่เพียงแค่นานะ สาวๆคนอื่นในร้านที่จ้องมองกลุ่มออซตลอดก็ส่งเสียงกรี๊ดลั่นร้านทันทีนานะรู้สึกขาไม่มีแรง แต่เธอก็ยังพยายามทรงตัวไว้ แม้ว่าตอนไปเที่ยวงานวัดจะได้เห็นก็เถอะ แต่แบบนี้มันใกล้เกินไปแล้ว!! ชัดเจนกว่าตอนก่อนๆหรือแม้แต่ในรูปถ่ายอีก
"นาจิคุงยิ้มล่ะๆ" "น่ารักจัง!" "จะละลายแล้ว!!!" 
 
 

      มิกะที่หันหลังมองโต๊ะออซอยู่ตลอดแอบหมั่นไส้พวกสาวๆในร้านถึงกับพูดออกมาด้วยเสียงปกติ แน่นอนว่าทั้งร้านไม่มีใครได้ยินเพราะตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของสาวก
"ก็ละลายไปซะสิ"
จริงๆแล้วเธอคงแอบอิจฉาเพื่อนสาวที่เห็นรอยยิ้มดุจเทพบุตรนั่นแบบชัดเจนแน่นอน อย่างน้อยยูนะและทาเครุก็คิดแบบนั้น
 
 
      ยูนะที่หันไปมองเหมือนกันสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่างระหว่างนานะและนาจิ แม้จะอยู่ค่อนข้างไกล แต่เธอก็รู้สึกได้ การจะขอลายเซ็นต์นั้นง่ายมากก็จริงเพราะเจ้าตัวมาอยู่ตรงหน้าแล้วถึงอย่างนั้นทำไมดูพวกเขาจะสนทนากันนานกว่าปกติ ทั้งท่าทีของการไม่รีบเขียนลายเซ็นต์ของทั้งสาม การวางตัวของนานะที่ดูไม่เขินเกินกว่าความเป็นจริง ยิ่งตอนแรกนั้นแม้จะเป็นคนอย่างนานะถ้าโดนขอมาแบบนั้นไม่มีทางที่เธอจะไปคนเดียวโดนไม่พาคู่หูดาราอย่างมิกะไปแน่นอน ไม่ใช่เพราะความไม่กล้า แต่เพราะความอาย มันน่าจะเป็นแบบนั้นแต่ที่นานะยอมไปคราวนี้ ราวกับว่าไปเพราะความรำคาญบวกกับความสำนึกผิดต่อมิกะมากกว่า
 
      
      ที่สำคัญ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอและมิกะไม่รู้จักที่ชื่อว่า มิยาฮาระ ทาเครุเขาตามออซมา อาจจะดูเป็นเรื่องบังเอิญก็จริง แต่ยูนะไม่คิดอย่างนั้น ตอนที่ชายหนุ่มรุ่นพี่มา เธอเห็นว่าเขาหยุดที่โต๊ะของพวกเธอ แม้ตาจะมองสามดาราหนุ่ม แต่หูก็ยังได้ยินเขาพูดถึงออซแบบดูสนิทสนมหรืออาจจะไม่ซะทีเดียว เรื่องนี้สามารถคิดได้หลายแง่ ทั้งที่สนิทกันเพราะคำพูดเรียบๆไม่มีท่าทีตื่นเต้นอย่าง ไม่คิดว่านาจิซังจะมาด้วย ส่วนนานะที่ไม่ส่งเสียงอะไรมาได้แค่พยักหน้า แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ปกติและที่เป็นความบังเอิญที่จะมาเจอกันกลางทางและมาทางเดียวกัน อีกอย่างเขารู้จักไซกะ ซึ่งคนอย่างไซกะไม่มีทางสนใจกับเรื่องแบบนี้แน่นอนถึงยังไงยูนะก็ไม่มีสิทธิที่จะไปคิดมากเรื่องของทาเครุกับออซ พวกเขาคือคนที่เธอไม่รู้จัก แต่บางที ตอนนี้เธอคิดว่าหากถามไปหน่อยก็คงไม่เสียหาย
"มิยาฮาระซัง คุณเรียนอยู่ที่ไหนหรือคะ?"
"เอ๋ เอ่อ อาโอบะครับ มหาวิทยาลัยอาโอบะ"
อาโอบะเหรอ ออซทั้งวงก็เรียนอยู่ที่นั่น แล้วนานะกับไซกะไปรู้จักคนจากมหาวิทยาลัยใหญ่โตอย่างอาโอบะได้ไง ยูนะคิด
 

     "คณะอะไรหรือคะ?"
"วิทยาศาสตร์ครับ สาขาเคมี"
แต่ออซเรียนสาขาที่ดนตรีสากล คงไม่ใช่...
"แล้วไปรู้จักกับนานะได้ยังไงคะ?"
ตอนนี้ทาเครุเริ่มรู้สึกถึงความแปลกประหลาดในคำถามของเด็กสาว แม้จะเป็นคำถามธรรมดา น้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น
"เอ่อ...คือผมเคยขอให้นานะซังมาช่วยอะไรนิดหน่อย...น่ะครับ..."
"ขอให้นานะช่วย?"
"ครับ เอ่อ คือ...ก็เรื่องเล็กๆน้อยๆ"
ก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่ประสานกันแน่นอยู่บนตัก เขารู้สึกได้ว่าคำถามต่อไปต้องยากขึ้นแน่นอนยูนะมองชายหนุ่มที่อายุมากกว่าและตัดสินใจถามไปตรงๆ
 

     "งั้นขอเสียมารยาทหน่อยนะคะ คุณรู้จักกับออซเป็นการส่วนตัวรึเปล่าคะ?"
ทาเครุตกใจกับคำถาม แต่เขายังคงไม่เงยหน้า มือที่ประสานกันเริ่มมีเหงื่อออก เหงื่อเริ่มไหลทั้งๆที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนทำไงดีๆ ความคิดของชายหนุ่มสับสน สมองทำงานไม่ทันตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว อยากหนีไปจากตรงนี้ อยากเดินออกไปจากตรงนี้ แต่ถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งน่าสงสัย และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะทำซะหน่อย
"ม...ไม่..."
"จะเป็นไปได้ยังไงกันยูนะ"คนที่พูดคือมิกะที่หันกลับมาร่วมวงสนทนา"ถ้าเขารู้จักแสดงว่ายัยนานะก็ต้องรู้จักด้วย แต่ถ้ายัยนั่นรู้จักจริงก็คงมาเล่าให้พวกเราฟังแล้วล่ะ"
ราวกับแสงสว่างท่ามกลางความมืดของทาเครุ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งใจ เงยหน้าขึ้นมองหน้ามิกะพร้อมขอบคุณในใจยูนะไม่พูดอะไรต่อ เธอพยักหน้าเป็นเชิงว่า เข้าใจแล้ว
 


      "นานะจัง?"ชายหนุ่มเรียกเบาๆพร้อมยื่นสมุดที่ตอนนี้มีลายเซ็นต์ของทั้งสามอยู่ให้  นานะได้สติคืนและรับสมุดมาด้วยมืออันสั่นเทา โดยหน้ายังคงแดงอยู่ 
"ขอบคุณค่ะ"เธอพูด กอดสมุดแน่น ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะไม่เท่าความทรงจำก็ตาม
"จริงสิ นานะจัง พวกเธอว่างไหม วันคริสต์มาส"
จู่ๆมิวะก็ถามขึ้นมา พวกเธอเหรอ หมายถึงฉันกับไซกะแล้วก็ทาเครุจังน่ะเหรอ หรือรวมพวกมิกะไปด้วย นานะคิด
"พวกเธอทั้งหมดน่ะ เพื่อนสองคนด้วย"
ราวกับว่ามิวะอ่านใจออก เขาพูดทันทีที่เธอคิดเสร็จ นานะแอบตกใจเล็กน้อย ขยับแว่นที่เลื่อนลงมาให้เข้าที่และตอบคำถามนั้น
"ค่ะ ก็คิดว่าว่าง"
"งั้น ตอนสิบโมงถึงเที่ยงล่ะ พวกฉันมีงานถ่ายรายการในเมืองน่ะ"
"รายการเหรอคะ?"
"ใช่ เป็นเกี่ยวกับวันคริสต์มาส ถ้าว่างก็ไปดูได้นะ ที่สวนสาธารณะ"
คราวนี้ชิกิตอบ เขายิ้มให้ เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆอีกตามเคยอา...จะเป็นใครในสามคนนี้ยิ้มก็กรี๊ดหมดสินะ นานะคิดโดยลืมไปว่า ถ้าเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้เธอก็กรี๊ดเหมือนกันแวบหนึ่งเธอได้ยินเสียงของมิกะดังมาจากด้านหลัง...
"ค่ะ ถ้าว่างจะไปนะคะ"
ทั้งสามยิ้มให้อีกครั้ง พอนานะก้มขอบคุณเรื่องลายเซ็นต์ เหล่าสาวกก็แห่กันเข้ามาขอบ้างอย่างนานะ ถือว่าเป็นโชคดีที่เธอจะได้ปลีกตัวออกมาโดยไม่เป็นเป้าสายตา(ที่แผ่รังสีริษยามาด้วย)
 
 
 
 
 

      ทันทีที่กลับไปถึงโต๊ะ เด็กสาวฟุบลงอย่างหมดแรง(ทั้งทางกายและทางใจ) เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าใช้แรงไปเยอะพอสมควรแม้จะเป็นเรื่องแค่นี้
"เหนื่อยจัง"
สมุดเล่มสำคัญถูกวางอยู่บนโต๊ะ มิกะหยิบไปดูและยิ้มกริ่ม ยูนะที่นั่งข้างๆมองด้วยความประหลาดใจ แค่ลายเซ็นต์ธรรมดา น่าดีใจด้วยเหรอ แต่คิดว่าไม่พูดออกไปจะดีกว่าส่วนทาเครุได้แต่มองคนข้างๆอยู่เฉยๆโดยไม่พูดอะไร เขาคงยังเหนื่อย(ทางใจ)กับการสอบสวน(แบบไม่เป็นทางการ)ของยูนะเมื่อซักครู่
"แล้ว ทำไมไปนานผิดปกติล่ะ คุยอะไรกันเหรอ"
ยูนะถามขึ้นหลังจากดูสมุดเสร็จ คำถามที่เรียกอาการตกใจของทาเครุอีกครั้ง เขามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่นเธอความรู้สึกดีเกินไป เขาคิด
"เอ๋ อ่า...คือ พอดีว่าเขาชวนไปดูเขาถ่ายรายการวันคริสต์มาสด้วยน่ะ"
นานะลุกขึ้นนั่งตัวตรงเพื่อตอบคำถาม พยายามใช้ระดับเสียงและสีหน้าให้ปกติ ไม่ให้เพื่อนสาวรู้สึกของความตื่นเต้นและความลับที่ซ่อนไว้ข้างใน
"ยูนะว่างอยู่สินะ ทาเครุจังด้วย ไปกันไหม? สิบโมงที่สวนสาธารณะ"
คนถูกถามทั้งสองพยักหน้าพร้อมกันเป็นคำตอบว่าตกลง     
 
 

      มิกะได้ยินอย่างนั้นพูดออกมาอย่างดังว่า "ไป!" โดยไม่คิด แต่เธอคงลืมไปแล้วว่าเธอเคยบอกว่าจะไปกับแฟน 
"จะไปกับทาเคดะไม่ใช่รึไง หรือว่าลืมไปแล้ว" นานะถาม
"ไปเลื่อนเอาก็ได้ ออซสำคัญกว่ามาก"
"เปลี่ยนใจง่ายไปมั้งแม่คุณ!!"
"โคนัตสึน่ะเจอได้ตลอด แต่มิวะคุงกับชิกิคุงไม่ได้เจอได้ตลอดนี่!!!"
"งั้นชวนไซกะไปด้วยสิ"ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงอยู่ ยูนะก็พูดต่อโดยไม่สนใจ
"จะดีเหรอ อย่างไซกะที่ไม่ชอบเรื่องแบบนี้คงไม่ไปหรอก"
แต่ผมอยากให้ไปนะครับ ทาเครุพูดเบาๆ คนนั่งข้างๆหันไปมองแวบหนึ่ง เธอได้ยินคำพูดนั้นอยู่และตอนนั้นเองที่ความคิดบางอย่างก็ออกมา
"ไปอยู่แล้ว ไซกะน่ะ"
นานะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาจนทาเครุที่นั่งข้างๆแทบสะดุ้ง
 
 
 
 
 

      แผนการในวันหยุดเริ่มขึ้นแล้ว จากนี้ไปคงจะเจอเรื่องน่าสนุกอีกมากมายแน่นอน นานะคิดอย่างมีความสุข เพราะวันนี้เจอเรื่องดีๆมาหลายเรื่อง และเริ่มที่จะมีความกล้าในการเข้าหากลุ่มคนที่ตนชอบมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง...


     
 
 

Transition -5-

posted on 01 Oct 2011 19:36 by himawari-sos-dan in Novel

Transition


-5-


      หลังจากที่พวกไซกะได้เจอกับทาเครุและออซก็ผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มโดยไม่มีอะไรคืบหน้า นานะที่เริ่มโวยวายเพราะช่วงเดือนกว่าๆนี้มีแต่งานจนไม่ได้ไปเที่ยวเล่น
ทำให้ไซกะหัวเสียด้วยความรู้สึกรำคาญหรืออะไรก็แล้วแต่ ส่งผลให้ช่วงนี้เธอดูหงุดหงิดบ่อยกว่าปกติ จนสุดท้ายต้องพาทาเครุมาจนได้
"ทีนี้จะได้เลิกโวยวายสักที"  ไซกะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ขณะนั่งอยู่ที่คาเฟ่แถวมหาลัยอาโอบะที่มาประจำ
มิยาฮาระ ทาเครุ นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ หันหน้ามองไซกะและนานะสลับกัน ในหัวคิดบางอย่างที่วุ่นวายไปหมด


 

 

คุณนานะโกรธเราเหรอ? คุณไซกะโมโหอะไรมาเหรอครับ?


 

 

     "ทาเครุจัง!"
นานะทุบโต๊ะดังปึ้ง พร้อมทำหน้าทะมึงทึงใส่จนทาเครุต้องสะดุ้งอย่าหวาดกลัว
"เราเล่นกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะได้เอาจริงสักที! ไม่อย่างงั้นเธอก็จะเป็นคนฝ่ายรับแบบนี้ตลอดไป!!"
"ค...ครับ!!"
"ที่ฉันเรียกเธอมาในวันนี้เพราะจะเริ่มสอนอย่างจริงๆแล้วยังไงล่ะ!"
นานะกำหมัดขึ้นและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนท่าที่มั่นใจว่าจะชนะในการแข่งขัน
นั่นฉันเป็นคนพามาเฟ้ย ไซกะกระตุกคิ้วอย่างหงุดหงิด ต้องไปตามถึงบ้านแล้ว(ใช้กำลัง)พามาเพราะใครบางคนที่ทำหน้าไม่รับแขกและโวยวายว่า 'ฉันอยากเจอทาเครุจัง! อยากไปเที่ยวกับทาเครุจัง!'  
อยู่ตลอดช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอ นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับยูนะและมิกะ ทั้งสองยังไม่รู้ความลับเรื่องนี้ ซึ่งแน่อยู่แล้วว่านานะพูดเรื่องนี้กับไซกะคนเดียว

 

      "ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนสภาพภายนอกก่อน แต่จะเริ่มยังไงดี"
ยกมือขึ้นแตะคางพลางใช้ความคิด คนที่ดูจริงจังก็คงจะเป็นแค่เด็กสาวสวมแว่นนี้คนเดียว ทาเครุยังคงมึนๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ผมหน้ายาวเกินไปรึเปล่า ดูบังหน้าตาไปหมด ลักษณะการแต่งตัวก็ดูเชยๆไปหน่อยด้วย"
ถูกที่เธอพูด ครั้งแรกที่ไซกะรู้สึกดีกับนานะ ทาเครุที่ผมม้ายาวจนเกือบปิดใบหน้า และยังใส่แว่นอีก การแต่งตัวก็ค่อนข้างเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตธรรมดาไม่ฉูดฉาด กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบเก่าๆ
รูปร่างก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย ไม่เตี้ยเกินไป ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป แต่งนิดแต่งหน่อยน่าจะดูดี ยิ่งนานะที่ถนัดในการจับคนอื่นแต่งตัวอยู่แล้วจึงไม่ใช่ปัญหา(ยูนะเป็นเหยื่อรายแรกในการพิสูจน์ฝีมือ)
นานะเพ่งดูแล้วดูอีก ส่วนทาเครุที่เริ่มอายเพราะถูกจ้องได้แต่หลบตามองไปทางอื่น
"งั้นก่อนอื่นต้องไปจัดการเรื่องผมก่อน"
"ผม...หรือครับ"
ชายหนุ่มจับที่ผมของตัวเองอย่างหวาดๆ ไม่ใช่เพราะกลัวที่จะต้องสุญเสียผมไป แต่กลัวว่าจะโดนอะไรมากกว่า

 


      ถึงจะเป็นแค่การทำผมธรรมดาๆทั่วไป แต่มือของทาเครุกลับสั่นไม่หยุด ช่างทำผมบรรจงหวีผมอย่างช้าๆ ในขณะที่นานะบอกกับช่างว่าจะให้ทำผมทรงไหน
"ตัดผมหน้าให้สั้นหน่อย แล้วก็ปัดผมไปทางนี้"
นานะยกมือปัดผมไปทางด้านขวาเล็กน้อย ช่างสาวพยักหน้า เผยรอยยิ้มเป็นมิตร ค่อยๆง้างกรรไกร และเริ่มทำงาน
ชายหนุ่มหลับตาทันทีที่กรรไกรเริ่มตัดผมออก  เศษผมที่ร่วงลงบนตักของเขา เหมือนชีวิตเก่าๆค่อยๆหายไป ทาเครุหวังว่าจะได้เจอเรื่องดีๆต่อจากนี้
การตัดผมหรือการเปลี่ยนทรงผมเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ ใครสักคนเคยพูดไว้ ถ้าอย่างนั้น จะเริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่ควรจะเป็น
ถึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบเจอกับคนใหม่ๆ ได้ใกล้ชิดกับคนที่อยากเข้าใกล้มาตลอด จากนี้นอกจากจะพึ่งพาไซกะกับนานะแล้ว ต้องลุกขึ้นและเดินไปด้วยตนเองให้ได้
ทาเครุคิดเช่นนั้น
"หวาว ดูดีสุดๆเลย ทาเครุจัง!"
ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าราวกับไม่ใช่ตัวตนของเขาคนเดิม ผมม้าที่ปัดไปทางขวาเล็กน้อยและสั้นลง ไม่ปิดใบหน้าและดวงตานั้นอีกแล้ว
การมองเห็นดูชัดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ตัดผมออกไปนี่ ก็ต้องชัดขึ้นสิ ผมม้านายมันเกะกะ ตัดออกไปก็ดี"
ไซกะพูดราวกับรู้ว่าทาเครุคิดอะไรอยู่  ถึงจะไม่ได้ยิ้มหรือทำท่าชื่นชมอะไรมากมาย ทาเครุก็รู้ดีว่าเด็กสาวกำลังชมเขาอยู่
"ต่อไป...ก็เรื่องเสื้อผ้า"


     
      ดูเหมือนทาเครุจะกลายเป็นของเล่นของนานะไปชั่วคราว นานะที่สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบให้เขาลองใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตผูกเนคไทแบบพนักงานบริษัท
เสื้อยืด กางเกงขาสามส่วน(ที่ไซกะเห็นแล้วหลุดขำครั้งแรก) เสื้อสไตล์ฮิปฮอป หรือสไตล์ต่างๆที่ชายหนุ่มไม่เคยใส่มาก่อน
นานะใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาตัวที่เข้ากันกับทาเครุได้ แม้จะลองมาหลายชุดแล้ว แต่ที่ดูเหมือนจะเข้ากันมากที่สุดนั้นยังไม่มี จนสุดท้ายต้องกลับมาที่รูปแบบธรรมดา

 

      ทาเครุเปิดผ่าม่านห้องลองเสื้อออก เขาสวมเสื้อกั๊กสีดำ มีแถบตรงหน้าอกสองแถบเป็นสีขาว ข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าผ้าใบ
นานะที่เป็นผู้เลือกให้ยังมองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มผู้จืดชืดคนเก่าหายไป ตรงหน้ามีเพียงชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนอื่นเท่านั้น ทาเครุที่เปลี่ยนแนวการแต่งตัว(ถึงจะยังคงความเรียบๆเอาไว้)
ทำให้เขาดูดีในสายตาของคนอื่นๆ แม้จะยังใส่แว่นอยู่ก็ตาม
“นี่ ทาเครุจัง เธอสายตาสั้นเหรอ?”
นานะถาม ทาเครุเงียบไปสักครู่ก่อนตอบ
“เปล่าหรอกครับ...แต่ใส่แล้วให้ความรู้สึกว่ามีความมั่นใจ...”
"งั้นถอดออกได้ไหม?"
"เอ่อ...ครับ"


     ทาเครุค่อยๆถอดแว่นตาออก นานะที่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องลุ้นเหมือนส่งชิ้นส่วนไปชิงโชคกับรายการโทรทัศน์ จ้องมองด้วยใบหน้ากึ่งเครียดกึ่งยิ้ม
ทันทีที่แว่นออกจากใบหน้าไป เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่แม้จริงของชายหนุ่ม แม้จะไม่ถึงขั้นว่าหล่อเหลาจนมองเพียงครั้งเดียวก็หลงใหล แต่ต้องยอมรับว่าหากมองดีๆ
ใบหน้าที่เคยจืดชืดภายใต้แว่นนั้นกลับดูดีผิดคาด
"ทาเครุจัง...เธอไม่ต้องใส่แว่นเลยจะดูดีกว่านะ"
ชายหนุ่มไม่ตอบ มองแว่นในมือตนเอง ครุ่นคิดอะไรหลายๆอย่าง ทาเครุไม่ได้ใส่เพราะสายตาสั้น แต่เพื่อปกปิดใบหน้านั้นต่างหาก
ส่วนมากอยู่ที่บ้านเขาก็ถอด และมักใช้ตอนอ่านหนังสือเป็นประจำ ถ้าอย่างนั้นถึงจะถอดออกก็คงไม่เป็นไร ไหนๆก็คิดจะเปลี่ยนตนเองอยู่แล้ว
จากนั้นนานะก็เลือกเสื้อผ้าให้อีกหลายชุดเพื่อเป็นแนว พร้อมกำชับให้เลือกใส่แต่ชุดทำนองนี้เท่านั้น
ถึงจะไม่ฉูดฉาดมากเกินไป แต่สำหรับคนอย่างชายหนุ่มถือว่าใส่แล้วดูดี

 

      ขณะที่นานะและทาเครุกำลังเลือกซื้อเสื้อผ้า ไซกะเดินวนเวียนอยู่ในร้านโดยไม่สนใจเสื้อผ้าหรือผู้คน ดูสิ่งของรอบข้างอย่างผ่านๆตา
เดิมไซกะไม่เคยสนใจเรื่องการแต่งตัวอยู่แล้ว เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นธรรมดา นั่นคือสิ่งที่เป็นเธอ ถึงนานะและยูนะจะเคยบอกให้เปลี่ยนบ้าง
แต่มีหรือคนอย่างไซกะจะยอม การแต่งกายแบบนั้น ใบหน้าบึ้งตึงที่ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็น ผมและดวงตาสีดำสนิท บางคนที่ผ่านไปมาจึงมองว่า เท่ห์ ในฐานะของผู้ชาย
ยิ่งชอบการเตะต่อย ยิ่งทำให้เหมือนผู้ชายเข้าไปใหญ่ นั่นแค่ภายนอก น้อยคนที่จะรู้จักเด็กสาวจากข้างใน

 

      มือหนาของชายหนุ่มแตะบ่าของไซกะเบาๆ ทาเครุที่โดนนานะเล่นจนหนำใจแล้วเดินออกมาพร้อมถุงใส่เสื้อผ้าเก่าของตน ใบหน้าไร้แว่นดูสดใสยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นไซกะก็ไม่คิดจะตื่นเต้นไปกับความเปลี่ยนแปลงนี้เลยแม้แต่น้อย
"เสร็จแล้วใช่ไหม"
น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย ทาเครุพยักหน้าเป็นคำตอบ
นานะเดินมาอย่างอารมณ์ดี พูดเตือนเรื่องการแต่งกายให้กับทาเครุนิดหน่อยก่อนเดินออกจากร้าน
"ต่อไปทำอะไรอีกดี"


     กำลังสนุกอยู่สินะ ไซกะนึกพลางถอนหายใจ
รูปลักษณ์ภายนอกบางส่วนเปลี่ยนไปแล้ว เหนืออีกเพียงแค่ส่วนสูงเท่านั้นที่อีกไม่เท่าไรก็เลยนัทซึโนะแล้ว
ไซกะทำท่าครุ่นคิดพลางมองหน้าทาเครุอย่างเงียบๆ และตัดสินใจพูดออกมา
"ทาเครุ หลังเรียนเสร็จนายว่างไหม"
"ครับ บางวันก็ว่างครับ"
"เล่นบาสเป็นไหม?"
ทาเครุเอียงคอสงสัยเล็กน้อย
"ครับ ก็พอได้..."
นานะที่รู้แล้วว่าเพื่อนสาวต้องการจะพูดถึงอะไร
"งั้น วันที่ว่าง ทาเครุจังก็มาเล่นบาสกับฉันก็แล้วกัน"
"ต้องกินนมเสริมด้วย..."
ทั้งสองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ โดยที่ทาเครุไม่มีสิทธิ์เถียงได้เลย  เรียกว่าไม่อยากเถียงมากกว่า
ทาเครุมองหน้านานะและไซกะสลับกันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนสงสัย ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรอีก แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมรับ
เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจที่จะให้สองคนนี้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาเอง
"งั้นวันนี้พอแค่นี้ กลับกันเถอะ"
นานะเดินนำออกจากร้าน ตามด้วยทาเครุและไซกะที่เดินตามหลัง มือแตะกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างแผ่วเบา

 

      หลังจากที่นานะแยกตัวไปอีกทาง เหลือเพียงทาเครุและไซกะ ทั้งสองไม่พูดอะไรกันมาตั้งแต่ออกจากห้าง ถึงจะรู้สึกอึดอัด แต่ทาเครุก็ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นอยู่ดี
ความคิดต่างๆแล่นไปมาในหัว พยายามจะหาเรื่องพูดคุยเพื่อลบความเงียบนี้
"เอ่อ...."
ไซกะยังคงเดินอย่างช้าๆและมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจชายหนุ่ม
พูดอะไรสักอย่างเถอะครับ.... ทาเครุคิด และดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะส่งไปถึงเด็กสาว
"ทาเครุ"
"ค..ครับ!"
เผลอตอบด้วยความตกใจ ตอนนั้นเอง ไซกะหยุดเดิน ยกมือขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกง ดึงถุงสีฟ้าเล็กๆออกมาและยื่นไปข้างหน้า
"ฉันให้"
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับมาอย่างสงสัย เมื่อเปิดดู ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ
สร้อยคอสีเงินถูกดึงออกมาจากข้างในถุง ตัวจี้เป็นวงกลมทำจากอลูมิเนียมสีเงิน ตรงกลางกลวง มีขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักปานกลาง
ไซกะแอบซื้อมาจากร้านตอนที่นานะและทาเครุกำลังเลือกเสื้อผ้ากันอยู่
ถึงจะบ่นหรือทำหน้าไม่พอใจไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ใจร้ายไปทั้งหมด จี้ห้อยคอนี้เหมือนของขวัญที่เธออยากให้มอบให้กับผู้ที่เป็นศิษย์

 

      ทาเครุยิ้มออกมาเหมือนเด็กๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขาไม่เคยได้ของขวัญจากใครมาก่อน หรือแม้แต่การที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนในวันหยุดก็ไม่เคย
ดังนั้นการที่ไซกะและนานะพาเขาออกมาข้างนอก ทำให้เขาดีใจมาก
"ขอบคุณครับ...."
ชายหนุ่มสวมสร้อยทันที และช้อนมือของเด็กสาวขึ้นมา เกาะกุมไว้แน่น ใบหน้าหวานฉายแววจริงจัง
"ผมจะรักษามันอย่างดี และสัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ดังนั้น คุณไซกะ...."
ทาเครุเว้นวรรค ดึงมือของเด็กสาวที่กอบกุมไว้แนบอก
"ช่วยอยู่ข้างๆผมด้วยนะครับ"
"....."
ครั้งนี้ทำให้ไซกะตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะชักมือออกจากแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่มีท่าทีเขินอาย
"เหมือนโดนนายสารภาพรักยังไงไม่รู้....แค่ให้สร้อยเองย่ะ"
เสียงหัวเราะแหะๆดังมากทาเครุ ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน คนพูดเขินแทนในขณะที่คนฟังยังคงเฉย
เดินนำไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ไซกะไม่ได้เขิน และไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แค่ให้สร้อยก็ดีใจขนาดนี้แล้วงั้นรึ เด็กจริงๆ
ริมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย ทาเครุที่เดินตามหลังมองไม่เห็นรอยยิ้มนั้น

 


      หลังจากแยกกันแล้ว ไซกะเดินกลับบ้านเพียงลำพังอย่างเงียบๆ จู่ๆเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางแยกข้างหน้า
ชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาใกล้ ไซกะเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินผ่านอย่างเงียบๆ แต่จู่ๆ ชายหนุ่มกลับจับมือของเธอไว้ พร้อมกระซิบคำพูดอย่างแผ่วเบา
"ไซกะ....สินะครับ"
เหยียดยิ้มและบีบมือเด็กสาวแรงขึ้นจนเธอแทบจะหันไปหา แต่สิ่งที่ได้ยินต่อไปทำให้ต้องหยุดนิ่ง
"ถ้ายุ่งกับมิยาฮาระคุงมากเกินไป ระวังจะลำบากเอานะครับ"
ชายหนุ่มปล่อยมือนั้นให้เป็นอิสระและเดินจากไป ไซกะที่รีบหันไปหาทันทีที่ถูกปล่อยมือ เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาเท่านั้น
คิ้วขมวดเข้าหากัน กำมือข้างที่โดนจับแน่น มองชายหนุ่มจนลับตาไป
      สายลมพัดเอื่อยๆ ซาคาอิ ยููสะเหยียดยิ้มอย่างคนมีชัย กำมือข้างที่สัมผัสเด็กสาวเมื่อครู่แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย