Transition -5-

posted on 01 Oct 2011 19:36 by himawari-sos-dan  in Noval

Transition

-5-

      หลังจากที่พวกไซกะได้เจอกับทาเครุและออซก็ผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มโดยไม่มีอะไรคืบหน้า นานะที่เริ่มโวยวายเพราะช่วงเดือนกว่าๆนี้มีแต่งานจนไม่ได้ไปเที่ยวเล่น
ทำให้ไซกะหัวเสียด้วยความรู้สึกรำคาญหรืออะไรก็แล้วแต่ ส่งผลให้ช่วงนี้เธอดูหงุดหงิดบ่อยกว่าปกติ จนสุดท้ายต้องพาทาเครุมาจนได้
"ทีนี้จะได้เลิกโวยวายสักที"  ไซกะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ขณะนั่งอยู่ที่คาเฟ่แถวมหาลัยอาโอบะที่มาประจำ
มิยาฮาระ ทาเครุ นั่งตาแป๋วอยู่ข้างๆ หันหน้ามองไซกะและนานะสลับกัน ในหัวคิดบางอย่างที่วุ่นวายไปหมด คุณนานะโกรธเราเหรอ? คุณไซกะโมโหอะไรมาเหรอครับ?
"ทาเครุจัง!"
นานะทุบโต๊ะดังปึ้ง พร้อมทำหน้าทะมึงทึงใส่จนทาเครุต้องสะดุ้งอย่าหวาดกลัว
"เราเล่นกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะได้เอาจริงสักที! ไม่อย่างงั้นเธอก็จะเป็นคนฝ่ายรับแบบนี้ตลอดไป!!"
"ค...ครับ!!"
"ที่ฉันเรียกเธอมาในวันนี้เพราะจะเริ่มสอนอย่างจริงๆแล้วยังไงล่ะ!"
นานะกำหมัดขึ้นและเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนท่าที่มั่นใจว่าจะชนะในการแข่งขัน
นั่นฉันเป็นคนพามาเฟ้ย ไซกะกระตุกคิ้วอย่างหงุดหงิด ต้องไปตามถึงบ้านแล้ว(ใช้กำลัง)พามาเพราะใครบางคนที่ทำหน้าไม่รับแขกและโวยวายว่า 'ฉันอยากเจอทาเครุจัง! อยากไปเที่ยวกับทาเครุจัง!'  
อยู่ตลอดช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอ นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับยูนะและมิกะ ทั้งสองยังไม่รู้ความลับเรื่องนี้ ซึ่งแน่อยู่แล้วว่านานะพูดเรื่องนี้กับไซกะคนเดียว
"ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนสภาพภายนอกก่อน แต่จะเริ่มยังไงดี"
ยกมือขึ้นแตะคางพลางใช้ความคิด คนที่ดูจริงจังก็คงจะเป็นแค่เด็กสาวสวมแว่นนี้คนเดียว ทาเครุยังคงมึนๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ผมหน้ายาวเกินไปรึเปล่า ดูบังหน้าตาไปหมด ลักษณะการแต่งตัวก็ดูเชยๆไปหน่อยด้วย"
ถูกที่เธอพูด ครั้งแรกที่ไซกะรู้สึกดีกับนานะ ทาเครุที่ผมม้ายาวจนเกือบปิดใบหน้า และยังใส่แว่นอีก การแต่งตัวก็ค่อนข้างเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตธรรมดาไม่ฉูดฉาด กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบเก่าๆ
รูปร่างก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย ไม่เตี้ยเกินไป ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป แต่งนิดแต่งหน่อยน่าจะดูดี ยิ่งนานะที่ถนัดในการจับคนอื่นแต่งตัวอยู่แล้วจึงไม่ใช่ปัญหา(ยูนะเป็นเหยื่อรายแรกในการพิสูจน์ฝีมือ)
นานะเพ่งดูแล้วดูอีก ส่วนทาเครุที่เริ่มอายเพราะถูกจ้องได้แต่หลบตามองไปทางอื่น
"งั้นก่อนอื่นต้องไปจัดการเรื่องผมก่อน"
"ผม...หรือครับ"
ชายหนุ่มจับที่ผมของตัวเองอย่างหวาดๆ ไม่ใช่เพราะกลัวที่จะต้องสุญเสียผมไป แต่กลัวว่าจะโดนอะไรมากกว่า

      ถึงจะเป็นแค่การทำผมธรรมดาๆทั่วไป แต่มือของทาเครุกลับสั่นไม่หยุด ช่างทำผมบรรจงหวีผมอย่างช้าๆ ในขณะที่นานะบอกกับช่างว่าจะให้ทำผมทรงไหน
"ตัดผมหน้าให้สั้นหน่อย แล้วก็ปัดผมไปทางนี้"
นานะยกมือปัดผมไปทางด้านขวาเล็กน้อย ช่างสาวพยักหน้า เผยรอยยิ้มเป็นมิตร ค่อยๆง้างกรรไกร และเริ่มทำงาน
ชายหนุ่มหลับตาทันทีที่กรรไกรเริ่มตัดผมออก  เศษผมที่ร่วงลงบนตักของเขา เหมือนชีวิตเก่าๆค่อยๆหายไป ทาเครุหวังว่าจะได้เจอเรื่องดีๆต่อจากนี้
การตัดผมหรือการเปลี่ยนทรงผมเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่ ใครสักคนเคยพูดไว้ ถ้าอย่างนั้น จะเริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่ควรจะเป็น
ถึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบเจอกับคนใหม่ๆ ได้ใกล้ชิดกับคนที่อยากเข้าใกล้มาตลอด จากนี้นอกจากจะพึ่งพาไซกะกับนานะแล้ว ต้องลุกขึ้นและเดินไปด้วยตนเองให้ได้
ทาเครุคิดเช่นนั้น
"หวาว ดูดีสุดๆเลย ทาเครุจัง!"
ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้าราวกับไม่ใช่ตัวตนของเขาคนเดิม ผมม้าที่ปัดไปทางขวาเล็กน้อยและสั้นลง ไม่ปิดใบหน้าและดวงตานั้นอีกแล้ว
การมองเห็นดูชัดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ตัดผมออกไปนี่ ก็ต้องชัดขึ้นสิ ผมม้านายมันเกะกะ ตัดออกไปก็ดี"
ไซกะพูดราวกับรู้ว่าทาเครุคิดอะไรอยู่  ถึงจะไม่ได้ยิ้มหรือทำท่าชื่นชมอะไรมากมาย ทาเครุก็รู้ดีว่าเด็กสาวกำลังชมเขาอยู่
"ต่อไป...ก็เรื่องเสื้อผ้า"
     
      ดูเหมือนทาเครุจะกลายเป็นของเล่นของนานะไปชั่วคราว นานะที่สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบให้เขาลองใส่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตผูกเนคไทแบบพนักงานบริษัท
เสื้อยืด กางเกงขาสามส่วน(ที่ไซกะเห็นแล้วหลุดขำครั้งแรก) เสื้อสไตล์ฮิปฮอป หรือสไตล์ต่างๆที่ชายหนุ่มไม่เคยใส่มาก่อน
นานะใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาตัวที่เข้ากันกับทาเครุได้ แม้จะลองมาหลายชุดแล้ว แต่ที่ดูเหมือนจะเข้ากันมากที่สุดนั้นยังไม่มี จนสุดท้ายต้องกลับมาที่รูปแบบธรรมดา
      ทาเครุเปิดผ่าม่านห้องลองเสื้อออก เขาสวมเสื้อกั๊กสีดำ มีแถบตรงหน้าอกสองแถบเป็นสีขาว ข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าผ้าใบ
นานะที่เป็นผู้เลือกให้ยังมองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มผู้จืดชืดคนเก่าหายไป ตรงหน้ามีเพียงชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนอื่นเท่านั้น ทาเครุที่เปลี่ยนแนวการแต่งตัว(ถึงจะยังคงความเรียบๆเอาไว้)
ทำให้เขาดูดีในสายตาของคนอื่นๆ แม้จะยังใส่แว่นอยู่ก็ตาม
“นี่ ทาเครุจัง เธอสายตาสั้นเหรอ?”
นานะถาม ทาเครุเงียบไปสักครู่ก่อนตอบ
“เปล่าหรอกครับ...แต่ใส่แล้วให้ความรู้สึกว่ามีความมั่นใจ...”
"งั้นถอดออกได้ไหม?"
"เอ่อ...ครับ"
ทาเครุค่อยๆถอดแว่นตาออก นานะที่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องลุ้นเหมือนส่งชิ้นส่วนไปชิงโชคกับรายการโทรทัศน์ จ้องมองด้วยใบหน้ากึ่งเครียดกึ่งยิ้ม
ทันทีที่แว่นออกจากใบหน้าไป เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่แม้จริงของชายหนุ่ม แม้จะไม่ถึงขั้นว่าหล่อเหลาจนมองเพียงครั้งเดียวก็หลงใหล แต่ต้องยอมรับว่าหากมองดีๆ
ใบหน้าที่เคยจืดชืดภายใต้แว่นนั้นกลับดูดีผิดคาด
"ทาเครุจัง...เธอไม่ต้องใส่แว่นเลยจะดูดีกว่านะ"
ชายหนุ่มไม่ตอบ มองแว่นในมือตนเอง ครุ่นคิดอะไรหลายๆอย่าง ทาเครุไม่ได้ใส่เพราะสายตาสั้น แต่เพื่อปกปิดใบหน้านั้นต่างหาก
ส่วนมากอยู่ที่บ้านเขาก็ถอด และมักใช้ตอนอ่านหนังสือเป็นประจำ ถ้าอย่างนั้นถึงจะถอดออกก็คงไม่เป็นไร ไหนๆก็คิดจะเปลี่ยนตนเองอยู่แล้ว
จากนั้นนานะก็เลือกเสื้อผ้าให้อีกหลายชุดเพื่อเป็นแนว พร้อมกำชับให้เลือกใส่แต่ชุดทำนองนี้เท่านั้น
ถึงจะไม่ฉูดฉาดมากเกินไป แต่สำหรับคนอย่างชายหนุ่มถือว่าใส่แล้วดูดี
      ขณะที่นานะและทาเครุกำลังเลือกซื้อเสื้อผ้า ไซกะเดินวนเวียนอยู่ในร้านโดยไม่สนใจเสื้อผ้าหรือผู้คน ดูสิ่งของรอบข้างอย่างผ่านๆตา
เดิมไซกะไม่เคยสนใจเรื่องการแต่งตัวอยู่แล้ว เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นธรรมดา นั่นคือสิ่งที่เป็นเธอ ถึงนานะและยูนะจะเคยบอกให้เปลี่ยนบ้าง
แต่มีหรือคนอย่างไซกะจะยอม การแต่งกายแบบนั้น ใบหน้าบึ้งตึงที่ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็น ผมและดวงตาสีดำสนิท บางคนที่ผ่านไปมาจึงมองว่า เท่ห์ ในฐานะของผู้ชาย
ยิ่งชอบการเตะต่อย ยิ่งทำให้เหมือนผู้ชายเข้าไปใหญ่ นั่นแค่ภายนอก น้อยคนที่จะรู้จักเด็กสาวจากข้างใน
      มือหนาของชายหนุ่มแตะบ่าของไซกะเบาๆ ทาเครุที่โดนนานะเล่นจนหนำใจแล้วเดินออกมาพร้อมถุงใส่เสื้อผ้าเก่าของตน ใบหน้าไร้แว่นดูสดใสยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นไซกะก็ไม่คิดจะตื่นเต้นไปกับความเปลี่ยนแปลงนี้เลยแม้แต่น้อย
"เสร็จแล้วใช่ไหม"
น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเบื่อหน่าย ทาเครุพยักหน้าเป็นคำตอบ
นานะเดินมาอย่างอารมณ์ดี พูดเตือนเรื่องการแต่งกายให้กับทาเครุนิดหน่อยก่อนเดินออกจากร้าน
"ต่อไปทำอะไรอีกดี"
กำลังสนุกอยู่สินะ ไซกะนึกพลางถอนหายใจ
รูปลักษณ์ภายนอกบางส่วนเปลี่ยนไปแล้ว เหนืออีกเพียงแค่ส่วนสูงเท่านั้นที่อีกไม่เท่าไรก็เลยนัทซึโนะแล้ว
ไซกะทำท่าครุ่นคิดพลางมองหน้าทาเครุอย่างเงียบๆ และตัดสินใจพูดออกมา
"ทาเครุ หลังเรียนเสร็จนายว่างไหม"
"ครับ บางวันก็ว่างครับ"
"เล่นบาสเป็นไหม?"
ทาเครุเอียงคอสงสัยเล็กน้อย
"ครับ ก็พอได้..."
นานะที่รู้แล้วว่าเพื่อนสาวต้องการจะพูดถึงอะไร
"งั้น วันที่ว่าง ทาเครุจังก็มาเล่นบาสกับฉันก็แล้วกัน"
"ต้องกินนมเสริมด้วย..."
ทั้งสองตัดสินใจเองเสร็จสรรพ โดยที่ทาเครุไม่มีสิทธิ์เถียงได้เลย  เรียกว่าไม่อยากเถียงมากกว่า
ทาเครุมองหน้านานะและไซกะสลับกันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนสงสัย ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรอีก แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมรับ
เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจที่จะให้สองคนนี้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาเอง
"งั้นวันนี้พอแค่นี้ กลับกันเถอะ"
นานะเดินนำออกจากร้าน ตามด้วยทาเครุและไซกะที่เดินตามหลัง มือแตะกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างแผ่วเบา

 

      หลังจากที่นานะแยกตัวไปอีกทาง เหลือเพียงทาเครุและไซกะ ทั้งสองไม่พูดอะไรกันมาตั้งแต่ออกจากห้าง ถึงจะรู้สึกอึดอัด แต่ทาเครุก็ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นอยู่ดี
ความคิดต่างๆแล่นไปมาในหัว พยายามจะหาเรื่องพูดคุยเพื่อลบความเงียบนี้
"เอ่อ...."
ไซกะยังคงเดินอย่างช้าๆและมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจชายหนุ่ม
พูดอะไรสักอย่างเถอะครับ.... ทาเครุคิด และดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะส่งไปถึงเด็กสาว
"ทาเครุ"
"ค..ครับ!"
เผลอตอบด้วยความตกใจ ตอนนั้นเอง ไซกะหยุดเดิน ยกมือขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกง ดึงถุงสีฟ้าเล็กๆออกมาและยื่นไปข้างหน้า
"ฉันให้"
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับมาอย่างสงสัย เมื่อเปิดดู ดวงตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ
สร้อยคอสีเงินถูกดึงออกมาจากข้างในถุง ตัวจี้เป็นวงกลมทำจากอลูมิเนียมสีเงิน ตรงกลางกลวง มีขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักปานกลาง
ไซกะแอบซื้อมาจากร้านตอนที่นานะและทาเครุกำลังเลือกเสื้อผ้ากันอยู่
ถึงจะบ่นหรือทำหน้าไม่พอใจไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ใจร้ายไปทั้งหมด จี้ห้อยคอนี้เหมือนของขวัญที่เธออยากให้มอบให้กับผู้ที่เป็นศิษย์
      ทาเครุยิ้มออกมาเหมือนเด็กๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขาไม่เคยได้ของขวัญจากใครมาก่อน หรือแม้แต่การที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนในวันหยุดก็ไม่เคย
ดังนั้นการที่ไซกะและนานะพาเขาออกมาข้างนอก ทำให้เขาดีใจมาก
"ขอบคุณครับ...."
ชายหนุ่มสวมสร้อยทันที และช้อนมือของเด็กสาวขึ้นมา เกาะกุมไว้แน่น ใบหน้าหวานฉายแววจริงจัง
"ผมจะรักษามันอย่างดี และสัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ดังนั้น คุณไซกะ...."
ทาเครุเว้นวรรค ดึงมือของเด็กสาวที่กอบกุมไว้แนบอก
"ช่วยอยู่ข้างๆผมด้วยนะครับ"
"....."
ครั้งนี้ทำให้ไซกะตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะชักมือออกจากแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่มีท่าทีเขินอาย
"เหมือนโดนนายสารภาพรักยังไงไม่รู้....แค่ให้สร้อยเองย่ะ"
เสียงหัวเราะแหะๆดังมากทาเครุ ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน คนพูดเขินแทนในขณะที่คนฟังยังคงเฉย
เดินนำไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ไซกะไม่ได้เขิน และไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แค่ให้สร้อยก็ดีใจขนาดนี้แล้วงั้นรึ เด็กจริงๆ
ริมฝีปากเหยียดยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย ทาเครุที่เดินตามหลังมองไม่เห็นรอยยิ้มนั้น

 

      หลังจากแยกกันแล้ว ไซกะเดินกลับบ้านเพียงลำพังอย่างเงียบๆ จู่ๆเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางแยกข้างหน้า
ชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาใกล้ ไซกะเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินผ่านอย่างเงียบๆ แต่จู่ๆ ชายหนุ่มกลับจับมือของเธอไว้ พร้อมกระซิบคำพูดอย่างแผ่วเบา
"ไซกะ....สินะครับ"
เหยียดยิ้มและบีบมือเด็กสาวแรงขึ้นจนเธอแทบจะหันไปหา แต่สิ่งที่ได้ยินต่อไปทำให้ต้องหยุดนิ่ง
"ถ้ายุ่งกับมิยาฮาระคุงมากเกินไป ระวังจะลำบากเอานะครับ"
ชายหนุ่มปล่อยมือนั้นให้เป็นอิสระและเดินจากไป ไซกะที่รีบหันไปหาทันทีที่ถูกปล่อยมือ เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาเท่านั้น
คิ้วขมวดเข้าหากัน กำมือข้างที่โดนจับแน่น มองชายหนุ่มจนลับตาไป
      สายลมพัดเอื่อยๆ ซาคาอิ ยููสะเหยียดยิ้มอย่างคนมีชัย กำมือข้างที่สัมผัสเด็กสาวเมื่อครู่แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

Transition -4-

posted on 15 Jul 2011 19:36 by himawari-sos-dan  in Noval

Transition

-4-


      วันต่อมาฝนตกลงมาตามคาด  คาวามิยะ นานะ  นั่งมองเม็ดฝนที่ตกกระทบกระจกของร้านกาแฟที่มาประจำ ถอนหายใจอย่างเนื่อยๆ มือข้างหนึ่งคนแก้วช็อกโกแลตร้อนที่พึ่งจิบไปได้เพียงเล็กน้อย
ทาเครุที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็มีอาการเช่นเดียวกัน เฮ้อ เสียงถอนหายใจรอบที่สามดังขึ้นพร้อมกัน
ในร้านค่อนข้างจะเสียงดัง ผู้คนที่เสร็จจากงานหรือเด็กที่เลิกเรียนแล้วจะแวะกันมาเป็นประจำ แต่บางคนก็เพียงแค่นั่งรอฝนซาลงเท่านั้น
"ในตกแบบนี้จะไปทำอะไรก็ไม่ได้"
นานะพูดออกมาแต่สายตายังคงมองที่กระจกซึ่งชายหนุ่มก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน


 
      วันนี้ไซกะไม่ได้มาด้วยเพราะต้องอยู่ซ้อมชมรมต่อ นานะที่เสร็จจากงานของกรรมการนักเรียนแล้วได้โทรชวนให้ทาเครุออกมาเที่ยวหลังเลิกเรียนกัน แต่ฝนดันตกซะก่อน
ทำให้พวกเขาต้องมาติดแหงกอยู่ที่ร้านกาแฟแทน ในครั้งแรกนานะนึกฉุน ว่าทำไมมาตกเอาตอนนี้  แต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ทั้งสองจึงได้แต่มานั่งมองสายฝนกันสองคน
ไม่มีใครพูดอะไรเป็นเวลานาน จนเหมือนว่าทาเครุจะนึกอะไรบางอย่างออก
"จริงสิ คุณนานะ"
"หืม"
"วันพรุ่งนี้ไปงานที่ศาลเจ้ากันไหมครับ"
"ถ้าฝนหยุดตกล่ะก็นะ"
แล้วก็เข้าสู่ความเงียบต่อ งานที่ศาลเจ้าประจำเมืองที่จัดขึ้นในเดือนนี้ทุกปีถึงนานะจะมองว่าเหมือนเดิมทุกๆปี แต่พอถึงวันงานทีไรเธอก็ต้องไปเที่ยวทุกที
ซึ่งไซกะยังแอบคิด ว่าบ่นไปทำไมในเมื่อก็ไปทุกที แต่ก็ได้คำตอบมาว่า เผื่อปีนี้จะเปลี่ยนไปบ้าง
ตอนนั้นเองที่นานะเกิดความคิดบางอย่าง เธอหันไปหาทาเครุอย่างรวดเร็ว
"ทำไมไม่ชวนพวกนาจิคุงไปด้วยล่ะ"
ทาเครุยกมือขึ้นโบกไปมาเชิงปฏิเสธ ใบหน้ามีสีแดงเรื่อนิดๆ
"ไม่ไหวหรอกครับ"
 แค่จะเดินเข้าไปคุยผมยังไม่กล้าเลย ชายหนุ่มคิด แต่ดูเหมือนว่านานะจะตัดสินใจไปแล้ว จึงเผยแสยะยิ้มออกมาทำให้คนข้างหน้าตกใจเล่น นานะลุกขึ้นเอื้อมมือไปแตะบ่าทาเครุอย่างแรง
ชายหนุ่มสะดุ้งตัวเล็กน้อยแต่ก็รวบรวมความกล้าเงยหน้ามองนานะที่ยังคงแสยะยิ้ม
"ชวนพวกเขามาซะ ทาเครุจัง!"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุดัน ทาเครุเริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว แต่จู่ๆสายตาของเขาก็มองเลยตัวของนานะออกไป ข้างหลังของหญิงสาวมีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมา
เหมือนจะเป็นคนรู้จักด้วย ส่วนนานะก็ได้แต่พูดจาหว่านล้อมที่ไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย
"ขอร้องล่ะทาเครุจัง! นี่เพื่อช่วยเธอด้วยนะ! เธอต้องไปชวนพวกเขามาสิถ้าเป็นเธอต้องทำได้อยู่แล้ว!!"
"ค..คุณนานะ...ครับ..."
พยายามเรียกยังไงนานะก็ไม่ได้ฟังเลยสักนิด มองดีๆกลุ่มชายนั้นก็มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว
"อ้าว นานจังกับทาเครุคุงนี่หน่า"
เสียงคุ้นหูดังขึ้นเรียกให้เด็กสาวต้องค่อยๆหันไปมองอย่างหวาดๆ  คิตามิซาวะ นาจิ นักร้องนำวงออซยืนโบกมือให้กับเธอและทาเครุ แต่วันนี้กลับมาแค่สามคนเท่านั้นอีกสองคนคือ
ซากาโมโต้ นัทซึโนะ และอิชิดะ สึบาสะ
ถึงนานะอยากจะชวนพวกเขาไปในงานพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเจออย่างกะทันหันแบบนี้ รีบปล่อยมือออกจากบ่าของทาเครุและยืนตัวตรงเหมือนเสาธงหันหน้าไปมองนาจิ
อากาศภายในร้านค่อนข้างเย็น แต่ตอนนี้เด็กสาวรู้สึกร้อนโดยเฉพาะใบหน้า
"ขอนั่งด้วยได้ไหม?"
คราวนี้นัทซึโนะเป็นฝ่ายถาม ไม่ต้องรอให้นานะเป็นฝ่ายตอบ ทาเครุก็พูดออกมาด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจแทนว่า เชิญครับ

 

      ตอนนี้ทั้งสองคนต่างนั่งนิ่ง ไม่กล้าขยับตัวหรือทำอะไร ทั้งดีใจทั้งกลุ้มใจ ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี ส่วนความคิดเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านั้นกลับหายไปหมด
สามหนุ่มก็คุยกันแบบไม่สนใจนานะและทาเครุที่นั่งหน้าแดง(และกังวล)อยู่ข้างหน้า
"เอาไงดีล่ะ ทาเครุจัง"
นานะพูดกึ่งกระซิบในขณะที่ยังนั่งก้มหน้า
"ผมอยากเดินออกไปแล้ว...."
ทาเครุที่ตอบไม่ตรงคำถามเพราะเขาเริ่มกัวลเกี่ยวกับสายตาของคนในร้านที่มองมาที่โต๊ะพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่ส่วนใหญ่เป็นสายตาของผู้หญิง แม้แต่พนักงานของร้านก็ยังมอง
แน่ล่ะ หนุ่มหล่อที่เป็นถึงนักร้องดังมานั่งทั้งที(มีหนึ่งคนไม่ได้เป็น) เป็นใครก็ต้องมอง รอบข้างมีเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมากลบเสียงสายฝนที่อยู่ข้างนอกจนหมด
"นานะจัง เมื่อตะกี้ได้ยินพูดถึงงานที่ศาลเจ้าใช่ไหม"
ดูเหมือนว่านาจิจะเริ่มสังเกตเห็นทั้งสองแล้ว หลังพูดจบ คนถูกสาวถึงกับสะดุ้ง พอถึงเวลาจริงๆแม้แต่นานะผู้กล้าหาญก็ยังไม่สามารถพูดออกไปได้
ทำไมเวลาแบบนี้ไซกะไม่อยู่นะ คิดอย่างเจ็บใจ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เธอคิดขึ้นเอง ถึงไซกะจะอยู่ก็คงไม่ช่วยหรอก เหลือบตาไปดูทาเครุที่อยู่ด้านข้างเพื่อขอความช่วยเหลือ
แน่นอนว่าพึ่งพาไม่ได้เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกลายเป็นหินไปเสียแล้ว....
"อ...อื้ม...แบบว่าจะชวนทาเครุจังไป...ด้วยกัน...."
พูดออกไปเลยเซ่! ว่าอยากชวนพวกเขาไปด้วยน่ะ ความคิดในใจไม่ได้กระตุ้นให้ตัดสินใจพูดออกไปและนั่นทำให้นานะยิ่งเกร็งกว่าเดิม
"งั้นพวกฉันไปด้วยได้ไหม"
"อ...อา...."
ในใจบอกว่า ได้สิ! ดีเลย กำลังจะชวนพอดี แน่นอนว่าไม่ได้พูดออกไปแต่กลับตอบรับแบบไม่เป็นคำแทน
"งั้นชวนพวกเรนะไปด้วยกันดีกว่า..."
นาจิที่ถือว่าคำว่า อา ของนานะเป็นคำตอบก็พูดขึ้นมากับนัทซึโนะและสึบาสะ
"ต้องบอกมิวะกับชิกิอีกสินะ"
"งั้น นานะจัง ทาเครุคุง พวกฉันขอพาเพื่อนไปด้วยนะ"
รอยยิ้มราวกับเทพบุตรจากนักแสดงที่ชอบ ช่างส่องประกายเจิดจ้าจนสามารถหลอมให้นานะละลายได้ อา...นาจิคุงช่างเจิดจ้าดั่งแสงอาทิตย์....
"งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่หน้าศาลเจ้านะ ทาเครุคุง"
คำพูดธรรมดาแต่ประกอบด้วยรอยยิ้มของนัทซึโนะเรียกให้ทาเครุเคลิ้มและเผลอตอบรับไปอย่างลืมตัว
"ครับ!!"
จากความกังวล ตื่นเต้น กลายเป็นความดีใจอย่างสุดขีดของนานะและทาเครุ ทั้งสองคิดในใจอย่างตื่นเต้นว่า อดใจรอพรุ่งนี้ไม่ได้แล้ว!! ขอให้ฝนหยุดตกด้วยเถอะ!!!

 

 

 


      "แล้วทำไมฉันต้องมาด้วย"
เสียงบ่นอย่างหงุดหงิดของไซกะดังขึ้นที่หน้าศาลเจ้าของวันต่อมา วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดมีฮู้ดสีดำสนิทและกางเกงยีนส์ ยิ่งเพิ่มความเป็นผู้ชายในตัวเข้าไปอีก
จนครั้งที่ทาเครุเห็นถึงกับบอกว่า คุณเป็นผู้หญิงแน่เหรอครับ? แน่นอนว่าโดนไซกะซัดไปเรียบร้อย
เดิมทีไซกะไม่ใช่คนชอบเที่ยว แต่โดนแรงบังคับของนานะเข้าบ่อยๆจนเกิดความรำคาญ ถึงกับตะโกนใส่โทรศัพท์ไปว่า  เข้าใจแล้วๆ!! ไปก็ไป!!!
แต่คนนัดยังคงไม่มาถึง
"ทำไมยัยนั่นต้องให้ฉันมาเที่ยวเล่นแบบนี้ด้วย"
"คุณไซกะเกลียดคนเยอะๆเหรอครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว มันน่ารำคาญจะตาย"
"เป็นพวกไม่ชอบที่อยู่กับคนหมู่มากสินะครับ...แต่ครั้งนี้ก็มีคนมาเยอะซะด้วยสิ"
"หา? ยัยนั่นไปชวนใครมาอีกล่ะ"
"ออซครับ พวกคุณนาจิกับเพื่อนเขาอีกสองคน"
ไซกะถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด ให้ตายสิ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกจะได้ไม่มา!!
"ขอโทษที่ให้รอ"
เสียงของคนนัดก็มาถึงพอดี ไซกะหันไปหาพร้อมกับอ้าปากจะต่อว่า แต่คำด่านั้นกลับเข้าคอไป เมื่อเห็นว่านานะไม่ได้มาคนเดียว แต่กลุ่มออซนั้นมากันทุกคนพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง
ที่ท่าทางจะเป็นสาวซ่า แต่ก็ดูไม่มีพิษมีภัย เสื้อแขนยาวกับกางเกงขาสามส่วนสไตล์สาวทอมบอย ผมยาวถึงกลางหลังแบบไม่มัดรวบ คิริคาวะ  ซายะ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน(แต่ดูเหมือนทาเครุจะไม่รู้จัก)
น้องสาวของคิริคาวะ  เรนะ แต่ดูเหมือนว่าคนพี่จะไม่อยู่

 

      โชคดีที่วันนี้ฝนไม่ตก ผู้คนที่มางานจึงค่อนข้างมาก และนั่นสร้างความรำคาญให้กับคนที่ไม่ชอบอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆอย่างไซกะ ยิ่งด้วยกลุ่มที่เธอมาด้วยก็เยอะอยู่เช่นกัน
ไซกะได้แต่เดินอยู่ท้ายของกลุ่มเสมอ ส่วนพวกนานะก็ดูจะสนุกสนานกันทีโดยเฉพาะซายะ ที่มักจะสร้างสีสันให้กับกลุ่ม แน่นอนว่าทุกคนคงลืมเรนะไปแล้ว....

      เด็กสาวถอนหายใจและเดินแยกจากไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น และเธอเองก็ดูไม่ใส่ใจกับมันสักเท่าไร ร้านรวงต่างดูคึกคักเพราะผู้คนที่มาเดินเที่ยวทำให้เทศกาลดูมีชีวิตชีวา


      ลมอ่อนๆพัดมากระทบแก้มของไซกะ แม้จะเป็นลมที่ค่อนข้างเย็นแต่เธอกลับรู้สึกร้อนมากกว่า เสียงพูดคุย เสียงโห่ร้องอย่างดีใจของคนที่ยิงเป้าโดนของที่ต้องการ หรือเสียงร้องอย่างเสียดายของคนที่ช้อนปลาพลาด
นั่นไม่ได้ทำให้ไซกะรู้สึกสนุกหรือคึกคักขึ้นเลย แต่ตอนนั้นเองไซกะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันซ้ายหันขวา ใบหน้าแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ชุดวันพีชสีขาวยาวถึงเข่าราวกับลูกคุณหนู
ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนยาวสยายอยู่กลางหลัง ใบหน้าอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงในอุดมคติของชายหลายๆคน
"ทำยังไงดี ทำยังไงดี"
เธอร้อง ไซกะมองดูเธออยู่เพียงแค่แวบหนึ่งและทำเป็นไม่สนใจเดินผ่านเธอได้ หลงทางรึไง แต่โตขนาดนี้คงไม่หลงหรอก ตอนนั้นเองที่หญิงสาว(ที่ไซกะคาดว่า)จงใจวิ่งเข้ามาชนอย่างจัง
เด็กสาวเกือบล้มลงไปนั่งกับพื้นแต่โชคดีที่ยังทรงตัวได้อยู่ ส่วนหญิงสาวนั้นกลับล้มหน้าคว่ำอยู่ตรงปลายเท้า
"อูย เจ็บจัง"
หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้น ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมองมาที่พวกเขา ก็ดีไปอย่าง ไม่งั้นเธอคงอายมากแน่ๆ แค่มาล้มต่อหน้าไซกะก็น่าอายพอแล้ว
จมูกมีรอยแผลเล็กๆ หญิงสาวใช้มือถูที่แผลนั้นเบาๆ น้ำตาคลอเบ้าอยู่นิดๆ
ไซกะที่ยังคงอึ้งได้แต่มองอยู่เฉยๆ อะไรของเขา วิ่งมาชนแล้วยังล้มอีก รีบขอโทษแล้วไปต่อดีกว่า ขณะที่จะอ้าปากจะพูดนั้นกลับโดนขัดเสียก่อน
"ไซกะจังสินะ ดีใจจังเลย หาเจอสักที"
เด็กสาวขมวดคิ้ว รู้จักชื่อฉันได้ยังไง แน่นอนว่าไซกะไม่รู้จักหญิงสาว เพียงแค่คุ้นๆหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าทำไมถึงนึกถึงหน้าของซายะขึ้นมา
ไม่สิ เธอคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายคิริคาวะ ซายะ ทั้งสีผม โครงหน้า ดวงตา ส่วนสูง แม้แต่เสียงก็คล้ายกัน ต่างกันเพียงแค่ลักษณะการแต่งกาย และกิริยาท่าทาง
ซายะจะออกแนวทอมบอย ส่วนเธอคนนี้จะออกแนวสาวหวาน
"ทำไมถึงรู้จักชื่อฉัน"
"ก็พวกของนาจิคุงเล่าให้ฟังนี่หน่า ว่าไซกะจังน่ะมีรูปร่างแบบนี้"
หรือว่า....ไม่ใช่หรอกมั้ง ไซกะสะบัดหัวนิดๆไล่ความคิดนั้นออกไป
"จริงสิ ยังไม่ได้บอกเลยสินะ ฉัน...เรนะ จ๊ะ! คิริคาวะ เรนะ"
"....."
ถึงจะแสดงใบหน้าเย็นชาเหมือนทุกทีแต่ก็อดตกใจไม่ได้ เพียงแค่คิดว่าอาจจะเป็น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริงๆ เรนะที่ตัวสูงกว่าไซกะยืนยิ้มเป็นประกาย
รอยยิ้มที่คงจะจับใจชายหนุ่มได้หลายคน
"แล้วพวกนาจิคุงไปไหนแล้วล่ะ"
เรนะหุบยิ้มลงแล้วทำท่าเหมือนเด็กหลงอีกครั้ง คนมองอย่างไซกะรู้สึกเหนื่อยใจเมื่อรู้ว่าเธอคนนี้หลงทางจริงๆ
"พวกนั้นเดินไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันแยกออกมาอีกที"
"เหรอ...."
แย่จัง เรนะพึมพำเบาๆ สีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเองที่ไซกะรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"ฉันจะเดินเล่นรอบๆงาน จะเดินตามหาพวกนั้นด้วยกันไหม?"
ฉับพลันสีหน้าของเรนะก็ดูมีชีวิตขึ้นมาทันที เธอตอบ อื้ม!! อย่างกระตือรือร้น ไซกะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ และเดินนำไป

 

      ตามทางเรนะดูตื่นเต้นไปหมดเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะผ่านร้านไหนเธอจะต้องแวะไปดูด้วยความสนุกสนานทุกที ถึงไซกะจะไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมรับว่าบางครั้งก็สนุกไปกับเรนะด้วย
ถึงจะดูไม่ใช่ตัวของเธอตามปกติก็ตาม บางทีปล่อยตัวตามสบายบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เรนะก็ไม่ใช่คนเลวร้ายที่สร้างความรำคาญให้เธอได้ตลอด
เรนะนั้นถึงจะโตแล้วแต่ก็มีความเป็นเด็กอยู่มากเหมือนกัน และนั่นก็เป็นเสน่ห์ของเธอเหมือนกัน แน่นอนว่าระหว่างทางเรนะซุ่มซ่ามบ่อยมาก ทั้งชนคนอื่นจนล้ม
สะดุดเท้าตัวเองจนเกือบจะพังร้านขายหน้ากาก หรือลืมกระเป๋าไว้ที่ร้านขายขนม จนไซกะรู้ได้เลยว่าที่เธอคิดว่าเรนะจงใจวิ่งมาชนนั่นเป็นเพราะเธอซุ่มซ่ามอยู่แล้ว
      เมื่อเดินเอ้อระเหยจนมาถึงหน้าศาลเจ้า เรนะนั่งลงกับบันไดด้วยความเหนื่อย ถึงจะไม่เจอคนที่อยากจะตามหา หรือเจอแต่ความเปิ่นของเรนะ แต่ก็ถือว่าสนุกไม่ใช่น้อย
"สนุกจังเลย!!"
ยังคงแสดงความเป็นเด็กอยู่ดี ไซกะนั่งลงข้างๆโดยไม่พูดอะไร เรนะมองหน้าเด็กสาวชั่วครู่แล้วยิ้มออกมา
"ไซกะจังนี่ดีจังนะ อายุแค่นี้แต่ดูเป็นผู้ใหญ่"
"......"
"แต่ว่านะ นานๆทีก็ทำตัวเหมือนเด็กบ้างก็ได้นะ"
"......."
ผู้ใหญ่บางคนก็ทำตัวเป็นเด็กเกินไปสินะ เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ได้แย่อะไร เรนะเป็นคนที่ต่างจากคนอื่นที่ไซกะเคยเจอมา ถึงจะเหมือนสาวๆทั่วๆไป
แต่เธอไม่ได้วี้ว้ายหรือส่งเสียงน่ารำคาญและไม่ได้ดูรักสวยรักงามแบบที่ต้องพกเครื่องสำอางติดตัวเพื่อจะแต่งหน้าตลอดเวลา
จะเรียกได้ว่าสวยธรรมชาติอยู่แล้วก็ได้ นั่นก็เป็นสิ่งที่ไซกะชอบในตัวของเรนะ
"จะสามทุ่มแล้วล่ะ ทุกคนไปอยู่ไหนกันนะ"
เรนะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู ไซกะนึกขึ้นมาได้ ในเมื่อมีโทรศัพท์แต่ทำไมเธอถึงไม่ใช้...
"ทำไมไม่โทรไปหาคิริคาวะ ซายะเอาล่ะ"
ความเงียบเข้าครอบคลุม เรนะมองหน้าไซกะนิ่งๆ ในมือยังถือโทรศัพท์แน่น จากนั้นก็เริ่มตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า และพูดออกมาโดยที่ยังมองหน้าไซกะอยู่
น้ำเสียงลั่นเครือราวกับจะร้องไห้
"ฉัน...ลืมไปเลย...."
เฮ้ย....ไซกะพูดออกมาเบาๆ รู้สึกเหนื่อยใจกับผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเหลือเกิน สาวเปิ่นของแท้เลยสินะ คนๆนี้ 

 


      หลังจากที่เรนะพึ่งรู้ตัวว่ามีโทรศัพท์อยู่แต่ไม่ได้ใช้ และเมื่อโทรหาซายะผู้น้องเสร็จ ก็ดูเหมือนจะถูกบอกให้ไปหาที่ไหนสักที่ในงาน ทั้งคู่จึงต้องเดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง
คราวนี้เรนะเดินนำหน้า ไซกะกลัวว่าถ้าเกิดซุ่มซ่ามอีก จะได้ช่วยไว้ทัน แต่ก็คงไม่เสมอไป
หญิงสาวสะดุดกับบางอย่างบนพื้นและเซไปชนเข้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่เข้า
"ว้าย!"
ชายหนุ่มหันมามองด้วยแววตาที่แข็งกร้าว รอยแผลขนาดใหญ่บนหน้าแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นอันธพาล ก่อเรื่องอีกแล้ว คิริคาวะ เรนะ
"ข..ขอโทษค่ะ!!!"
"นี่ สาวน้อย ขอโทษแล้วมันทำให้เสื้อข้าสะอาดขึ้นไหม!!"
อันธพาลตะโกนเรียกความสนใจให้คนอื่นๆหันมามอง เรนะเงยหน้ามองและก็แทบจะหมดสติ เมื่อเห็นรอยน้ำอัดลมที่หกอยู่ที่เสื้อของอันธพาล
ถอยหลังหนีพร้อมกับตัวสั่นราวกับกระต่ายที่กำลังจะถูกงูรัดและกลืนกิน
ทำไงดี ทำไงดี หันซ้ายหันขวาหาคนมาช่วย แต่ผู้คนที่อยู่รอบๆกับได้แต่ยืนดูและพูดคุยกัน ไม่มีใครจะกล้าเข้ามาช่วยเลยสักคน
"มีเรื่องกับอันธพาลเหรอ"
"แย่แล้ว ใครก็ได้ช่วยเด็กคนนั้นที"
"พี่สาวสวยจัง ไม่น่าก่อเรื่องเลย"
"แย่แน่ๆ เรียกตำรวจที"
เรนะเริ่มแสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ยังไม่มีใครที่สนใจจะเข้ามาห้ามหรือเข้ามาช่วยอยู่ดี จนมือของอันธพาลคว้าข้อมือของเรนะ บีบแน่นและเริ่มขู่
"ว่าไง! จะชดใช้ยังไง!! หา!"
"ข..ขอโทษ..ค่ะ.."
หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัว เป็นครั้งแรกที่ก่อเรื่องแต่ไม่มีคนมาช่วย ปกติซายะจะคอยปกป้องเธอเสมอ แต่คราวนี้ซายะไม่อยู่ จึงเหลือเธอแค่คนเดียว
ความคิดต่างๆเริ่มตีกัน เรนะได้ยินเสียงดัง พลัก ตุบ และเสียงร้องของอันธพาลที่เริ่มไกลออกไป ข้อมือที่โดนบีบคลายออกจึงไม่รู้สึกเจ็บอีก
ค่อยๆลืมตาขึ้นมา เห็นชายอันธพาลล้มลงไปกับพื้น พร้อมกับชี้นิ้วมาที่เธอและร้อง "แก!! แก!! กล้าดียังไงมาเตะข้า!!"
หญิงสาวรู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำ ค่อยหันหลังไป เห็นแต่ไซกะที่ยืนถอนหายใจอยู่
"ไปเถอะ"
เด็กสาวเดินนำผ่านตัวอันธพาลไป แต่คนอย่างนั้น มีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนกระชากไหล่ของไซกะให้หันไปหา
แต่ไซกะไม่สนใจสะบัดข้อมือทิ้งและเดินต่อไป
"เดี๋ยวสิโว้ย!!"
อันธพาลยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของไซกะอีกครั้ง เสียงเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจดังขึ้นจากเด็กสาว คราวนี้เธอหันไปหาและยกมือขึ้นต่อยหน้าชายหนุ่มอย่างแรง
เสียงกรีดร้องดังขึ้น อันธพาลล้มลงไปนอนกับพื้น
เรนะยืนมองอย่างตกใจ ไซกะตัวเล็กแต่กลับแรงเยอะอย่างเหลือเชื่อ แต่ชายหนุ่มยังพยายามยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งและจะเอื้อมมือไปหมายจะต่อยเด็กสาวแต่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจนเขาต้องชะงัก
"คุณตำรวจคะ! ตรงนี้มีอันธพาลจะทำร้ายเด็กค่ะ!!"
ชายอันธพาลสบถออกมา มองหน้าไซกะแวบหนึ่งและวิ่งหนีไป
นานะนั่นเองที่เป็นคนตะโกนออกมา ยังคงเป็นไม้ตายที่ใช้ได้เสมอสินะ
"ปล่อยภัยแล้วน้า ไซกะ"
"......"
เรนะวิ่งเข้าไปหาซายะและสวมกอดด้วยความกลัว เอยขอบใจไซกะ ส่วนเด็กสาวก็แค่พยักหน้าให้
"คุณไซกะยังเก่งเหมือนเดิมเลยครับเนี่ย"
ทาเครุเดินเข้ามาหาด้วยตาประกายที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
ไซกะมองไปทางเรนะที่กำลังถูกมิวะลูบหัว ช่างเป็นคนที่ก่อเรื่องง่ายซะจริงๆ วันนี้ก็วุ่นวายกับความเปิ่นของเธอมากพอแล้ว แต่ก็คงเหมือนเดิม ไซกะยังคงคิดว่าเรนะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเหมือนเดิม......

 


 

[Tag] wallpaper

posted on 02 Jun 2011 20:05 by himawari-sos-dan
รับมาจากคุณจิน ค่ะ
 
Ÿ
 
กติกา

- แปะ Wallpaper ของตนเอง
- บอก OS ที่ใช้, resolution หน้าจอ
- ช่วยระบุหน่อยว่าเอามาจากไหน
- (web ที่ d/l, ถ้าเป็นรูปถ่าย บอกหน่อยว่ามาจากที่ไหน, ...)
- เหตุใดถึงเลือกมาเป็น wallpaper
- จากนั้นหาเหยื่อ ..เอ๊ย ผู้โชคดีอีก 5 คนรับ tag ต่อ จะได้ระบาดหนัก

Ÿ

ณ ปัจจุบันใช้ภาพนี้

 

 

 

บอก OS ที่ใช้, resolution หน้าจอ

Win vista  Resolution 1280x780

 
ช่วยระบุหน่อยว่าเอามาจากไหน
(web ที่ d/l, ถ้าเป็นรูปถ่าย บอกหน่อยว่ามาจากที่ไหน, ...)
 
ถ้าจำไม่ผิดเอามาจาก minitokyo
Ÿ
Ÿ
เหตุใดถึงเลือกมาเป็น wallpaper
Ÿ
เพราะช่วงนี้บ้าเกมนี้+เอามาดูเพิ่มกำลังใจในการเรียน(เกี่ยวไหม?)
Ÿ
Ÿ
จากนั้นหาเหยื่อ ..เอ๊ย ผู้โชคดีอีก 5 คนรับ tag ต่อ จะได้ระบาดหนัก
Ÿ
ให้ใครดีล่ะ ไม่รู้จักใครเลย งั้นเอาเป็นว่า ใครบังเอิญเข้ามาแล้วยังไม่ได้เล่น ก็เอาไปเล่นกันโลด=w=/
 
 
 
 
เวิ่นเว้อนอกเรื่อง
 
 
อา..อยากเล่นเกมจีบหนุ่ม เรียนไม่เยอะแต่งานเพียบ
Ÿ
สอบติดแล้วแม่จะอู้ให้ดู!!!!
 
สงสัยจะเพ้อมาก จิ้นว่าGAT PAT O-NET และสอบตรง เป็นหนุ่มๆที่เราต้องทำคะแนนให้ได้เยอะๆแล้วไปจีบเขา
โดนน้องว่าเพราะจิ้นเป็นเกมจีบหนุ่มซะงั้น มันเป็นธรรมชาติของสาวๆที่ติดเกมจีบหนุ่มกันใช่ม๊าย!!!
(เอ็งเป็นคนเดียวนั่นแหล่ะ)
 
 
ถ้ามี Starry Sky เวอร์ชั่นนี้จะเล่นกันไหม?
 
แบบเนี้ย...
 
 
 
 
 
 
 
(เครดิต Zerochan)
 
 
 
 
(13)Kikan☆Sky!!
 
(มันมี13คนพอดีเนอะ)
 
ถ้าเป็นนัท(น้อง)คงเลือกร็อกซัสไม่ก็ซิออน แต่เราคงเลือกป๋าแซมนัส ท่าทางSดี
 
 
หรือจะเป็นชิกิคุงเวอร์ชั่นนี้
 
 
(มุขนักพากษ์นี่มัน....)
 
แต่เราคงไม่ต้องเห็นชิกิคุงแปลงร่างแบบสะบัดก้นหรอกเนอะ...งั้นคงฮาน่าดู
 
 
เวิ่นเว้อแล้วจากไป
 
 
สุดท้ายนี้
 
 
 
 

Tag : 'Dear, Otome Game'

posted on 15 May 2011 18:48 by himawari-sos-dan

รับจากบล็อค คุณจินเขามาอีกทีค่ะ ด้วยความว่างงาน(ได้ข่าวว่าจะเปิดเทอมแล้ว)

รับมาหน้าด้านๆ ฮา xD

 

 

Tag : 'Dear, Otome Game'

  

1. ขอนิยามคำจำกัดความของคำว่า "Otome" สำหรับคุณสักหน่อย?  

  - สาวน้อย เด็กผู้หญิง

 

 2.ในบรรดา "โอโตเมะเกมส์" ที่ชาตินี้เคยเล่นมา . . . ชอบเกมส์ไหนมากที่สุด?
 

 - ที่เคยเล่นมาก็มีอยู่ไม่อยู่กี่เกม แต่ชอบที่สุดคงเป็น Starry Sky กับ Joker no kuni no alice

 

 3. ถ้าให้เลือกตัวละครหนุ่มที่รักมาแค่ 5 ตัว จาก 5 เรื่องเท่านั้นจะเลือกใครบ้าง? เพราะอะไร?
 
 

Matsumae Ohana!!

  

 อ้าว หนุ่มๆหรอกเหรอ งั้น

 

- Amaha Tsubasa [Starry Sky] ชอบคนที่ออกแนวสดใสแต่ข้างในก็แอบมืดมน(ในบางที) แลเป็นคนน่าแกล้งมาก ที่สำคัญชอบหน้าตอนร้องไห้ตอนที่วันสุดท้ายของคาซึกิด้วย น่ารักดี(Sนี่หว่า)

 

- Saito Hajime [Hakuouki] โทริอุมิซางงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!! บ้าครั้งแรกเพราะนักพากษ์ แต่หลังๆมาชอบโดยไม่รู้ตัว ตอนแรกนึกว่าจะเย็นชาไปได้ตลอดเรื่อง ที่ไหนได้ มีเขินๆอายๆด้วย น่าร๊ากกกกกกกก(โทริอุมิซังพากษ์ยิ่งเพิ่มความน่ารักเข้าไป) อยากดึงผมยาวๆนั่นจัง

 

- Miyaji Ryunosuke [Starry Sky] เหตุผลแรก เพราะท่าทางว่าจะซึน ชอบหนุ่มซึนที่ซู้ดดดดดดดด เหตุผลที่สอง เพราะนักพากษ์ คามิยะซังพากษ์ ฮว้ากกกกกกก!!!!!!! รายนี้เก๊กๆเข้ามากๆเอาของหวานมาล่อคงเก๊กแตก ฮาแกล้งคนแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบ

 

 

 (จงใจเลือกรูป)

- Sakata Gintoki [Gintama] ไม่ใช่เกมจีบหนุ่ม แต่รู้สึกว่าชอบ เพราะนักพากษย์เช่นกัน เหมือนจะชอบแต่คนบ้าๆบอๆ แต่คุณกินมีเสน่ห์นะเอ้อ บทจะเท่ห์ก็เท่ห์ บทจะรั่วก็โคตรจะรั่ว ไม่มีอะไรมากแค่รู้สึกว่าชอบอ่ะ

 

 

-Okita Soji [Hakuouki] ตาคนนี้เป็นประเภทปากร้ายใจดี ปากบอกว่า จะฆ่า แต่ใจบอกว่า ไม่ทำ(เปรียบอะไรของมัน) ดูเผินๆแล้วเหมือนจะน่ากลัว แต่ลึกๆแล้วเป็นคนดี แต่พอแสดงความอ่อนโยนออกมาก็เหมือนจะมีความSนิดๆแฝงอยู่ น่าสงสารตรงที่ร่างกายอ่อนแอนี่แหล่ะทั้งๆที่เก่ง มีฝีมือขนาดนั้นแท้ๆ


 4. เคยมีบ้างมั๊ย ที่ชอบคาแรกเตอร์อีกตัว แต่ก็ชอบตัวละครที่เซย์ยูที่รักพากย์ด้วย . . . สุดท้ายตัดสินใจเลือกอย่างใด?

 - นี่ ....คุง เข้าใจความทุกข์ของผู้หญิง ที่ชอบผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกันบ้างมั้ย ....(ไม่ใช่star driver!!!/โดนโบก) ก็จีบทั้งสองไปเล้ย เย้! แต่คงเลือกที่ชอบเพราะนักพากษ์ก่อน ของชอบเก็บไว้กินทีหลัง

 

 5. ถ้าเกิดวันนึง . . . เจ้าหนุ่ม 2D ดันโผล่พรวดออกมาจากเกมส์ปรากฎต่อหน้าคุณ มีเลือดมีเนื้อมีหัวใจมีความรักคุณ อยากให้คนๆ นั้นเป็นใคร?
 
 - ใครน่ะเหรอ เยอะอยู่นา งั้นเลือกเอา Matsumae Ohana!! /โดนเตะ 
เอาเป็น อามาฮะแล้วกัน แต่อีกใจก็อยากได้ไซโต้ซังอ่ะ.....แต่เรามันคนเงียบๆ เงียบ(เรา) ปะทะ โคตรเงียบ(ไซโต้ซัง) อืม...ไม่รุ่งๆ อามาฮะล่ะดีแล้ว
  

6. จากข้อ 5 . . . และถ้าเค้าโผล่มา คุณจะทำอย่างไรกับเค้า? และสิ่งที่อยากบอกคำแรกกับเค้าคือ?

 - จับกดและบอกว่า มาเป็นภรรยาของฉันเถอะ!!!   ก็คงจะกระโดดกอดและบอกว่า "แต่งงานกับฉันเถอะ!!"

  

7. ถ้าคุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับ "เค้าคนนั้น" (ที่เลือกจากข้อ 5) อยู่ด้วยกันมาได้ครบ 120 วัน . . .

จู่ๆ เค้าก็บอกว่า "หมดเวลาแล้วคงต้องลาก่อน" คุณจะทำอย่างไร?

 - ไม่เป็นไร ถึงตัวจะไกล แต่ใจยังคิดถึง(เน่าๆโว้ยยยย)

เอาจริงๆก็จะไม่ห้ามเขาหรอก แต่ก็อวยพรให้เขามีความสุข ถ้าโชคดีคงได้พบกันอีกสักวัน สักที่ ถึงเขาจะไม่รอ แต่เราจะรอจนกว่าเขาจะกลับมา

 

8. เพื่อ "สาวโอโตเมะ" ขอให้เวิ่นเว้อถึงเกมส์หรือถึงหนุ่มในเกมส์ตามใจชอบ

- อามาฮะ ไอ เลิฟ ยูวววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

- เมื่อไรจะได้PSP อยากเล่น  Hanoni  Dissidia ฯลฯ

- คานาตะ คาซึกิซัง บุโจว สุขสันต์วันเกิดย้อนหลัง ไม่ได้วาดรูปให้สักที อู้มานาน

- Lucky Dog ไม่ไปไหนสักที อะไรจะขี้เกียจปานน้านนนนนน

- อยากกอดไซโต้ซังกับโอคิตะอ่ะ ไม่รู้ทำไมแต่อยากกอด

- รอรูทชิกิอยู่นะจ๊ะ อนิเมสตาร์รี่ อยากได้ยินเสียงมิยาโนะคุง

- มีเกมไหนที่มันจีบหนุ่มโชตะอีก อยากกินเด็ก

ก็คงจะมีเพียงเท่านี้

  

9.สุดท้าย . . . อย่าลืม Tag ต่อไปอย่างน้อย 3 คน . . . นะจ๊ะ

 ใครบังเอิญเข้ามาแล้วยังไม่ได้ทำก็เอาไปโลด

 

และสุดท้ายนี้

 

หนุ่ม-สาว 2D เยี่ยมที่สุดใน3โลกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!

 

 

(ปล่อยมันบ้าต่อไป)